หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ ประจำปี 2561: ห้องเรียนผู้นำ

สวัสดีครับชาวบล็อกและลูกศิษย์ที่รักทุกท่าน 

         ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่การเคหะชาติไว้วางใจให้ผมในนามของ Chira Academy และมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการจัดโครงการอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ ประจำปี 2561 (ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2) โดยมีกำหนดการสำหรับการเรียนรู้ในรูปแบบของ "ห้องเรียนผู้นำ" ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ - 16 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมของการเคหะแห่งชาติ 

         ในปีนี้มีผู้เข้าเรียนในห้องเรียนผู้นำของเราจำนวน 23 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนผลงานและความเป็นเลิศขององค์กร ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรนี้จะช่วยจุดประกาย สร้างพลังและแรงบันดาลใจให้แก่ทุกท่านได้เป็นอย่างดี และให้มุมมองความรู้ที่เป็นประโยชน์

         สำหรับการเรียนรู้ในช่วงแรกของห้องเรียนผู้นำของเราระหว่างวันที่ 14 - 16 กุมภาพันธ์นี้ จึงขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ ความคิด และมุมมองดี ๆ เพื่อการพัฒนาองค์กรและสังคมแบ่งปันสู่สาธารณชนต่อไป  

         จีระ หงส์ลดารมภ์   

----

เอกสารบรรยาย

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561

Learning Forum & Workshop ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (1) และ (2) (Visionary Leadership)

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และอาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

https://goo.gl/YPTfvh


(สรุปโดย เขมิกา ถึงแก้วธนกุล ทีมงานวิชาการ Chira Academy)

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          งานโค้ชชิ่งกับงาน Classroom ที่เราทำอยู่เชื่อมโยงกัน เพียงแค่ Classroom อาจไม่ได้โค้ชส่วนตัว การเรียนยุคใหม่คือสร้างแรงบันดาลใจ และเอาความรู้ที่มีอยู่คือ 2 R’s

          R ตัวที่ 1 คือ Reality คือความจริงที่พาองค์กรการเคหะไปสู่จุดที่สูงขึ้น มีทีมงานช่วยดูแล และมีหลักสูตรใช้ทั้งเช้าถึงเย็น  การเรียนทั้ง 9 วันจะรู้จักแต่ละท่าน

          R ตัวที่ 2 คือ Relevance คือ การเคหะฯ ยุคต่อไปต้องมีความเสี่ยงมากขึ้น  เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไป

การบรรยายในตอนเช้าจะพูดถึงการเป็นผู้นำที่ดี ตอนบ่ายพูดเรื่องการกำหนดวิสัยทัศน์ว่าเป็นอย่างไร

          การเรียนในรุ่นที่ 4 ต้องปรับปรุงวิธีการทำงานให้เป็นที่ยอมรับกว่าที่ผ่านมา อย่างน้อยในแต่ละวันที่ผ่านมาต้องถามตัวเองว่าได้อะไร สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ Knowledge เท่านั้น แต่ได้ Process คือกระบวนการในการแสวงหาความรู้ร่วมกัน แล้วเอาความรู้เหล่านั้นมาค้นหาตัวเอง กระบวนการจะมา Unlock

          การสอนจะเข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ของคุณเป็น Packaging  การเรียนยุคใหม่ให้เบ็ดตกปลา ไม่ได้ให้ปลากิน ใน 22 คน จะเหมือนโค้ชชิ่งโดยสังเกตการณ์เป็นพิเศษว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร ทุกคนในตอนนี้ต้องใกล้ชิดกัน ศักยภาพของคุณอยู่ที่การมีพลังขึ้นมา ต้องปลดปล่อยพลังที่ซ่อนไว้อยู่ข้างใน

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          เราจะเรียนอย่างไรให้ได้ประโยชน์ อาจารย์จีระ จะเหมือนให้แก่น จะมีวิธีการจัดการองค์ความรู้ที่ได้มา

          Learning How to learn นำไปสู่อะไร อยากให้ทุกองค์กรเป็น Learning Organization เป็นการเติมความรู้ลงไปและกระตุ้นจากภายในของแต่ละท่านเอง

          การโค้ช คือเหมือนหมอที่วิเคราะห์แต่ละท่าน มีคำถามที่แต่ละท่านต้องวิเคราะห์ออกมาเพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์ที่จะมองไปข้างหน้า ผู้นำต้องทำนายอนาคตได้

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ในเช้าวันนี้จะพูดถึงเรื่องผู้นำ

คำถาม  เรียนรู้ผู้นำในบริบทของการเคหะไปเพื่ออะไร

การแสดงความคิดเห็น

กลุ่ม 4  พัฒนาตัวเอง เนื่องจากเราไม่รู้มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร ทำให้ดึงจุดแข็งของเราออกมา

          ดร.จีระเสริมว่า ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง ผู้นำในการเคหะฯ ซ่อนไว้อยู่แล้ว

กลุ่ม 2  ผู้นำต้องนำพาทีมไปสู่เป้าหมายให้ได้ แต่จะทำอย่างไรให้นำพาทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และต้องพัฒนาอย่างยั่งยืน และผู้นำจะต้องใฝ่รู้ สิ่งที่เรียนรู้ได้

           ดร.จีระ ท่านพูดถูก ผู้นำเป็นส่วนหนึ่งของ Human Capital อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือผู้นำไปสู่ตรงไหน ในมุมมองคิดว่าผู้นำจะอยู่ในช่วงสุดท้ายคือเมื่อมีปัญหา  มี Crisis จัดการ ต้องรวมตัวกันเอาชนะสิ่งเหล่านี้

          ผู้นำต้องมี Leadership ผู้นำกับจริยธรรม

กลุ่ม 3  เรามาถึงการทำงานระดับนี้ เราต้องเป็นผู้นำเพราะเราต้องทำงานเป็นทีม และต้องนำให้ได้ การทำงานมีเทคนิค ต้องเรียนรู้ที่จะพูดและสามารถทำงานเป็นทีมเวิร์กเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ทรัพยากรในประเทศมีอยู่น้อยลงไปเรื่อย ๆ เราจึงต้องอาศัยการพัฒนาคน และเครื่องมือเข้ามาช่วยในการบริหารภายใต้ทรัพยากรจำกัด

          ดร.จีระ เสริมว่า เมื่อมี Crisis ผู้นำต้องแก้ และต้องมี 3 V คือ Value Added, Value Creation และ Value Diversity อย่างความหลากหลายของการเคหะฯ มีเรื่องชุมชนเราต้องสร้างความหลากหลายให้ได้

กลุ่ม 1 ผู้นำต้องสอดแทรกกับองค์กรทุกส่วน ถ้าผู้นำไม่ดีจะทำให้เกิดปัญหา การศึกษาผู้นำคือการทำให้มีผู้นำที่ดีในทุกส่วน ทุกระดับ

          ดร.จีระ เสริมว่า ได้ศึกษาเรื่องผู้นำในตัวเองมานานและได้ปะทะกับหลักสูตรต่างประเทศบ่อย ครั้งหนึ่งเคยพา EGAT ไปที่อเมริกา ออสเตรเลีย พบว่าผู้นำเกี่ยวพันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน

          ใน 9 วันถึงจะไม่นานนัก แต่มีความเป็นไปได้ในการมีโครงการร่วมกัน ถ้าเราร่วมกันได้อาจมีหนังสือสักเล่มนึงเพราะเรามีวัตถุดิบอยู่แล้ว  ถ้าเป็นไปได้และมีโอกาสช่วยกันได้อยากให้ทุกท่านกระตุ้นเพื่อให้มีหนังสือมาเพิ่มขึ้น

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          ทั้ง 4 กลุ่มมองไปในลักษณะเดียวกันคือการนำในองค์กรสำคัญมาก ในมุมของดร.จีระ ที่พูดถึงมีทั้งผู้นำปกติ และวิกฤติ เราต้องเรียนรู้ร่วมกัน ในการวางแผนว่าในอนาคตจะมี Crisis หรือโอกาสอะไรเกิดขึ้นได้ เช่น นายกรัฐมนตรีสามารถดึงงบประมาณจากการเคหะฯ ไปทำบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยที่ต่างจังหวัด สามารถดึงได้เลย

          การมองเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องมองทั้ง 4 กลุ่ม คือเวลาทำงานอะไรให้ดู 1. ภาครัฐ 2. ประชาชน 3.เอกชน ถ้าการเคหะฯจะทำงานลดความเหลื่อมล้ำทำไมถึงไปร่วมกับเอกชนไม่ได้ และ 4. วิชาการ เช่นการทำวิจัยเพื่อมาเติมเต็ม อาทิ การจับมือกับมหาวิทยาลัย และของบประมาณ

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ช่วงบ่ายคือการ Workshop และพูดถึงเรื่องวิสัยทัศน์ ในรุ่นที่ 3 พูดถึงความสำเร็จของการเคหะฯ คือดินแดง และชุมชน คำถามคือมูลค่าของชุมชนคืออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งจะพูดถึงในช่วงบ่าย

 

ตัวแทนการเคหะฯ สรุปแก่นในเช้าวันนี้เรื่องภาวะผู้นำ

          1. ในความรู้สึกของตนเองคืออาจารย์และทีมงาน ต้องการพลังที่ทำให้การเรียนสนุก มีพลัง ซึ่ง

ดร.จีระ เสริมว่า Energy ไม่ได้มาจากพลังร่างกายเท่านั้น แต่มาจากความคิด จิตวิญญาณ และสังคม

          2. การอบรมทุกคนต้องมีส่วนร่วม เรียกว่าเป็นการอบรมอย่างเป็นทีม และต้องมีการสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมา สำหรับรุ่นที่ 4

           ดร.จีระเสริมว่า แม่ว่าไม่ได้สอนทุกวัน แต่จะสังเกตการณ์ตลอด การมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ไม่ใช่การทำงานแบบเดิม การเป็นลูกศิษย์ของ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ขึ้นทุกคน เพียงแค่ว่าจะขึ้นมากขึ้นน้อย  ดร.จีระ จะกดดันในทางดี

          อาจารย์พิชญ์ภูรี เสริมว่า สิ่งที่สรุปได้หัวใจเลย อย่างเช่น เรื่องพลัง เรียนรู้เป็นทีม Value Diversity ซึ่งย้ำว่าสร้างคุณค่าจากความหลากหลาย ดร.จีระเชื่อว่าเรียนเป็นทีมจะได้ประโยชน์มาก ๆ เนื่องจากทุกท่านมีคุณค่าที่ไม่เหมือนกัน  หลักของ ดร.จีระ มีเรื่องปลูก คือการ Development การพัฒนา เก็บเกี่ยว เช่นการใส่คำถามและให้ท่านตอบคำถาม และ Execution  คือการทำให้สำเร็จ

          ดร.จีระเสริมว่านอกจากมีกลุ่มแล้ว อยากให้มีการจับคู่เรียนเป็น Buddy ด้วย  ทำไมดร.จีระนับถือทุกคน นับถือลูกน้องเพราะแต่ละคนมีไอเดียไม่เหมือนกัน  และใน Buddy ให้คุยกัน เพราะมีประเด็นคือแต่ละคนมีประเด็นไม่เหมือนกัน เราสามารถใช้ความสามารถในจุดที่เรามีนำองค์กรให้เกิดประโยชน์ ซึ่งสิ่งนี้คือ Rhythm & Speed สำคัญมาก

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ผู้นำที่ดีต้องมองภาพใหญ่ Think Macro

โลกและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่าง ๆ ถึงปัจจุบัน

          จากยุคที่ 1 ยุคเกษตรกรรม สู่ยุคอุตสาหกรรม สู่ยุค Information Technology ปัจจุบันเราก้าวสู่ยุคที่ 4 หรือ Fourth Wave ซึ่งในอนาคตต้องเน้น

          - Sustainability

          - Wisdom

          - Creativity

          - Innovation

          - Intellectual Capital

ผู้นำกับผู้จัดการอย่างไร

          ผู้นำ

          - เน้นที่คน

          - Trust

          - ระยะยาว

          - What,Why

          - มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์

          - Change

          ผู้บริหาร

          - เน้นระบบ

          - ควบคุม

          - ระยะสั้น

          - When,How

          - กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน

          - จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ

          - Static

          การเคหะฯ ต้องกำหนดวิสัยทัศน์ตนเองว่าเป็นแบบใด เช่น ที่ดินติดรถไฟฟ้ามาก แต่มีนโยบายว่าไม่ให้การเคหะฯ แข่งกับเอกชน

ทฤษฎี 3 L’s

คือ Learning from Pain , Learning from Experience , Learning from Listening

ชนิดของผู้นำ

          - Trust / Authority Leadership

          - Charisma Leadership

          - Situational Leadership

- Authentic Leadership คือผู้นำที่เป็นของแท้

ผู้นำระดับสูงสุดคือผู้นำที่ถ่อมตัวมากที่สุด

ในต่างประเทศโดยเฉพาะตะวันตกมีหัวข้อวิจัยมากมายเกี่ยวกับผู้นำสำหรับตะวันออกยังมีน้อยอยู่จึงมักจะใช้ Role Model เป็นหลัก อาทิ

พระนเรศวร    ด้านความกล้าหาญ

รัชกาลที่ 5      ด้านมองการณ์ไกล (Visionary)

รัชกาลที่ 9      ด้านการพัฒนาแบบยั่งยืน (เศรษฐกิจพอเพียง)

ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์     ด้านมีความรู้ดีและกล้าหาญ

ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์   ด้านความรู้ดี และกล้าหาญ

          ชวน หลีกภัย   ด้านผู้นำและ Trust

          พารณ           ด้านผู้นำกับคุณธรรม

          ทักษิณ           ด้านเร็ว และความคิดใหม่

          บัณฑูร ล่ำซำ   ด้าน Transformation กับ Leadership

8 Rules of Leadership (Nelson Mandela)

1. กล้าหาญ

2. ต้องรุกได้ แต่ต้องตั้งรับและไม่ประมาท

3. การนำอยู่ข้างหลังจะต้องแน่ใจว่า คนที่เรายกย่องให้มีบทบาทอยู่ข้างหน้าต้องให้เขามีความรู้สึกว่า เขาได้นำอย่างน่าภูมิใจ และสมศักดิ์ศรี

4. ถ้าจะจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักศัตรูให้ดี

5. การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อน แต่กับคู่แข่ง หรือคนที่เราไม่ชอบ ต้องใกล้ชิดมากกว่า

6. มีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติและสง่างามเสมอ

7. ไม่เน้นถูกหรือผิดแบบ 100 % หรือขาวหรือดำ 100 % มีการประนีประนอมที่เหมาะสม แต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันได้แบบ Win-Win

8. รู้ว่าจะหวะไหน จะ “พอ”  หรือ จะ “ถอย”

8 Rules of Leadership (Obama)

  • สร้างศรัทธาและความมั่นใจ Trust และ Confidence แก่ผู้ร่วมงานและแนวร่วม
  • เป็นผู้นำต้องรู้ว่า จะพาประเทศไปทางไหนโดยสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Communicate your Vision Effectively)
  • สร้างให้คนส่วนใหญ่ เข้าถึงประวัติ ความสำเร็จ ความสามารถที่สะสมมาในอดีต สร้างชื่อเสียง (Build Strong Reputation)
  • สร้าง Networks ในทุกๆ แห่ง โดยเฉพาะในจุดที่ตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมพันธ์มาก่อน (Make Friends in Unusual Places)
  • ทุกคนที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่มีแค่ High performance ของความสำเร็จของบางกลุ่ม แต่ต้อง All hands คือการให้ทุกๆ คนมีส่วนได้ส่วนเสีย ก็คือการสร้างทีมงานที่ทุกคนทำงานร่วมกัน
  • สร้างความหลากหลายให้เป็นมูลค่าเพิ่ม (Diversity to value added)
  • ใช้ Technology ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน เช่นการสร้าง Social Network ก็ให้คน 2 ล้านคน ช่วยสนับสนุนการเงินในช่วงหาเสียง
  • สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เพื่อนร่วมงานทุกคน (Motivation and inspiration)

คุณสมบัติของผู้นำของฮิลลารี คลินตัน

  • เรียนรู้ตลอดชีวิต
  • อย่าพอใจกับปริญญาเท่านั้น
  • อย่าพอใจกับการเรียนในห้อง (Formal Learning)
  • สนุกกับการคิดนอกกรอบ
  • สนุกกับการคิดข้ามศาสตร์
  • ถึงจะเก่งอย่างไร? ก็ต้องรับฟังคนอื่น

6 of the Dalai Lama's Leadership Principles

1.  อย่าสั่งการ ต้องเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน

2. ถ้าต้องการเรียนรู้อะไรบางอย่าง ต้องฟัง และค้นคว้าหาข้อมูล

3.  อย่าคิดว่าตัวเราคิดถูกทุกเรื่อง หากมีคนที่คิดไม่เหมือนเราซึ่งคุณคิดว่าไม่ถูกต้อง..ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้

4. มีอารมณ์ขัน อย่าโกรธง่าย รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

5. สอนให้คนรู้จักคิด หาคำตอบได้ด้วยตัวเอง อย่าบอกคำตอบหรือหาทางออกให้ทุกเรื่องทุกเรื่อง

6. มีความรับผิดชอบ

คุณสมบัติของผู้นำของท่านผู้ว่าฯ เกษม จาติกวณิช หรือ “Super K”

1. ผู้นำต้องมีความรู้

2. ผู้นำต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารักและเคารพ

3. ผู้นำต้องสร้างจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม

4. ผู้นำต้องรู้จักมอบหมายงาน

5. ผู้นำต้องฟังความเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ

6. ผู้นำต้องรู้จักให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่โอ้อวดและยกตนข่ม

7. ผู้นำต้องมีความเมตตา โอบอ้อมอารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

4 E’s Leadership ( Jack Welch )

  • Energy มีพลัง
  • Energize สามารถกระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง
  • Edgeเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ
  • Execution ลงมือทำให้เกิดความสำเร็จ

4 Roles of Leadership (Stephen Covey)

1. Path finding การค้นหาเส้นทางความก้าวหน้า/การพัฒนา

2. Aligning    กำหนดทิศทางไปในแนวทางเดียวกัน

3. Empowering    การมอบอำนาจ

4. Role Model   การเป็นแบบอย่างที่ดี

ทฤษฎีล่าสุดของ    Jack Welch

Leader / Teacher

Leadership Roles (Chira Hongladarom’s style) 1.  Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต

2. Anticipate change คาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงได้

3. Motivate others to be excellent  การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม

4. Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง

5. Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น

6. Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะและความรวดเร็ว

7. Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจ

8.Teamwork ทำงานเป็นทีม

9. Uncertainty Management การบริหารความไม่แน่นอน

ภาวะผู้นำของ Peter  Drucker

1. Ask what needs to be done ถามตัวเองว่าเราต้องทำอะไรให้สำเร็จ

2. Ask what’s right for enterpriseถามว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่ต้องลงมือทำ

3. Develop  action  plansพัฒนาแผนปฏิบัติการ

4. Take  responsibility for decision รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ

5. Take  responsibility for  communicating รับผิดชอบต่อการสื่อสาร

6. Focus on opportunities  not problemsมุ่งที่โอกาสไม่ใช่ปัญหา

7. Run  productive  meetings จัดให้มีการประชุมที่สร้างให้เกิดผลผลิต

8. Think  and say  We not  I คิดและพูดด้วยคำว่า “เรา” ไม่ใช่ “ฉัน”

กรณีศึกษาผู้นำจีน 5 รุ่น

รุ่นที่ 1 (1949 - 1976)

เป็นผู้นำรุ่นบุกเบิกมี เมาเซตุง (Mao Tse-tung) หรือ โจว เอ็นไล (Zhou En lai) เป็นหลัก รุ่นนี้ คือ รุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชนะการปฏิวัติมา เป็นผู้บุกเบิก ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมากต้องสร้างระบบให้แน่น เพราะระบบเดิมยกเลิกหมด เช่น ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของรัฐไม่ใช่ของบุคคลเศรษฐกิจ คือ รัฐเป็นคนกำหนด

รุ่นที่ 2 (1976 - 1992)  คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง (Deng Xiaoping)

 

เป็นช่วงที่การเมืองนิ่งแล้ว แต่ระบบเศรษฐกิจแบบรัฐเป็นผู้กำหนด จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชาติได้ เพราะประชากรมาก – คาดหวังสูง จึงต้องมีเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นผู้นำ

เน้นทฤษฎีไปสู่ Practical เป็นผู้ที่พูดว่า “แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น” คือ เป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ นำเอาทุนนิยมเข้ามา – เชิญต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทำให้จีนขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะคนจีนขยันและเคยทำการค้ามาก่อน วันนี้จีนเติบโตมากกลายเป็นมหาอำนาจ

รุ่นที่ 3 (1992 - 2003)  คือ เจียง ซี มิน (Jiang Zemin)

เป็นผู้นำประเทศสู่โลกภายนอก เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น แต่ต้องมีบทบาทในโลก จัดประชุม APEC 2003 ในจีน นำจีนเข้า WTO เปิดประเทศทางเศรษฐกิจมากขึ้นส่งความช่วยเหลือไป Africaและประเทศด้อยพัฒนา

รุ่นที่ 4 (2003 – 2013) คือ หู จิ่นเทา (Hu Jintao)

เห็นความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก จีนมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เริ่มมีปัญหาเสรีภาพในประเทศ และความเหลื่อมล้ำ

รุ่นที่ 5 (2013 – 2023) คือ สิ จินผิง (Xi Jinping)

ผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวน

Xi jinping

พื้นฐานดี เรียนวิศวะ แล้วจึงมาเป็นผู้นำ คือ มีระบบความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เหมือนผู้นำไทยส่วนใหญ่คิดไม่เป็นระบบ ชีวิตช่วงวัยรุ่น เจ็บปวด เพราะ มีปัญหาทางการเมืองในจีนจึงถูกส่งไปฝึกงานในชนบท คลุกคลีกับชาวบ้าน คือ ติดดิน เห็นความจริงของสังคม เปรียบเทียบกับอดีตนายกอภิสิทธิ์เป็นคนดี แต่ไม่รอบรู้สังคมและวิถีชีวิตไทยอย่างลึกซึ้ง เป็นคนมีหลักการ มีวิธีการที่ปฏิบัติดีที่ทำให้หลักการไปสู่ความสำเร็จ คือ หลักการไม่เคยเปลี่ยน คือ จีนเป็นสังคมนิยม กระจายรายได้เสมอภาคไม่ใช่รวยอย่างเดียว ต่างกับอุดมการณ์ของระบอบทักษิณ มีวิธีการอย่างเดียวคือรวย แต่ได้มาอย่างไรก็ได้

ยกย่องเติ้งเสี่ยวผิงที่ให้ประเทศจีนมี 2 ระบบการเมืองและดึงทุนนิยมเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก

เน้นคุณธรรมจริยธรรมก่อน ความรวย หนังสือของเขาชื่อ The Governance of China แปลว่าเป็นประเทศจีนโปร่งใส ไม่ยอมให้เกิดการโกงขึ้นในประเทศ จึงเป็นผู้นำที่น่ายกย่อง ยุคเขาจัดการผู้นำจีนใหญ่ๆหลายคนเข้าคุก ดำเนินคดีเป็นตัวอย่างโดยไม่กลัวอิทธิพลใดๆ

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          รูปแบบของผู้นำแต่ละแบบขึ้นกับตัวเราด้วย เราก็จะเลือกการเรียนรู้ผู้นำที่มีลักษณะคล้าย ๆ เรา อยากยกตัวอย่างของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นตัวอย่างของผู้นำที่มี Charisma คือมีความนุ่มนวล แต่เด็ดขาด  หลายเรื่องที่อาจารย์จีระ สอนเราดีสำหรับเก็บและฝึกตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าเป็นทุกอย่างที่ตัวต้องการ ให้เลือกที่ตัวเองเด่น และเสริมตรงนั้น ให้เลือกผู้ช่วย บางคนที่มีเสน่ห์มาก ๆ อาจใช้ กฎระเบียบ ให้แน่นและ Control ไป

          การดูว่าผู้นำแบบไหนเหมาะสม ให้ดูช่วงเวลา และองค์กรด้วย

 

Workshop

กลุ่มที่ 1 อ่านบทความแล้ววิเคราะห์เปรียบเทียบผู้นำ 2 ยุค ตัวอย่างของ ดร.จีระ กับ ปีเตอร์ดรักเกอร์ สิ่งที่เหมือนกันคืออะไร และสิ่งที่ต่างกันคืออะไร และมีอะไรที่จะนำมาปรับใช้กับการเคหะฯ

กลุ่มที่ 2 จากเรื่องผู้นำจีน ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของการเคหะฯ และบทบาทของผู้นำในแต่ละช่วงของการเคหะฯ มีบทเรียนอะไรที่สำคัญสำหรับอนาคตของการเคหะฯ

กลุ่มที่ 3 วิเคราะห์ภาวะผู้นำและบทบาทของผู้นำของ Donald Trump กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร และมีบทเรียนอะไรบ้างจะนำมาปรับใช้กับการเคหะฯ

กลุ่มที่ 4 วิเคราะห์วิธีการในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ของการเคหะฯ ที่เหมาะสมโดยเน้นความหลากหลายของอายุและแนวคิด


การนำเสนอ

กลุ่มที่ 1 อ่านบทความแล้ววิเคราะห์เปรียบเทียบผู้นำ 2 ยุค ตัวอย่างของ ดร.จีระ กับ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ สิ่งที่เหมือนกันคืออะไร และสิ่งที่ต่างกันคืออะไร และมีอะไรที่จะนำมาปรับใช้กับการเคหะฯ

          จากข้อมูลที่ได้รับ แต่ยังไม่ได้ลงลึกโดยตรง

สิ่งที่เหมือน

1. การจัดการภาวะวิกฤติ เมื่อเกิดวิกฤติแล้วจะหาความรู้และแนวทางอะไรมาแก้วิกฤติ

ต่อยอดโดยการพัฒนาแผน

2. การคาดการเปลี่ยนแปลง น่าจะมีจุดประชุมที่สร้างให้เกิดการ

3. การกระตุ้นคนสู่ความยอดเยี่ยม สิ่งที่เหมือนกันคืออะไรคือสิ่งที่ถูกต้องในการลงมือทำ และคิดและพูดด้วยคำว่าเรา

4. การแก้ไขความขัดแย้ง การคิดและพูดคำว่าเรา ไม่ใช่ฉัน

5. การสร้างโอกาสจากผู้อื่น  คือทั้งคู่มุ่งที่โอกาสไม่ใช่ปัญหา

7. การตัดสินใจ          คือเรื่องการรับผิดชอบการตัดสินใจ

8. การทำงานเป็นทีม   มีการจัดประชุมเพื่อให้เกิดผลผลิต

9. การบริหารความไม่แน่นอน  ถามตัวเองว่าเราต้องทำอะไรให้สำเร็จ

สิ่งที่แตกต่างคือข้อ 6 คือรู้จักจังหวะและการรวดเร็ว ยังมองไม่เห็นในของ Peter แต่ของอาจารย์จีระเห็นในเรื่องนี้

การปรับใช้ จะใช้ข้อมูลและการดำเนินงานวิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีการสร้างแรงจูงใจในการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง ที่จะต่อสู้อุปสรรคในอนาคต ต้องมีการคำนึงถึงภาครัฐ เอกชน  ประชาชนและนำวิชาการมาแก้ไขปัญหา

การร่วมแสดงความคิดเห็นโดยกลุ่ม 2

กลุ่ม 2 เห็นต่างในข้อ 6 สามารถโยงไปเรื่องอะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ลงมือทำ

ของดร.จีระ ข้อ 3 การกระตุ้นสู่ความเป็นเลิศน่าจะมากกว่าของ Peter Drucker

 

ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

          การเขียนของ Peter เป็นการเขียนในยุคอุตสาหกรรม เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รวดเร็ว ไม่ใช่ Digital  ส่วนของการเคหะฯ วิกฤติเกิดขึ้นแล้วตลอด มาแล้วมาอีก และมาแบบขนมชั้น ผู้นำที่ดีต้องจัดการกับ Crisis ได้ ไม่ใช่จัดการเสร็จแล้วเลิกกันไป

          Rhythm & Speedมีความสำคัญ ถ้าช้าจะมีปัญหาได้

          ทุกคนในวันนี้ต้องเตรียมพร้อมในการพัฒนาในสิ่งที่ดี ต้องเตรียมพร้อมทั้งดีและร้าย

 

กลุ่มที่ 2 จากเรื่องผู้นำจีน ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของการเคหะฯ และบทบาทของผู้นำในแต่ละช่วงของการเคหะฯ มีบทเรียนอะไรที่สำคัญสำหรับอนาคตของการเคหะฯ

           คนที่ 1 ผู้ว่าฯ วทัญญู  ณ ถลาง เป็นช่วงแรกมาจากการปฏิวัติปี 2516 มีการจัดตั้งการเคหะฯ เน้นเรื่องการปรับปรุงที่อยู่อาศัย แหล่งเสื่อมโทรม เชื่อว่าท่านผู้ว่าฯ มีบทบาทสูงมากในยุคนั้น

          เปรียบเทียบกับเหมาเจอตุงเป็นยุคบุกเบิก

          คนที่ 2 ผู้ว่าฯ รัตตยา  จันทรเทียร เป็นลูกหม้อ มีความเป็นผู้นำสูง เด็ดเดี่ยว มีนักการเมืองเข้ามาด้วย สามารถหล่อหลอม และพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง

          เปรียบเทียบกับ เติ้งเสี่ยวผิง

          คนที่ 3 ผู้ว่าฯ ชวนพิศ  ฉายเหมือนวงศ์ เป็นผู้ว่าผู้หญิงคนที่ 2 รัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายประชานิยม ท่านผู้ว่าฯ ต้องดำเนินตามนโยบายรัฐบาลให้ตอบสนอง ภายใต้แรงกดดันเรื่องเอื้ออาทร มีทั้งบทเรียนที่ดี และที่ด้อย

          เปรียบเทียบกับ เจิงซิมิง

          คนที่ 4 ผู้ว่าฯ ดร.ธัชพล  กาญจนกูล มาจากคนนอก มาจากแบงค์ออมสิน มีผู้นำสูง เป็นประชาธิปไตย อยู่ในแผนปรับปรุงโครงสร้าง และมีแนวทางสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ มีการพัฒนาแหล่งชุมชน

          เปรียบเทียบกับ สิ จิน ผิง         

การร่วมแสดงความคิดเห็นโดยกลุ่ม 3

          เปรียบเทียบผู้นำจีนกับผู้นำการเคหะฯ แต่ละยุค ในยุคแรกเป็นยุคเริ่มต้น มาในยุคผู้ว่าฯ เชิงพิศ มีปัจจัยภายนอกมากดดัน จนถึงเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องแก้ไขปัญหาในการพลิกฟื้นองค์กร จึงต้องการผู้บริหารที่มีความเป็นผู้นำและมีวิสัยทัศน์  เปรียบเทียบผู้นำจีน การเคหะฯ ยังขาดการพัฒนาผู้นำด้านทุนมนุษย์ให้มีความเป็นมืออาชีพและการบริหาร

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ได้มีโอกาสเจอผู้นำการเคหะฯ 3 ช่วง มีช่วงที่เจอการเมือง และมีแรงกดดันมาก ถูกกระแสประชานิยม และมีผลกระทบต่อพวกเรามาก ต้องมีนโยบายไม่ให้ปกป้องมากเกินไป คุณภาพที่อยู่อาศัยไม่ดี ต้องมีการลดคอรัปชั่น ในยุคต่อไปเราต้องระวังไม่ให้การเมืองเข้ามา ถ้าการเมืองเป็นประชาธิปไตยมาก ต้องฝึกเรื่องทุนทางจริยธรรมด้วย การรวมตัวมาก ถ้าคนที่รวมตัวเป็นมืออาชีพ มีอุดมการณ์จะสามารถบรรลุปัญหาไปได้ เป็นบทเรียนที่ดี

          ของจีนถ้าไม่มีเติ้งเสี่ยวผิง อาจมีปัญหา มาในช่วงยุคสิ จินผิง ก็ได้มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจคือใน 10 ปีจะมีผู้นำจีนที่เด่น ๆขึ้นมา

 

กลุ่มที่ 3 วิเคราะห์ภาวะผู้นำและบทบาทของผู้นำของ Donald Trump กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร และมีบทเรียนอะไรบ้างจะนำมาปรับใช้กับการเคหะฯ

          ยึดทฤษฎี 8K’s มาวิเคราะห์ความเหมือนและแตกต่าง

1. ทุนมนุษย์     เหมือนกันคือความเป็นผู้นำในสายวิชาชีพอย่าง   ท่านประยุทธ์เป็นผู้นำทางทหาร  Trump เป็นผู้นำทางธุรกิจ                     

2. ทุนทางปัญญา   ทั้งสองท่านเรียนหนังสือเก่ง และฉลาด ประสบความสำเร็จอาชีพเหมือนกัน

3. ทุนทางจริยธรรม  ท่านประยุทธ์ไม่มีด้านจริยธรรมชัดเจน ส่วน Trump มีปัญหาด้านจริยธรรม

4. ทุนแห่งความสุข  ทั้งสองท่านเหมือนกัน คือมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี

5. ทุนทางสังคม ท่านประยุทธ์ ความเชื่อมั่นสูง พูดจริง ทำจริง อนุรักษ์นิยาม ชาตินิยม  ส่วน Trump มีเหมือนกันแต่ต้นทุนทางอารมณ์ต่ำ

6. ทุนแห่งความยั่งยืน ท่านประยุทธ์ใช้กฎระเบียบมาสร้างความยั่งยืน ทางกฎหมาย  Trump ใช้ความคิดนอกกรอบ ทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์

7. ทุนทาง IT ได้ดีตามยุคสมัย  ได้ดีตามยุคสมัย

8. ทุนทางความรู้  ท่านประยุทธ์และ Trump การศึกษาดี

9. ทักษะ ,ทัศนคติ ท่านประยุทธ์ การเปลี่ยนแปลงน้อย Trump การเปลี่ยนแปลงสูง

สรุป นำบทเรียนมาใช้กับงาน กคช.ในเรื่องของกล้าคิด กล้าตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมและธรรมาภิบาล

การร่วมแสดงความคิดเห็นโดยกลุ่ม 4

          ที่มาของนายกประยุทธ์ และ Trump มาคนละแบบคือเลือกตั้งและแต่งตั้งในบริบทของการเคหะยังมีความแตกต่างอยู่

          ส่วนการเคหะฯ มีเรื่องชุมชนและสังคมที่มาเกี่ยวข้องตลอด สิ่งที่เราจะเจอในอนาคตเป็นสิ่งที่เราควรตระหนักให้ดี

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ข้อดีคือเลือกทฤษฎี 8K’s 5K’s มาวิเคราะห์มีการนำเสนอชัดเจน ชอบที่บอกว่าทุนทางจริยธรรมของ Trump น่าจะมีปัญหามากกว่าคุณประยุทธ์ เรื่องทุนทางอารมณ์ทั้งประยุทธ์และ Trump มีปัญหาเหมือนกัน

          ในโลกปัจจุบัน เราโชคดีที่ได้เห็น Trump เกิดขึ้นในยุคนี้ ที่เห็น Trump ในสังคมที่แปลก มีฐานการเมือง มีคนผิวขาว หัวรุนแรงเอียงขวา ต่อต้านผู้อพยพ ตกงาน เพราะอุตสาหกรรมแพ้ประเทศอื่น แต่ Trump เป็นนักธุรกิจที่อ่อนแอมาก พูดจา Ego พูดแต่ตัวเขาเอง และมีการอ้างอิงข้อมูลที่ผิดแต่ตัวเขาคิดว่าถูก คิดว่านักวิชาการทั้งหลายคงอึดอัด และเมื่อเห็นบทบาทของ Trump อาจผิดหวัง และ Trump มีความขัดแย้งเรื่อง Human Right ที่ผิวดำต้องเสียเปรียบผิวขาว ส่วนท่านประยุทธ์ การมาแม้เป็นการปฏิวัติแต่ได้คนดี มีพื้นฐานทางทหาร

          ปัญญา เครือข่าย ความสุขอาจนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมทีหลัง

          การจบจากห้องนี้ไปแล้วให้เอาหลัก Conceptual มาใช้ และถ้าติดตัวไปเรื่อย ๆ จะเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์สิ่งเหล่านี้ด้วย

          ธุรกิจเพียว ๆ มองแคบ ข้าราชการเพียว ๆ ก็มองแคบ เช่นกัน ดังนั้นต้องพบกันครึ่งทาง

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          ขอชื่นชมการวิจารณ์ของการเคหะฯ ที่มีการวิจารณ์แบบนุ่มนวล  Soft ไม่แรง และชื่นชมที่กลุ่ม 4 วิจารณ์เป็นการต่อยอดได้ดี

ข้อน่าสังเกตTrump บอกว่า อเมริกาสำคัญที่สุด ท่านประยุทธ์ บอกว่าไม่ทิ้งไว้ข้างหลัง แต่

 

กลุ่มที่ 4 วิเคราะห์วิธีการในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ของการเคหะฯ ที่เหมาะสมโดยเน้นความหลากหลายของอายุและแนวคิด

          องค์กรของการเคหะฯ ตามที่เป็นอยู่ประกอบกลุ่มด้วยหลายอาชีพที่แตกต่างกันตามเพศ และอายุ

คุณสมบัติของผู้นำที่ต้องการคือ

1. มีธรรมาภิบาลและจริยธรรม

          วิธีการสร้างผู้นำ การสร้างสถานการณ์เพื่อให้เห็นผลลัพธ์และปรับปรุงกฎระเบียบ

2. บริหารวิกฤติได้ดี

          วิธีการสร้างผู้นำ สร้างวิกฤติให้เป็นโอกาส

คำถามจาก ดร.จีระ ถ้าเกิดการเมืองยุคต่อไปที่เน้นประชานิยม จะจัดการอย่างไร

คำตอบ จากที่ผ่านมาในปี 2546 ได้มีนโยบายบ้านเอื้ออาทร สิ่งที่ต้องการคือต้องมองเรื่องตัวโครงการฯ และบุคลากรที่มาดำเนินการ ที่ผ่านมาในการรับนโยบายการก่อสร้างใช้การ Turn Key คือเอกชนมาร่วม แต่ที่ผ่านมามีการรั่วไหลมากเกินไป

          ดร.จีระเสริมว่า ในรุ่นนี้ต้องร่วมมือกัน และจับมือกันไว้ ถ้ารวมตัวกันทำงานร่วมกันจะสามารถเป็นข้าราชการที่ดีได้ และหวังว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะเราต้องรักษาผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

3. การทำงานเป็นทีม

          วิธีการสร้างผู้นำ สร้างผู้นำที่ยอมรับความคิดเห็นที่มีส่วนร่วมกัน การบูรณาการร่วมกัน

4. การมีแนวคิดในเรื่องนวัตกรรมใหม่ ๆ มีการสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง อาทิ การร่วมทุนของการเคหะฯ กับเอกชนในการทำโครงการใหม่ ๆ

การร่วมแสดงความคิดเห็นโดยกลุ่ม 1

          ทุกอย่างครอบคลุมในการสร้างผู้นำ อยากเพิ่มเรื่องการสร้างความรักและผูกพันในองค์กรจะไม่ทำให้องค์กรเสียหาย

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ยาก ไม่ง่าย การทำงานครั้งต่อไปต้องสร้างให้แตก คือวิธีการในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เน้นความหลากหลายของอายุและแนวคิดด้วย  ยกตัวอย่างของคุณโอบามาเน้นเรื่องการจัดการความหลากหลาย คือการเอาความหลากหลายมาสร้างมูลค่า  มีเรื่องคนรุ่นใหม่เข้ามา ก็อาจมีเรื่องของการสร้าง Platform ได้แสดงถึงความยอดเยี่ยม และคุณฮิลลารี่ที่สามารถใช้กับผู้นำยุคใหม่ได้ การคิดข้ามศาสตร์ เราต้องอยู่ร่วมกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร การจัดการความขัดแย้ง เราจะแก้ไขอย่างไร เป็นหน้าที่ที่ต้องไปสังเคราะห์

          ประเด็นสำคัญคือได้ปะทะกันวิเคราะห์กันแล้ว และได้มีการเติมเต็มซึ่งกันและกัน เพราะบางคนอาจมองไม่เห็น แต่อีกคนมองเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          ยุคนี้เป็น Value Diversity ยุคนี้มีความแตกต่าง ต้องเปลี่ยนความแตกต่างเป็น Harmony คือต้องมีความกลมกลืน

          Principle คือสร้างความเชื่อใจในเรื่องความความแตกต่างและให้เขาได้แสดงออกได้อย่างเต็มที่ ปัญหาประเทศไทย ให้มีความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็น

          สิ่งที่แตกต่างจากรุ่น 1-3 อันหนึ่งคือ เรื่อง Text ของ โอบามา และฮิลลารี่พูดน้อยไป ในวันนี้กำลังอ่านเรื่อง แอรอลมาสก์ ที่กำลังทำเรื่อง Space Industry ข้อดีของอาจารย์จีระ คือบ้าการเรียนรู้

          ยกตัวอย่างของ Mandela เราต้อง Turn ศัตรูให้เป็นมิตร

          หนังสือเล่มแรกที่จะให้อ่าน คือ Alibaba เป็นหนังสือเกี่ยวกับ Online Commerce

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (2)

ดร.จีระ ถาม    กลุ่มที่  1: เมื่อเช้านี้ได้แรงบันดาลใจ  1 เรื่องคืออะไร

ตอบ การสร้างพลังในตนเองที่มีอยู่ที่ถูกปลุกมาสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร

          ดร.จีระเสริมว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการที่เราไป Unlock สิ่งที่มีอยู่ข้างในออกมา การศึกษาที่สำคัญที่สุดคือการนำสิ่งที่มีอยู่ออกมาออกมาได้

          ขั้นตอนที่ผ่านไปตั้งแต่วัน Kick Off กับวันนี้ Process อะไรจะมีคุณค่าต่อคุณ

 

ดร.จีระ ถาม    กลุ่มที่ 2 : ความรู้ผู้นำที่ได้เมื่อเช้านี้2 เรื่องใหญ่เกี่ยวกับที่เป็นประโยชน์ต่อคุณคืออะไร

ตอบ    ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ และต้องเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีและเป็นบวกด้วย ที่จุดประกายเมื่อเช้าตรงจุดไหนที่บอกว่าผู้นำมีวิสัยทัศน์ คือตรงที่เปรียบเทียบกับ Peter Drucker อาจารย์จีระ เน้นความรู้ความสามารถเป็นหลัก ของ Peter Drucker เป็นรูปแบบธรรมดาไม่ก้าวกระโดด 

          ดร.จีระเสริมว่า ในช่วงที่เป็น Peter Drucker Speed ของโลกยังช้าอยู่ แต่ตอนที่ ดร.จีระเขียนโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          ท่านแรกมองเป็นปัจเจกคือศักยภาพทุกท่านมีอยู่แล้วแต่ไม่ได้มีโอกาสในการดึงออกมา การนำของแต่ละท่านมาหลอมรวมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อองค์กร

          ท่านที่สองพูดเรื่องวิสัยทัศน์ที่ดี การที่แต่ละท่านคิดต่าง ต้องดูบริบท เช่น Peter Drucker เป็น CEO มาก่อน หมายถึงต้องเป็นผู้จัดการได้ด้วย ส่วนอาจารย์จีระมีบริบทในการทำงานวิชาการระดับประเทศ และเป็นประธานคณะทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์ของ APEC

          ทำไมคน ๆ หนึ่งคิดแบบหนึ่ง บางครั้งต้องเลือกว่าทำอะไร อาจารย์เป็นนักวิชาการที่มธ. แล้วเลือกทรัพยากรมนุษย์ โดยสมัยนั้นไม่มีใครทำเรื่องทรัพยากรมนุษย์ สมัยนั้นยังมองเป็นทรัพยากรธรณี

          ดร.จีระเสริมว่าในช่วง 40 กว่าปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีพูดเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ถ้าการเคหะฯ เป็น Human Capital Enterprise ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเข้ามา

          อย่าง Peter Drucker บริบทในการทำงานแตกต่าง และช่วงระยะเวลาแตกต่างกับ ดร.จีระ เพราะช่วงนั้น Peter ต้องเน้นการทำงานที่มุ่งนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ

          การพูดครั้งนี้เป็นตัวอย่างของวิสัยทัศน์คือ การมองในอดีตเมื่อ 30 ปีที่แล้วจะทำเรื่องนี้ การสร้างสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มธ. อาจารย์จีระทำเรื่องนี้แต่เป็นการทำที่หลากหลาย เช่น แรงงาน ประกันสังคม แต่เรามีความคิดเหมือนดร.จีระ ทุกคนหรือไม่ อยากให้ทุกคนฝึกความคิดนอกกรอบก่อน แล้วจะรู้ว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้      

          ดร.จีระ เสริมว่าต้องเป็นวิสัยทัศน์ของคนในห้องนี้ที่ต้องมองจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไรบ้าง

 

ดร.จีระ ถาม    กลุ่มที่ 3 : การทำงานใน 8K’s 5K’s มีเรื่องทุนแห่งความสุข ถ้าจะถามว่า Happy at work กับ Happy workplace แตกต่างกันอย่างไร และจะกระทบกับการเคหะอย่างไร

ตอบ    Happy workplace เป็นการทำงานที่มีความสุขในสถานที่นั้นด้วย ส่วน Happy at work มาจากส่วนบุคคลคือมีความสุขในการทำงานไปด้วย

          ดร.จีระ เสริมว่า Happy workplace เป็นเรื่ององค์กร และ Happy at work เป็นเรื่องการทำงาน

 

ดร.จีระ ถาม    กลุ่มที่ 4 : ถ้าเราจะมี Happy at work ที่การเคหะฯ เราควรมีปัจจัยอะไรบ้าง และถ้ามี 10 คะแนน ตัวคุณจะมีคะแนนเท่าไหร่

ตอบ   สำหรับตัวเองในส่วนที่เข้าอบรมคือมีช่วงวัยที่ใกล้กัน มีการคุยกันที่ดี ถ้า 10 คะแนนให้ 8 คะแนน

          ดร.จีระเสริมว่าความคิดเห็นว่าน่าจะมี 4 ปัจจัยด้วยกันคือ     

          1. สุขภาพกับการออกกำลังกาย

          2. Passion เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือการหลงใหลในงานของตัวเอง

Passion มี 2 อย่างคือทางดีและทางไม่ดี ยกตัวอย่าง ดร.จีระในช่วงหนุ่ม ๆ ชอบทำงานจะกลับดึกมาก

          3. Purpose ถามตัวเองว่าทำงานไปเพื่ออะไร ให้ค้นหาตัวเองอีกครั้ง

          4. Meaning ทำงานแล้วชีวิตมีความหมายหรือไม่ บางคนไม่ทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว  เงินเยอะมากจะไม่ทำ เช่นบริษัทที่ทำโฆษณาอบายมุขเขาจะไม่ทำ  

          ถ้ามีบ้านมีที่อยู่อาศัยที่ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นด้วยไม่มากก็น้อย

          อาจารย์พิชญ์ภูรี เสริมว่า Happy workplace เป็นอะไรที่จับต้องได้ เช่นมีแอร์ดี ห้องทำงานใหญ่ สบาย แต่แค่นั้นไม่พอ จึงมี Happy at work

          สิ่งที่เสริมนอกจากสุขภาพ Work life balance เครื่องมือ IT จะมาช่วยให้เราทำงานที่มีประสิทธิภาพสามารถทำงานข้างนอกได้ให้เกิดการบูรณาการในการทำงานกัน ถ้ามีคนรุ่นใหม่ที่เขาไม่ได้อยากทำงานแบบเราแล้ว  วิสัยทัศน์ต้องมองไปในอนาคต เรื่อง Generation Gap ต้องมีจะนำเสนอถึงโครงการในอนาคตทั้งหมด

          ดร.จีระ เสนอว่า ในรุ่นนี้ให้มองรุ่นน้องให้ดีว่าเขาต้องการอะไร ถ้าจะบริหารคนรุ่นใหม่ เราต้องมี Happy at work และ Happy workplace บางครั้งต้องมี Flexible work  ดังนั้นการมี Work life balance เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในราชการและรัฐวิสาหกิจที่ควรเกิดขึ้น

 

วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์ของการเคหะคืออะไร

          “การเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรหลัก ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชน และเมืองเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย”

          เราจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ของการเคหะแห่งชาติคือการทำงานร่วมกันของคนในห้องนี้

วิสัยทัศน์มีวิวัฒนาการคือ

          วิสัยทัศน์ ต่อด้วยคือพันธกิจ และค่านิยมในองค์กร และมีการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อให้ไปสู่วิสัยทัศน์เหล่านั้น

          ยกตัวอย่างเช่น ใคร ๆ ขับรถได ขับรถเป็น แต่ไปไหนไม่รู้ เช่น บางคนเป็นนักบัญชีแต่ทำบัญชีเพื่ออะไรต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย  อย่างการประชุมที่ Davos ซึ่งเป็นการประชุมที่ดูแลโลกหรือที่เรียกว่า Globalization ซึ่งคุณ Trump พูดแค่ America First แต่ที่ Davos อยากรู้ว่าทำอะไรเกี่ยวกับโลกที่ทำร่วมกัน ดังนั้น Trump ก็ตกวิสัยทัศน์ระดับโลกด้วย

วิสัยทัศน์คืออะไร

          ทิศทางที่จะไป และต้องกำหนดมาตรฐานให้เราไปอย่างเป็นเลิศ

          เราต้องศึกษาว่าการเคหะแห่งชาติภายใต้การนำ 22 คน เราจะกำหนดวิสัยทัศน์อย่างไร

วิสัยทัศน์ที่ดี

1. ต้องให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการกำหนดหรือเรียกว่า Share vision อยากให้แต่ละกลุ่มลองเขียนแล้วแบ่งปันกัน

ยกตัวอย่าง หนังสือ Built to last พบว่าบริษัทที่อยู่รอดได้มีการปรับวิสัยทัศน์ตลอดเวลา และต้องได้รับการยอมรับจากคนในองค์กร

2. Vision without action จะถูกมองว่าไม่ได้ประโยชน์นัก และอาจถูกมองว่าเป็นความฝัน

3. Mission คือพันธกิจหรือภารกิจที่เราจะทำเพื่อตอบสนองเป้าหมายของ Vision เหล่านั้น

4. การกำหนด Vision Mission ไม่พอ ต้องมีการกำหนด Core Value ด้วย ยกตัวอย่าง Core Value องค์กรอาจารย์จีระ เน้น สร้างสรรค์ มูลค่าเพิ่ม และความสุขในการทำงาน ในการทหารของสหรัฐฯ ต้องมีคือ ความกล้าหาญ เกียรติยศ และศีลธรรม หรือ John F. Kennedy ส่งคนไปโลกพระจันทร์

Vision ได้มาอย่างไร

          1. สนใจความรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          2. อ่านหนังสือมากและหลาย ๆชนิด

          3. รู้จักเรียนรู้งานที่ทำอยู่

          4. เป็นผู้ที่ช่างสังเกต และนำไปปฏิบัติ

          5. มีพันธมิตรทางปัญญามากหลาย ๆ ด้าน เช่น เราเป็นนักวิชาการก็รู้จักธุรกิจหรือสาขาอื่น ๆ อย่าทำตัวแคบ ๆ

          6. เลือกดูรายการโทรทัศน์ที่ให้ประโยชน์ เช่น Cable TV

          7. ใช้ Internet อย่างสม่ำเสมอ

          8. มีวัฒนธรรมการเรียนรู้

          9. เรียนรู้ตลอดชีวิต

ประสบการณ์ของ ดร.จีระในการทำงานด้านวิสัยทัศน์

1. ผู้นำให้ความสนใจต่อ Vision

2. การระดมความคิด  โดยรับฟังความคิดแปลกใหม่(ต้อง Learn-Share-Care โดยเฉพาะที่ขัดแย้งกัน แต่ให้ความคิดเห็นไม่ตรงกันเป็น conflict องค์กร ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดการปะทะกันทางปัญญา)

3. มีคณะผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือ

4. ผสมผสานระหว่างความคิดคนในกับคนนอก

5. วิธีการระดมความคิด จะต้องเน้นการแสดงความคิด 2 ทางคือโต้ตอบและตรงไปตรงมา

6. ถ้าไม่มีผู้นำในองค์กรที่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงก็คงจะทำอะไรลำบาก

 

วิธีคิดเพื่อทบทวน / กำหนดวิสัยทัศน์ของเรา

1. เราต้องมองภาพ Macro ก่อน รู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งคืออะไร มองโอกาสและความเสี่ยงคืออะไร แล้วให้ลงเขียนวิสัยทัศน์ดู และมาตอบว่าการเคหะฯ เก่งอะไร และทำในสิ่งที่เราเก่งหรือไม่  เราต้องใช้จุดแข็งมากกว่าใช้จุดอ่อนของเรา

2. ศึกษา Internal Environment เช่น ระบบ วัฒนธรรม องค์กร คุณภาพของคน ฯลฯ

          3. อะไรที่เราทำได้ดีที่สุดและอะไรที่เราทำยังไม่ดี อย่างเช่น การเคหะฯ สิ่งที่เราทำเก่งที่สุดคือ ชุมชน

          4. ใครคือลูกค้าที่สำคัญของเรา

          อาจารย์พิชญ์ภูรี  บริบทข้างหน้าของการเคหะจะเป็นอย่างไร อย่างเราจะมองวิสัยทัศน์ข้างหน้า ต้องรวย ต้องมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน  การลดความเหลื่อมล้ำแล้วยังมีเรื่องของการพัฒนาคนอย่างถ้วนหน้า เพราะมีเรื่องสังคมดิจิทัลมาตอบโจทย์  องค์กรต้องการอะไร มีเรื่อง Competency อะไรที่ทำดี และอะไรที่ไม่ดี อะไรที่ดีแล้วและเราจะเดินต่อ ถ้าอะไรทีไม่ดีไปสร้างที่คน  ถ้าเราจะพัฒนาที่อยู่อาศัยเราจะมอง Vision แบบไหนบ้าง

          อาจารย์จีระ เสริมว่า Boundary ของการเคหะ อยู่ใน Boundary หนึ่ง แต่เรื่องอาเซียนตก แต่ควรพูดถึงว่าการเคหะฯ ไม่ได้สร้างบ้านอย่างเดียว แต่การเคหะฯ สร้างประเทศ สร้างชุมชน ความมั่งคั่ง ลดความเหลื่อมล้ำ

          ทำไมวิสัยทัศน์เราถึงกว้าง เพราะเราหาความรู้ เราต้องรวมพลังกันคิดถึง Where we are going?

 

Workshop 2

กลุ่ม 4  วิเคราะห์ External Environment กับ จุดอ่อนและจุดแข็งของการเคหะฯ พร้อมคำอธิบาย

กลุ่ม 1 วิเคราะห์ Internal Environment กับจุดอ่อนและจุดแข็งของการเคหะฯ พร้อมคำอธิบาย

กลุ่ม 2  1) วิเคราะห์ Stakeholders ของการเคหะฯ คือใครบ้างยกตัวอย่าง 2) อะไรที่เราทำได้ดีที่สุด ? เพราะอะไร? 3) อะไรที่ทำยังไม่ดี แต่ยังต้องทำต่อไป ? เพราะอะไร?

กลุ่ม 3 ยกตัวอย่างที่น่าสนใจเรื่องภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของการเคหะฯ 2 เรื่อง พร้อมอธิบาย และเสนอแนะ 3 วิธีการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์

 

 

Workshop 2

กลุ่ม 4  วิเคราะห์ External Environment กับ จุดอ่อนและจุดแข็งของการเคหะฯ พร้อมคำอธิบาย

จุดแข็ง

1. นโยบายของรัฐ – ที่ผ่านมาการเคหะฯ ทำโครงการเช่นเคหะฯชุมชน บ้านเอื้ออาทร มีแนวทางในสมัยอดีตนายกฯทักษิณให้สร้างที่อยู่อาศัย 600,000 หน่วย การเคหะฯ ทำไป 200,000 หน่วย

2. เงินสนับสนุนโครงการฯ

3. ภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันสนับสนุนให้การสร้างเคหะฯที่อยู่อาศัย

4. การสร้างความน่าเชื่อถือกับกลุ่มลูกค้า การเคหะฯมีการให้บริการหลังการขาย

5. ทำเลที่ดินมีทั่วประเทศและเยอะมาก ในกลุ่มจังหวัดที่กำลังปรับตัวเป็นเศรษฐกิจใหม่ และเศรษฐกิจในอนาคต อย่างโครงการที่จะสร้างใหม่ AEC แถวระยอง

จุดอ่อน

1. มีอาคารคงเหลืออยู่ต้องบริหารที่ยังดูแลไม่หมด

2. การทำโครงการล่าช้าไม่คล่องตัวเนื่องจากมีการขออนุมัติผ่านหน่วยงานภายนอกใช้เวลานานและไม่ทันใจลูกค้า

3. การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ มีน้อย ในเรื่องสถาบันการเงินที่ Deal กับการเคหะฯ น่าจะมีมากขึ้น การเคหะฯ ต้องเตรียมกลุ่มลูกค้าที่จะไป

4. ข้อจำกัดในการส่งมอบ ส่งไม้ต่อ

5. การเคหะฯ ไม่มีความถนัดในเรื่องการทำธุรกิจ บางอย่างต้องดีลกับเอกชนด้วยเช่นที่ดินแดง มีที่ปรึกษามาก ต้องมีการดีลงานให้ได้ตามแผน

วิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างชุมชน สร้างสังคม สู่การพัฒนาชีวิตที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

          ดร.จีระ เสริมว่าควรมี Global mindset ในระดับที่กว้างด้วย ขอให้คิดนอกกรอบบ้าง

 

กลุ่ม 1 วิเคราะห์ Internal Environment กับจุดอ่อนและจุดแข็งของการเคหะฯ พร้อมคำอธิบาย

เรื่อง ทรัพยากรมนุษย์ การเงิน และสินทรัพย์

ทรัพยากรมนุษย์

จุดอ่อน

1.มีคนที่เกษียณจำนวนมาก การรับคนช่วงใหม่ขาดช่วง ยังไม่ทันกัน

2. พนักงานที่รับเข้ามา จะพบว่าพนักงานลาออกไปอยู่หน่วยงานอื่นสม่ำเสมอ เราจะทำอย่างไรให้เด็กรุ่นใหม่อยู่กับเราได้นาน เพื่อยั่งยืน

จุดแข็ง

พนักงาน – พร้อมพัฒนาและอบรม

2. รุ่นเดิมมีความจงรักภักดีค่อนข้างมาก

สถานการณ์เงิน

จุดอ่อน

1.ไม่สามารถบวกเงินได้มากต้องสนับสนุนฐานผู้มีรายได้น้อย

จุดแข็ง

1. สามารถบริหารการเงินให้ได้กำไร

สินทรัพย์

จุดอ่อน

1.ยังไม่สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จุดแข็ง

1. เคหะฯ มีทรัพย์สินอยู่มากทำให้มีผลดีต่อองค์กรของเรา

วิสัยทัศน์

สร้างคน สร้างงาน บันดาลสุขอย่างยั่งยืน

          ดร.จีระเสริมว่าในอนาคตน่าจะเพิ่มสไตล์การบริหารผู้นำในองค์กร วัฒนธรรมองค์กร และองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วย ถ้าเสริมคนที่มีคุณภาพและใฝ่รู้ ปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้

          การฝึกอบรมคนอยู่ที่ Process คือเขาสอนให้เราตกปลาไม่ได้สอนให้เรากินปลา กลุ่มนี้เห็นได้ชัดว่าทุกคนคิดเป็น ทำงานเป็นและสามารถทำให้เกิดความเป็นไปได้

 

กลุ่ม 2  1) วิเคราะห์ Stakeholders ของการเคหะฯ คือใครบ้างยกตัวอย่าง 2) อะไรที่เราทำได้ดีที่สุด ? เพราะอะไร? 3) อะไรที่ทำยังไม่ดี แต่ยังต้องทำต่อไป ? เพราะอะไร?

          1.Stakeholder มีลูกค้า ประชาชนทั่วไป หน่วยงานสร้างความมั่นคงของรัฐ การประปา การไฟฟ้า อปท. หน่วยงานเอกชนต่าง ๆ ฯลฯ

          2. ที่การเคหะฯทำได้ดีที่สุดคือช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเอง พัฒนาผู้อยู่อาศัยให้มีรายได้ที่ดีขึ้น รัฐบาลให้เงินอุดหนุน และการเคหะฯมีความสามารถในที่อยู่อาศัยมา 45 ปี

          3. การเคหะฯ ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยตรงตามความต้องการลูกค้า การพัฒนาที่อยู่อาศัยการลดพลังงานเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เรื่องกฎระเบียบไม่ตรงตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งการเคหะฯ และเรื่องการทำทรัพย์สินให้มีมูลค่าเพิ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ยังติดขัดในกฎระเบียบเป็นส่วนใหญ่ ติดขัดในเรื่องกฎระเบียบภายในและภายนอก

          ดร.จีระ เสริมว่า เหนือการเคหะฯ คือรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่าง Trump เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแก้กฎระเบียบเพื่อให้การบริหารเร็วขึ้น ในยุค คสช. บางเรื่อง ถ้าเป็นอุปสรรค เราต้องช่วยกันคิดเพราะอุปสรรคบางอย่างเป็นปัญหาจริง ๆ ถ้าการเคหะฯ มีบทบาทอยู่ต้องให้เป็นการทำงานที่สะดวก รวดเร็ว

         

กลุ่ม 3 ยกตัวอย่างที่น่าสนใจเรื่องภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของการเคหะฯ 2 เรื่อง พร้อมอธิบาย และเสนอแนะ 3 วิธีการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์

          1.วิสัยทัศน์อาจทำเป็นสวัสดิการอาคารเช่าหมุนเวียนตามระดับรายได้ที่เปลี่ยนไป  เช่นรายได้น้อย สามารถขยับขยายไปห้องใหญ่ขึ้นตามฐานเงินเดือนที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนกลุ่มรายได้ตามสภาวะรายได้ของเขา

          อุดหนุนคนที่เป็นรายได้น้อย ไม่ได้อุดหนุนสำหรับคนที่รายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีนัก เปลี่ยนไปอยู่ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมขึ้น

          โดยอาจมีการแลกบ้านที่ใหญ่ขึ้น แต่เป็นลักษณะขาย

          การสร้างชุมชน ที่มีบ้านขนาดเดียวกัน อยู่ในบริเวณใกล้กัน เพื่อให้สะดวกในการย้าย

          วิสัยทัศน์ การพัฒนาคนรุ่นใหม่ จะใช้วิธีการทำงานแบบโปรเจคทีมเล็ก ๆ และมีการบูรณาการระหว่างหลายหน่วยงาน มีการดูงานที่จริง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนรุ่นใหม่ด้วย  มีการลงพื้นที่จริง

          สัดส่วนการสร้างบ้านของการเคหะฯ มีแนวทางไปต่างจังหวัดมากขึ้น

          ดร.จีระเสริมว่า งานนี้น่าทำ ในบางประเทศความสำคัญของการเคหะฯ มีมากเท่ากระทรวงฯ

          Trend ในโลกจะไม่มี Silo และเป็น Cross Function ถ้าเราไม่ทำงานเชิงรุก เด็กรุ่นใหม่อาจไม่อยากอยู่ ถ้าเราได้คนที่เข้ามาไม่เก่งเราต้องพัฒนาเขา และถ้าเราเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้จะได้ประโยชน์มาก

 

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

โดยสรุป การเคหะฯ จะขึ้นมาถึงจุดที่ขยายพรมแดนไปสู่กิจกรรมอื่น ๆ   แม้วันนี้ยังไม่ได้ แต่เราจะต้องสามารถทำได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง Alibaba เป็นธุรกิจที่เล่นกับคนจน คนจนสามารถเป็นหลักได้ สิ่งที่อยากฝากคือ การขยายพรมแดนหรือกิจกรรมของการเคหะฯ เรียกว่า Boundary ที่การเคหะฯ มีภารกิจมาก  อยากให้มีการคุยกับต่างประเทศมากขึ้น ทั้ง 4 กลุ่มได้ความรู้มาก ในเรื่องต่างประเทศเราต้อง Shift Paradigm บางเรื่องเข้าใจ และติดตัวไป

เราจะรวมอย่างไรให้โปรเจคสามารถเอาชนะอุปสรรคให้ได้ ให้ List อุปสรรคออกมาและหาตัวละครที่เสริมเรา อย่างเรื่องทุนมนุษย์ต้องเป็น Strategic Partner กัน เช่นวันนี้มี 22 ท่านแต่อาจไม่พอ อาจต้องมี Stakeholder ข้างนอก มีนักการเมือง นักวิชาการ  ทำอย่างไรให้ How to overcome difficulty และในเวลา 9 วันเราอาจมีการพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกกับสิ่งเหล่านี้ เพื่อสร้างความต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง ดร.จีระจะเป็น Driving force ในการผลักดันสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น

ในวันนี้ได้อะไร ให้เรายึดไว้ 2-3 เรื่องแล้วต่อยอดสิ่งเหล่านั้น แล้วการเรียนจะประสบผลสำเร็จ

Case Study อาจมี อารามาสก์ เจฟ โบโซ และ Alibaba ซึ่งเป็นตัวอย่างด้านดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ด้วย

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          ยกตัวอย่างกลุ่ม 3 โปรเจคสามารถเกิดขึ้นได้เลย อย่างก่อนไปวิสัยทัศน์ต้องวิเคราะห์ความจริง ขยายพรมแดนให้ยืดออกไปจากที่เป็นอยู่

          การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ช่องว่างระหว่าง Generation บางเรื่องต้องคิดต่อ การทำงานที่เป็น Project Base เห็นแนวที่จะเดินไปด้านการพัฒนาและบริหารทรัพยากรมนุษย์ ฝากไว้ในสิ่งที่ท่านคิด เพราะสามารถนำไปต่อยอด ได้

          การปลูก เก็บเกี่ยวและ Execution แม้ไม่ได้ออกมาในวันนี้แต่สามารถทำให้เกิดในอนาคตได้


สรุปการบรรยาย

โครงการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผู้บริหารระดับสูง” ประจำปี 2561 หลักสูตร Classroom

หัวข้อ การบริหารการเปลี่ยนแปลง (1)

กรณีศึกษาของ...บมจ. ปูนซีเมนต์นครหลวง

โดย คุณจันทนา สุขุมานนท์

กรณีศึกษาของ… สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

โดย คุณชูชาติ มั่นครองธรรม

ดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561

 

(สรุปการบรรยายโดย เขมิกา ถึงแก้วธนกุล ทีมงานวิชาการ Chira Academy)

 

คุณจันทนา สุขุมานนท์

          ในปัจจุบันจะไม่ค่อยพูดเรื่อง Change Management ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นการพูด Transformer

          เมื่อพูดถึง Change Management พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในองค์กร มี Internal Factor สิ่งที่พบคือการเปลี่ยนข้างในยากมาก แต่ External Factor Force ให้เราเปลี่ยน

          External Factor is given หมายถึงเราต้องเปลี่ยน แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือข้างในของเราอยากจะเปลี่ยนเอง เพราะถ้าเราทำเหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็เป็นเหมือนเดิม

 

ยกตัวอย่าง ในตัวเองสิ่งที่อยากเปลี่ยนมากที่สุดคืออะไร ? มีใครบ้างที่ Perfect ?

          อย่าง คุณจันทนามีความคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกวัน

          ในอดีตรู้สึกผิดพลาดคือที่สอบเอ็นทรานส์ไม่ติดเลยต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน  และเป็นคนพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งทั้งที่เรียนโรงเรียนเซนโยฯ เลยมีแนวคิดที่จะต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งภาษาคือต้องไปเมืองนอก และหาสามีฝรั่ง แต่...ชีวิตมากกว่านั้น

คนเราต้องมีความตั้งใจ เช่นคุณจันทนาตั้งใจว่า

1. ต้องไม่จน

2. ต้องไม่พึ่งคนอื่น ต้องยืนบนขาตัวเองให้ได้

Holcim Mission : Vision , Values, Strategy & Operational Roadmap

ใน 1 ตัวคน สมรรถนะของคน 1 คนในการทำงานที่ดีมี 4 ส่วน

1. Think the business

คิดก่อน ... คิดได้หรือไม่ มีตรรกะ หรือ Critical Skill หรือไม่ มี Strategic Thinking Skill

มีวิสัยทัศน์ คือการมองไปข้างหน้าว่าเป็นอย่างไร

          - Strategic Vision / Alignment

          - Analysis and Problem-Solving

          - Business and Financial Acumen

2. Deliver Results

          - Manages Execution

          - Customer Focus

          - Support Action , Change and Innovation

          - Leads for Performance

3. Act as a role model

          คุณสมบัติหนึ่งในการเป็นหัวหน้าคือการเป็น Role Model ที่ดี เช่นถ้าเป็นหัวหน้า แล้วมาทำงานสายลูกน้องจะมาทำงานสาย

          - Adapts and learn

          - Establishes Trust and Confidence

4. Energize People

          สังเกตได้ว่ามีคนที่ออกจากองค์กรที่ดีได้นั้นเพราะอะไร ส่วนหนึ่งเพราะได้หัวหน้าไม่ดี

          - Communication

          - Engages and Inspires

          - Develops Employees

          - Cultivates Relationships and Networks

          - Fosters Teamwork and Cooperation

สรุปคือ Life ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าตัดสินหรือมองคนจากภายนอก

 

การเปลี่ยนแปลง

          External เปลี่ยนไปอย่างไร ถึงไหนแล้ว  

1. ทำไมเราไม่เปลี่ยน ทำไปฉันต้องเปลี่ยน

ยกตัวอย่าง 7 Habits ที่เกี่ยวกับตัวเราเอง คือ

1. Be Proactive เราต้องทำมากกว่าที่เขาคาดหวัง จะทำให้เขา Recognize เรา เราต้องคิด without the box

2. Put with the end in mind เราต้องตั้งเป้าหมาย ต้องมี Target 

3. Be Prioritize เราต้องรู้ว่าอะไรทำก่อนทำหลัง

ที่เชื่อมโยงกับข้างนอก คือ

4. Listen more คือการฟังมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่คนเราฟังน้อย แต่พูดเยอะ

(The more listen the more to understand)

5. Energize people คือการทำงานเป็น Teamwork เพราะความสำเร็จไม่ได้มาจากตัวเองอย่างเดียว แต่มาจากคนอื่นด้วย อย่างถ้าขึ้นตำแหน่ง ความสำเร็จส่วนหนึ่งคือลูกน้อง

6. Think win-win เวลาที่เราจะทำอะไรเราต้องคิดให้เขา Win และเรา Win ด้วย

7. Sharpen your saw คือเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

ให้เราลองดูว่าในนิสัย 7 ตัวนี้ นิสัยไหนที่เราไม่ดี  

จาก Wheel Model สิ่งที่พบในคนส่วนใหญ่ที่ตก และทำไม่ได้ คือ เรื่อง 1. Energize wheel 2. Communication

Leader มีความจำเป็นต้องเข้าใจและสื่อสารให้กับตรงตามแต่ละคน

คนที่จะเป็น CEO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งสำคัญส่วนหนึ่งคือ Communication

การเป็น Public Speaking

          1.Objective คืออะไรและเราอยาก ได้อะไร What do you want other know about you?

          - ถ้าเราอยากพูดอะไรให้เราตั้งคำถามไว้ แล้วพูดตามนั้น

          - เหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ที่ต้องเริ่มจากตัวเองข้างใน

ยกตัวอย่าง บริษัทที่ทำดีที่สุดในการทำ Rule & Regulation คือ OEM อย่างเช่นการเคหะฯ ต้องเปลี่ยนกฎในการอยู่รวมกันของคนหมู่มาก ที่ฮอลแลนด์ การเคหะฯ บ้านที่อยู่เรียบร้อยมากเนื่องจากเขามีกฎ

แจกแบบการให้คนอื่นประเมินตัวเรา  :  ให้ตั้งคำถามโดยการคิดว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างไร 10 เรื่อง และให้ลูกน้องหรือคนใกล้ตัวให้คะแนน เช่น การส่งงานตรงเวลาหรือไม่?  การฟังมากขึ้น?   การอดทนมากขึ้น?  เราต้องปล่อยวางบ้าง ไม่ใช่เอาทุกอย่างมาแบกเอาไว้

การให้คะแนน 1-10 คะแนน

1-6 แปลว่าเราต้องเปลี่ยนแปลง

7-8 แปลว่าเฉย ๆ

9-10 แปลว่าเขาจะ Promote เรา

ในมุมกลับกัน ทำอย่างไรถึงจะได้เกรด A

 

สิ่งที่เราควรต้องระวัง คือ การทำงานไปเรื่อย ๆ จะติดอยู่ใน Comfort Zone ไม่ Proactive แล้วจะทำให้แย่มากกว่าดี

          เวลาจะถามลูกน้องให้ Question ที่ความคิดเขา ไม่ใช่ที่คำตอบ ?  และการที่มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา  ตาเราเห็นอะไร ใจเราเห็นอะไร เช่นถ้าเห็นว่าเราจะใจร้อน ให้หยุดก่อนที่เราจะเสียคน  Emotional is overwarm เราต้องคิดให้ได้ อย่าให้อารมณ์เหนือเหตุผล ตอนที่อารมณ์เร็ว เราจะ Break อย่างไร

          กิจกรรม : ให้ทุกคนเขียนคนละ 1 ข้อว่าเราอยากจะเปลี่ยนอะไร เช่น ใจร้อน ขี้บ่น พูดให้สั้น

          ทำอะไรที่เป็น Productive เช่น การบ่นไม่ Productive แต่จะทำอย่างไร ?

เราจะเปลี่ยนอย่างไร : Why? How? What? When?

          ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยน?

          เราจะเปลี่ยนอย่างไร ?

          เราจะเปลี่ยนอะไร?

          เราจะเปลี่ยนเมื่อไร?

 

สรุป ที่เราเปลี่ยนวันนี้เพราะเราเปลี่ยนจากข้างใน ทุกวันเราต้องเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น เราเป็นน้ำครึ่งแก้ว เราจะเติมวิตามินอะไร เราต้องรู้ว่าเราขาดอะไร  เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้น

ไม่ว่าลูกน้องจะมาปรึกษาอะไร ต้อง Open Question ถามเขามากขึ้น โค้ชไม่เคยให้คำตอบ แต่ให้ถามจนเขาสามารถหาคำตอบด้วยตัวเองได้ โค้ชคือกระจกส่งเราเท่านั้นเอง

เราจะรู้จักตัวเองดีที่สุด

 

กรณีศึกษาของ… สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

คุณชูชาติ มั่นครองธรรม

 

การเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ศาสตร์เดียวในการทำงาน แต่ใช้หลายศาสตร์ผสมกัน คือ Change Management ,Risk Management, Business Continuing Plan เช่น การเปลี่ยนวิถีชีวิต การเดินทางเปลี่ยน การบริหารความเสี่ยง

          1. ทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เมื่อมีการจัดการต้องมีการวางแผน

          2. องค์ประกอบการเปลี่ยนแปลง ต้องมีผู้นำการเปลี่ยนแปลง

          การเปลี่ยนแปลงมี 2 อย่างคือเชิงรุก และเชิงรับ ดูแนวโน้มในอดีตและสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต

          การเปลี่ยนแปลงเชิงรับ  เราจะรู้ว่าเราจัดการแต่ละเรื่องอย่างไร

สาเหตุที่ทำให้เกิดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

1. ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง

          2. ระยะเวลาการเปลี่ยนแปลงสั้นไป

          3. เกิดความตระหนกในการเปลี่ยนแปลง

          4. แรงกดดันจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

          5. ผลประโยชน์

          6. ความไม่รู้ ไม่เข้าใจ

กรณีการย้ายที่ทำการแห่งใหม่

          แต่ก่อนสำนักงานสลากกินแบ่ง อยู่ราชดำเนิน อยู่ในแหล่งยุทธศาสตร์ต่อผลจากการเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มีปัญหาเรื่องความแออัด ได้มีการวางแผนและปักธงในการย้ายแบ่งเป็น 3 Phase โดยหน่วยที่ได้รับผลกระทบจากการย้ายกับประชาชนให้อยู่ก่อน และส่วนอื่นย้ายก่อน

          Phase แรกที่โดนย้ายคือ ฝ่าย HR  เริ่มต้นจากการวางแผนห้องที่ทำงานเสร็จ และของค่อยลงให้สัมพันธ์กับงานที่มี  การดูถึงผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมภายนอกมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของพนักงานอย่างไร เช่น การเดินทาง ร้านอาหาร โรงเรียนลูก ฯลฯ สิ่งที่เราควรทำ Survey คือทำให้เห็นว่าวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ได้กระทบกับวิถีชีวิตเดิมของคนในองค์กรมากนัก

          ปัญหาที่พบ คือ

1. แต่ละส่วนยังมีการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กันคือ คนสร้าง คนติดกล้อง คนตกแต่งห้อง เช่น มีการติดกล้องวงจรปิดในห้องตรวจภายใน

2. ข่าวลือเรื่องผี 3  ตัว วิธีการคือการตรวจสอบข่าวลือ และประชาสัมพันธ์

3. การย้ายระบบ IT ให้เกิดความต่อเนื่อง ไม่ให้สับสน เช่นทำงานถึงวันศุกร์ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่การจ่ายเงินจริง เพื่อเป็นการทดสอบให้ระบบทำงานได้ และมี Server สำรอง และในที่สุดวัน D-Day ระบบจะทำงานได้

การบริหารการเปลี่ยนแปลง ใช้หลักทฤษฎี

1. แม่ปู ลูกปู – ผู้นำต้องเอาด้วย นำก่อน แล้วคนจะตาม

2. ตีฆ้อง ร้องป่าว – การประชาสัมพันธ์

3. ตีซี้ – สหภาพแรงงานจะเกาะติดมวลชน ให้เขาเห็นประโยชน์ และเขาจะช่วยเรา

4. พวกมากลากไป – เมื่อส่วนใหญ่มาแล้ว ส่วนเล็กจะตามไปโดยปริยาย

5. ทุบหม้อข้าวหม้อแกง – ฟันธงว่าจะย้ายเมื่อไร

ช่วงการเปลี่ยนผ่านใช้วิธีการสร้างตัวแทนแต่ละหน่วยเป็นลักษณะ Change Agent ทำอย่างไรให้รับรู้วิธีการใช้งานต่าง ๆ เพื่อหาข้อดีข้อเสีย ที่จะทำอย่างไรให้ระบบดีขึ้นป้องกันการผิดพลาดได้บ้าง

การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง ขอให้ท่านทำใจให้มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงนั้นก่อน


อาจารย์ทำนอง ดาศรี

สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง

1. มี Vision ว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไรขึ้นมา

2. ผู้บริหารระดับสูงต้องเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน

3. การวางแผนร่วมกัน

4. Stakeholder ทั้งหมดต้องเข้าใจตรงกันคือผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ผู้เห็นด้วยตั้งเป็น Change Champion

5. การสื่อสารกันทุกระดับชั้น

6. สร้างระบบการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนเป็น Platform และมีการฝึกอบรม

7. ต้องมี Milestone คือตัววัดความก้าวหน้า ว่าเสร็จอย่างไร และเมื่อไร 


Learning Forum

การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN Economic Community (AEC) (1/1)

โดย รศ.ดร. อัทธ์ พิศาลวานิช

ผอ.ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

  

การสอบถามสิ่งที่ผู้เข้าอบรมอยากเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน

1.       คำถาม : การเคหะฯพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างไรได้บ้างในอาเซียน

คำตอบ พัฒนาที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย และพัฒนาที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม แต่การเคหะฯ น่าจะเป็นที่อยู่อาศัย

          การพัฒนาเขตอุตสาหกรรมน่าจะเป็นเรื่องของนิคม

          1) การพัฒนาอุตสาหกรรมในเขต CLMV คือเขตอุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจพิเศษ อย่างในกัมพูชาจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมด ส่วนทางเมียนมา จะเป็นได้ทั้งเขตอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตที่ 1 ที่รัฐยะไข่  เขตที่ 2 ที่ท่าชินวา เขตที่ 3 ที่ท่าเรือทวาย

          2) การพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งคนในอาเซียนและ CLMV ยังขาดอยู่ การเคหะฯ น่าจะร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศในการทำด้านนี้ และคาดว่าอาจจะได้สิทธิพิเศษในการทำการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยอาจตั้งบริษัทร่วมกับประเทศนั้น ๆ ทำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาทิเช่น สิงคโปร์ไปตั้งบริษัทร่วมกับบริษัทร่วมของเมียนมา เช่นการสร้างเมืองใหม่ที่เนบิดอร์   การเคหะฯ ก็น่าจะไปด้วยเช่นกัน ที่เห็นส่วนมากไม่ค่อยเห็นภาครัฐวิสาหกิจไทยไปต่างประเทศเท่านั้น ส่วนใหญ่เห็นแต่ภาคเอกชนไปเช่น ซี.พี. ปตท.  

          เสนอว่า ถ้าจะไปให้ตั้งบริษัทลูกร่วมทุกกับบริษัทเมียนมาเนื่องจากมีจำนวนมาก อย่างที่คอนโดขายดีมาก และให้สิทธิ์นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของคอนโดฯได้ตลอดชีวิต แต่ไม่เปิดสิทธิ์ให้ต่างชาติเป็นเจ้าของที่ดิน นอกจากเป็นนอมินี  เช่นเดียวกับเมืองไทย

 

การบริหารธุรกิจในอาเซียน (10 ทำ 10 ไม่)

10 ทำ

1. เลือก 9 ประเทศ เพราะเราไม่สามารถทำธุรกิจได้ทั้ง 9 ประเทศ  (อาเซียนเก่า อาเซียนใหม่

          เราควรจะไปอินโดนีเซียเพราะตลาดใหญ่มาก แต่มีเกาะและไกลมาก ที่ไทยไปทำธุรกิจในอินโดนีเซียคือจาร์กาตา สิ่งที่พบคือ ไกลมากและกำลังซื้อถดถอยลง  เป็นมุสลิม เราต้องเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวมุสลิม เราต้องเข้าใจวัฒนธรรมของเขา เขาจะไม่สามารถให้เวลาได้ตามต้องการ

          CLMV-T  คนที่มาลงทุนมากสุดในกลุ่มนี้คือ มาเลเซีย และสิงคโปร์  แต่ประเทศไทยกับเหมือนใกล้เกลือกินด่างคือมองไม่ค่อยเห็น

          ประเทศเวียดนาม มองข้ามประเทศไทยไปแล้วตอนนี้ Benchmark ข้ามไปที่สิงคโปร์แล้ว อย่างเวียดนามมีโมเดลเหมือนกับจีน เนื่องจากเวียดนามเคยเป็นเมืองขึ้นจีนเมื่อ 1,000 ปีก่อน ผู้หญิงเวียดนามเป็นกำลังหลักของรายได้  ส่วนใหญ่เป็นแรงงานผู้หญิงหมดเลย

          ขณะนี้เราทำธุรกิจในกลุ่มนี้มากสุดในเรื่องการค้า  วัตถุประสงค์ของ AEC คือ Production Base คือการเป็นฐานการผลิตเดียวกัน เป็นตลาดเดียวกัน หมายถึง 1. ไม่มีกำแพงภาษี 2. เป็นฐานการผลิตเดียวกัน คือตั้งโรงงานผลิตที่ CLMV ได้ เพราะวัตถุดิบที่นำเข้ามาไม่มีกำแพงภาษี

          เช่นมะม่วงแก้วขมิ้น เป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากกัมพูชา มะม่วงที่แปรรูปนี้ส่วนใหญ่เป็นมะม่วงแก้วขมิ้น และเป็นมะม่วงของกัมพูชา หมายถึงเอาวัตถุดิบจากกัมพูชามาแปรรูปที่บ้านเรา กลายเป็นวาระแห่งชาติของกัมพูชาที่ปลูกมะม่วงแก้วขมิ้นนี้จำนวนมาก   ต่อไปน่าจะเป็นมะม่วงเซงตารงของเมียนมาเข้ามา

          นอกจากส่งของไปขายแล้วให้เอาของเข้ามาขายด้วย  มะม่วงไทยน้ำดอกไม้อร่อยที่สุด แต่อีกทางเลือกหนึ่งคือเซงตารงของเมียนมา  จะเอาเข้ามาในการบริหารธุรกิจได้อย่างไร

          แตงโมของเมียนมาลูกละ 15 กิโลกรัม เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการขายความแปลก

          อย่างใน    CLMV ต้องเลือกมาก่อนว่าจะไปลงทุนที่ไหน

2. รู้นโยบายเศรษฐกิจ กฎหมายการลงทุน กฎระเบียบกติกา

ประเทศเหล่านี้ เน้นเรื่องอะไรเป็นหลัก

          อย่างถ้าจะไปตั้งโรงงานเพื่อขายคนเมียนมา หรือตั้งโรงงานเพื่อไปขายต่างประเทศ แล้วเอาเงินเข้ามา

          นโยบายเศรษฐกิจของเขาคือ

1) ต้องไปเอาวัตถุดิบเขาแปรรูปแล้วส่งออกไปต่างประเทศแล้วเอาเงินกลับบ้านเขา เขาจะชอบ

          2) การตั้งโรงงานแล้วถ้าไม่ใช้แรงงานของประเทศเขาเลยเขาไม่ชอบ ถ้าจะตั้งโรงงานให้ตั้งโรงงานที่บริษัทใช้แรงงานเขา

          3) ถ้าตั้งโรงงานช่วยฝึกแรงงานเขา เขาจะรู้สึกดีมาก เช่นสอนให้เขาซ่อมแอร์ วิทยุ นวด เป็นเขาจะชอบมาก  จากการไปมาหลายประเทศพบว่าคนที่บริการดีที่สุดคือคนไทย

          กฎหมายการลงทุนในเขตอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจพิเศษก็อีกอันหนึ่ง เขตอุตสาหกรรมเมียววดีใช้กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง  เขตที่ชินวาก็ใช้อีกที่หนึ่ง

3. รู้ศักยภาพของประเทศ แรงงาน ทรัพยากร สิทธิประโยชน์ การส่งออก

          ต้องรู้ศักยภาพเขาว่าเป็นอย่างไร ศักยภาพของประเทศเหล่านี้เราควรทำธุรกิจอะไร ศักยภาพของประเทศเหล่านี้มีอะไรบ้าง

          - แรงงาน มีศักยภาพหรือไม่ ถ้าอยากลงทุนบ้านเขา ต้องไปฝึกแรงงานเขาด้วย โรงงานที่ตั้งที่เกาะกงหาแรงงานกัมพูชายากมาก จึงได้เปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการอบรมเช่นสอนเรื่องเย็บผ้าฟรี จะพบว่าทางผู้ว่าฯ เกาะกงมีความสุขภาพ เพราะช่วยเขาด้านนี้

          ระหว่างการสอนจะเป็นคนไทยสอน ความคุ้นเคยจะมักคุ้น ได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมไทย ที่ซึมซับโดยปริยาย

4.ต้องมี Connection และ Partner ทางธุรกิจ

          เช่นกลุ่มสภาอุตสาหกรรมของประเทศนั้น ๆ หอการค้า และอุตสาหกรรมของประเทศนั้น ต้องให้หน่วยงานเขาเซ็นรับทราบด้วยว่าจะทำธุรกิจนี้ เพื่อป้องกันปัญหาที่สามารถป้องกันการฟ้องร้องได้

          สินค้าต้องมีคุณภาพและราคาไม่แพง เพราะราคาเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ

          ถ้าจะไปเมียนมาได้ปลอดภัย เมืองหลักคือย่างกุ้ง  และเมืองมันดาเลย์ เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับทำธุรกิจ ส่วนเนบิดอร์ไม่เหมาะทำธุรกิจ เนื่องจากมีแต่ข้าราชการ นักท่องเที่ยวไปน้อย

          เมืองรองคือ หงสาวดี ผาอัน พะโคว์ แม้กำลังซื้อน้อย แต่ได้ต้นทุนทำธุรกิจดีกว่าเมืองหลัก

5. ไปเป็นกลุ่มธุรกิจ อย่าไปเดี่ยว

          เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางธุรกิจ

6. ทดสอบสินค้าโดยการวางในห้างในกรุงเทพฯ

          ต้องทดลองก่อนที่จะนำสินค้าไปนอกประเทศว่าเป็นอย่างไรก่อน

7. ร่วม Business Trip กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมงานแสดงสินค้า

          ดูว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่น่าไปร่วมด้วย ถ้าแนะนำธุรกิจใน CLMV แนะนำให้ไปเมียนมาเพราะ ธรรมะ ธรรมโม หนุ่มสาวเวลานัดพบกันจะนัดไปไหว้พระ

8. ต้องรู้ช่องทางในการจำหน่ายสินค้า การจำหน่ายอะไร ? และเอาสินค้าไปวางจำหน่ายในประเทศนั้น ๆ

9. เดินทางไปศึกษาตลาดเอง  เพื่อให้รู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ

10. ทำเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ  และภาษาของประเทศนั้น ๆ

10 ไม่

1. ไม่มีข้อมูล

2. ไม่มีหุ้นส่วน

3. ไม่รู้ภาษา

4. ไม่รู้นโยบายการค้า การลงทุน

5. ไม่ตัดสินใจ

6. ไม่ร่วม Business Trip

7. ไม่ร่วมงานแสดงสินค้า

8. ไม่กล้าลงทุน

9. ไม่กล้าจ่ายเงินเดินทาง

10. ไม่มีเครือข่ายและรวมกลุ่ม

          พฤติกรรมของคนใน CLMV ทำเหมือนพฤติกรรมของคนไทย

 

 

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1.  มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ไหนบ้าง

ตอบ นักลงทุนที่ไปทำด้านอสังหาริมทรัพย์มีนักลงทุนจีน และมีสิงคโปร์ไปวาง Landscape ภูมิศาสตร์

          ในอาเซียนที่ไปลงทุนเป็นเรื่องเสื้อผ้า โรงแรม ถ้าเช่าพื้นที่ทางเกษตรก็เป็นรายใหญ่เช่น ไทยเบฟไปเช่าพื้นที่ปลูกกาแฟที่ราบสูงของดาวเป็นต้น  ไทยเบฟไปปั๊มน้ำมันในกัมพูชา ไปพัฒนาในเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมกันดานที่ กัมพูชาเป็นต้น

2. เรื่องการโอนเงินมีอุปสรรคหรือไม่

ตอบ ไม่มีปัญหาเนื่องจากมีแบงค์ไทยอยู่ที่เมียนมาเต็มมาก ปัญหาคือโอนเงินกลับได้แต่ต้องไม่ทิ้งค่าใช้จ่ายไว้ให้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโอนกลับเพราะลงทุนต่อ

3. เขตเศรษฐกิจที่ขยายตัวใช้โควตาอะไร

          ตอบ จากการส่งออก ไม่เฉพาะยุโรป แต่ไปทุกที่  เป็นการส่งออกทุกสิ่งที่ไม่ใช่อาวุธ จะได้สิทธิพิเศษทุกอย่าง

          บรูไน และสิงคโปร์ ไม่ได้เป็นภาคอุตสาหกรรม เป็นบริการ ส่วน ไทย มาเลเซีย เวียดนาม เป็นภาคอุตสาหกรรม ค่าจ้างเวียดนามถูกกว่าไทย และแรงงานเพียงพอ พื้นที่น้อยมาก  บ้านจะเป็นลักษณะผอมสูงเนื่องจากพื้นที่น้อย ต้องอยู่เบียด ๆ และโรงแรมในโฮจิมินห์แคบมาก สิ่งที่น่าสนใจคือเวียดนามไม่ค่อยขายที่ดินให้กับคนอื่น


อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

          ประเด็นที่น่าสนใจมากคือเรื่องการพัฒนาที่ดิน ที่ทำเพื่อให้เพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าที่มีอยู่  ที่อยู่อาศัยต้องอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและใกล้เคียงด้วย ต้องคิดเชื่อมโยง สิ่งที่รู้จักการเคหะฯ มากขึ้นต้องคิดถึงที่ดิน และในส่วนที่มีในการเคหะฯ

          สิ่งที่น่าสนใจคือคนในประเทศ CLMV ยังขาดที่อยู่อาศัยอยู่มาก ในฐานะผู้บริหารการเคหะฯ เราจะจับมือกับรัฐบาลอย่างไร ทุกท่านคิดได้ในฐานะคนทำงาน ว่าโครงการฯ นี้จะจับมือกับรัฐบาลเหมือนอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียได้หรือไม่ ใช้วัสดุไม่แพง แต่มีคุณภาพ

          มะม่วงแก้วขมิ้น  มะม่วงดองวรพร เป็นตัวอย่างที่เราศึกษาเรื่องการ Upgrade ตัวเองอย่างไร

          1. Upgrade สินค้าเป็นพรีเมียม ลูกค้าที่อยู่ในโซนหัวเมืองหรือเขตเศรษฐกิจชายแดนมีอะไรที่การเคหะฯ ไปส่งเสริมได้

          2. การปรับกฎระเบียบที่ต้องศึกษามากขึ้น การเคหะฯ จะเคลื่อนไปจับมือกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ถ้าเป็นสิ่งที่ดีโครงการที่ดีจะเสนอได้

          3. การอบรมหรือสอนคนฝึกคน เช่น พันธมิตร การออกแบบสิ่งแวดล้อม

          4. การหา Partner ที่รัฐรับรอง เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับท่านคือการพัฒนาที่ดินในอุตสาหกรรม

         

Workshop – Presentation & Feedback

แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น

การบริหารการเปลี่ยนแปลง (2) (Change Management - II)

แนวทางการบริหารการเปลี่ยนแปลง

ของการเคหะแห่งชาติ

ดำเนินรายการโดย อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

ร่วมวิเคราะห์โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

          อาจารย์พิชญ์ภูรีกล่าวว่า ประเด็น Workshop การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดการณ์ไม่ได้ ให้แต่ละกลุ่มเขียนที่ตอบโจทย์ 4.0 เพื่อยกระดับเศรษฐกิจประชาชาติจากระดับกลางให้สูงขึ้น คิดโครงการฯ และให้เหตุผลด้วย

ดร.จีระเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่แน่นอน และคาดการณ์ไม่ได้ การเคหะฯ เจอทั้ง 3 แนว ดังนั้นการตอบโจทย์ด้านนี้ต้องทำให้ดี โดยเฉพาะเรื่องต่างประเทศมาเร็วกว่าที่คิดไว้ด้วย

การนำเสนอ WORKSHOP 3: Change & Project

1. โครงการที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

คิดโครงการเพื่ออนาคต ที่ตอบโจทย์"การเคหะแห่งชาติ 4.0" พร้อมเหตุผล (ด้วยการเลือก หรือ ผสมผสาน จากหัวข้อต่อไปนี้)

 1.1 โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ

          - ที่ขยายพรมแดน เข้าไปในประเทศ CLMV

          - ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือในเขตอุตสาหกรรม ในประเทศไทย

          - ในประเทศไทย ที่พัฒนาไปกับสาธารณูปโภค เช่นแนวรถไฟฟ้า เส้นทางรถไฟ หรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

          - ปรับปรุง และพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการเดิม หรืออาคารเช่าของการเคหะฯ เพื่อเพิ่มคุณค่า หรือมูลค่า (up grade ให้เป็น premium)

1.2 โครงการพัฒนาทุนมนุษย์ เลือกได้ทั้งภายในการเคหะ "NHV 4.0" หรือพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้กับลูกบ้านของการเคหะฯ

        - เพื่อปิดช่องว่างของ Generation gaps

        - เพื่อใช้โอกาสจาก Digital Communities

        - เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับรายได้ลูกบ้าน

2. วิเคราะห์ตัวละคร 4 กลุ่ม (ภาครัฐ ประชาชน เอกชน และวิชาการ)

2.2 ที่จะขับเคลื่อนโครงการของท่าน ให้ประสบความสำเร็จ และวิธีดำเนินการ

2.3 ตัวละครที่จะขัดขวางและเป็นอุปสรรค และวิธีการจัดการของท่าน

 

 

กลุ่มที่ 1 โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยการเคหะฯ สปป.ลาว

เหตุผล

1. มีการร่วมลงทุนกันในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ป่าไม้ เหมืองแร่  การก่อสร้างเขื่อน วัฒนธรรมและภาษาลาวใกล้เคียงกัน

2. การคมนาคมมีความสะดวก 5 แห่ง ได้แก่ เชียงราย หนองคาย มุกดาหาร นครพนม อุบลฯ มีถนน/ทางรถไฟเชื่อมต่อผ่านจีน-ลาว-ไทย

3. มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน การสื่อสารภาษาเข้าใจกันได้ง่าย (ทำให้ก้าวข้ามพรมแดนได้ง่าย)

4. ค่าแรงงานต่ำ

การพัฒนาที่อยู่อาศัย

1. ศึกษาข้อกฎหมาย ระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการข้ามพรมแดน  ตลอดจนนโยบายรัฐ

2. ศึกษาข้อมูลแนวทางที่จะร่วมพัฒนาโครงการ (ข้อมูลทางวิชาการ ,เอกชน)

3. ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายกับภาคเอกชนในเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้าง

 มีหน่วยงานที่สนับสนุนและข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำเสนอ

ทางกลุ่มคงต้องศึกษาถึงขั้นตอนต่อไปว่าความต้องการ Demand เป็นอย่างไร

อุปสรรค

1. ภาครัฐ (ไทย) เนื่องจาก กคช.มีหน่วยงานกำกับดูแลหลายหน่วย เช่น กระทรวง พม. ,สภาพัฒน์, สคร., สงป.

2. คู่แข่งเอกชนที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

3. ภาครัฐ (สปป.ลาว) เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของภาครัฐ ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ระหว่างภาครัฐทั้งสองประเทศ

 

การวิเคราะห์ตัวละคร 4 กลุ่ม

1. การร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลทั้งสองฝ่าย ทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบของเราและของเขา

2. ภาคประชาชน เราต้องไปศึกษาจริง ๆ ว่า สปป.ลาวต้องการอยู่แบบไหน

3. ภาคเอกชน มีการร่วมภาคีเครือข่าย ของภาคธุรกิจเอง เอกชนเอง

4. วิชาการ ขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย

          ดร.จีระ เสนอว่า ที่ภาคใต้มีโครงการ IMT-GT จึงคิดว่าทางลุ่มแม่น้ำโขงน่าจะคิด LCT-GT คือ ลาว กัมพูชา ไทย Growth Triangle

          การเลือกประเด็นต้อง Realistic และ Relevance

          เสนอเชิญ สปป.ลาวมาดูงาน  เราต้อง Turn Vision into Action

          ตัวละครที่สำคัญที่สุดคือการเคหะฯ ของ สปป.ลาว และกระทรวงต่างประเทศ

          ที่คิดไว้ด้านสถาบันการศึกษา คือ ม.แม่ฟ้าหลวงกับ ม.ราชภัฏ คิดว่าท่าน ว.น่าจะเป็นแนวร่วมได้ด้วยเช่นกัน

 

 

กลุ่มที่ 2 โครงการพัฒนาทุนมนุษย์ภายใน กคช. “NHA 4.0” เพื่อปิดช่องว่างของ Generation gaps

สาเหตุ

          1. เพื่อปิดช่องว่างของพนักงานแต่ละกลุ่มทำให้งานมีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรให้พนักงานในองค์กรที่มีช่องว่างระหว่างวัยทำงานร่วมกัน

2. ทำงานให้มีความสุขคือ Happy workplace , Happy at work และทำอย่างไรให้ Life Balance เอาแนวทางมาขับเคลื่อนโครงการให้ Wow ได้

3. พัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงานโดยใช้ IT ในการทำงาน

ตัวละครที่จะขับเคลื่อน

          ข้อมูลทางวิชาการ ภาครัฐในด้านกฎหมาย ภาคเอกชน สนับสนุน IT

สิ่งที่จะขัดขวาง

คือการ Change ที่มีพนักงานบางส่วนไม่เห็นด้วย งบประมาณ และกฎระเบียบ

          เรื่องทุนมนุษย์เป็นเรื่องความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทางกลุ่มย้อนมาที่การเคหะฯ ตามเกณฑ์ SEPA  สิ่งที่พบคือโดยรวมความผูกพันสูง แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้ไม่เกิดความเสถียรภาพ มี GAP ถ้าได้รับการแก้ไขและผลักดันจะทำให้การเคหะฯ ก้าวสู่ยุค 4.0 ได้อย่างดี

          ดร.จีระ เสริมว่า ความสำเร็จไม่ใช่ How to แต่เป็น Why ? and Why not? Overcome Difficulty  

          ความสุขจะไปเรื่อง Engagement คนประสบความสำเร็จในเมืองนอกไม่ได้มีความสุขทุกคน ของไทยต้องใช้ศาสตร์พระราชา และความยั่งยืน ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง

          เกี่ยวข้องกับทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราต้องเปลี่ยนแปลงโดยชนะเล็ก ๆ อย่าไปชนะทันที

          6 เดือนแรกทำอะไร 6 เดือนที่ 2 ทำอะไร

          ทั้ง 2 กลุ่มต้องคิดทฤษฎีเรื่อง Disruption และการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดผลคืออะไร ต้องมีแรงกระเพื่อมหรือกระตุ้นแบบ Sense of Urgency

 

กลุ่ม 3 การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะฯ

          ดูโครงการฯ ที่มีโอกาสทางธุรกิจและพัฒนาที่อยู่อาศัยเดิม เช่น อาคารเช่นโครงการทุ่งสองห้องซึ่งมีแนวรถไฟฟ้าผ่าน  และใกล้สนามบินดอนเมืองมองว่าสามารถพัฒนาและเพิ่มทรัพย์สินได้หลายเท่า

          แนวคิด มีการปรับปรุงให้ผู้อยู่อาศัยเดิมมีความหลากหลายแบบ Mixuse  มีการเข้าถึงได้มาก มีการพัฒนาธุรกิจ เพื่อมองที่อยู่อาศัยให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ มีการพัฒนา และลดความเหลื่อมล้ำ

          - ที่อยู่อาศัยหลายระดับ ผู้อยู่เดิม และรายใหม่

          - ธุรกิจเชิงพาณิชย์ Cross Subsidy

          - พัฒนานวัตกรรม อาคารประหยัดพลังงานชุมชนน่าอยู่สีเขียว ลดความเหลื่อมล้ำไม่ทิ้งใครอยู่ข้างหลัง

การวิเคราะห์ตัวละคร 4 กลุ่ม

ภาครัฐ ของบประมาณสนับสนุน

ประชาชน ทำความเข้าใจกับผู้อยู่อาศัยเดิม เป็นการพัฒนาที่มีมูลค่าและได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย

เอกชน เปิดโอกาสให้มาร่วมลงทุน พัฒนาให้คุ้มกับพื้นที่

วิชาการ ดึงมาร่วมวิเคราะห์ ปัญหา อุปสรรค แนวร่วมสนับสนุนข้อมูลตัดสินใจของรัฐ

โครงการนำร่อง

การปรับเปลี่ยนหมุนเวียนผู้อยู่อาศัยมาใช้มาเป็นโครงการนำร่อง

นโยบายอันนี้ต้องนำเสนอต่อผู้บริหาร เพราะมีโครงการจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายที่

 

          ดร.จีระ แสดงความคิดเห็นว่า เวลาเราทำอะไรเราต้องมี  Concept ให้ดี มีตัวละครที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง และปัญหาคือข้อเท็จจริง องค์การการเคหะฯ เป็นรัฐวิสาหกิจ  ถ้าเป็นองค์กรเอกชนอาจทำไปแล้วและทำเร็วด้วย การเรียนหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ 2 R’s  ต้องเอาความรู้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อกระเด้งขึ้นไปจากเดิม  การเคหะฯ ต้องมองเรื่อง Flexible Time ในอดีต

 

อาจารย์พิชญ์ภูรี เสริมว่า พรมแดนทางความคิดของผู้อบรมในการเคหะฯ เริ่มขยายแล้ว

กลุ่มที่ 4 เห็นตัวอย่างที่ดีในการค้นคว้าและหาข้อมูล ในส่วนของลาวถ้าไม่คิดเรื่องมูลค่า คิดเรื่องความสัมพันธ์ได้  

กลุ่มที่ 2 มีเรื่องการทำงานที่มีความสุข เรื่องลดเวลาการทำงานในออฟฟิศที่จะวัดผลการทำงานได้อย่างไร 

กลุ่มที่ 3 คิดในเชิงธุรกิจดีมาก ชอบคำว่าอาคารต่อเนื่อง นวัตกรรมชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ การสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน

          ชอบทั้ง 4 กลุ่ม เพราะคิดว่าอยู่บนพื้นฐานที่เป็นไปได้


กลุ่ม 4 โครงการพัฒนาเมืองแห่งวัฒนธรรมและความสุข

เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนม

วัตถุประสงค์ เป็นโครงการเพื่ออยู่อาศัย เป็นชุมชนแหล่งวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวและยกระดับรายได้ของคนในท้องถิ่นและชุมชน

          โครงการมีเกิดขึ้นมากมายทั้งชุมชน บ้านเอื้ออาทร รถไฟฟ้า รวมถึงบ้านกตัญญูที่จะเกิดขึ้นในเร็วนี้ จึงมีมุมมองในการสร้างนวัตกรรมใหม่ สร้างอัตลักษณ์เมืองศูนย์วัฒนธรรมในเขตเศรษฐกิจที่นครพนม ทำอย่างไรที่สร้างที่อยู่ให้เป็นที่ยอมรับ มีการเช่าและดึงดูดชาวบ้าน และประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา อาจทำเป็นการเช่าซื้อและโฮมสเตย์

          จังหวัดนครพนมที่เลือกมาเพราะมีจุดเด่น เช่นติดกับแม่น้ำโขง มีบ้องไฟพญานาค เพื่อส่งเสริมการยกระดับรายได้ท้องถิ่นและชุมชน

          ตัวละคร

ภาครัฐมี สื่อมวลชน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน มีหอการค้าจังหวัด นักธุรกิจในท้องถิ่น

ประชาชน  ชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน

วิชาการ ดร.จีระและทีม

สิ่งที่ขัดขวาง

          1. การริเริ่มโครงการไม่สามารถผลักดันได้ ท้อถอย

          2. กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ

          3. ขาดเงินทุน  ต้องมีระยะเวลาหลายด่านที่ต้องสำรวจความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัย มีความต้องการมากน้อยแค่ไหน เพื่อยกระดับรายได้เข้ามาว่าตอบสนองได้มากน้อยแค่ไหน

          ทางกลุ่มมองว่า โครงการลักษณะที่เป็นวิถีชุมชนยังไม่มีที่เป็นโปรเจก

ดร.จีระ แสดงความคิดเห็นว่า เวลาเราทำอะไรเราต้องมี  Concept ให้ดี มีตัวละครที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง และปัญหาคือข้อเท็จจริง องค์การการเคหะฯ เป็นรัฐวิสาหกิจ  ถ้าเป็นองค์กรเอกชนอาจทำไปแล้วและทำเร็วด้วย การเรียนหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ 2 R’s  ต้องเอาความรู้มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อกระเด้งขึ้นไปจากเดิม  การเคหะฯ ต้องมองเรื่อง Flexible Time ในอดีต 

อาจารย์พิชญ์ภูรี เสริมว่า พรมแดนทางความคิดของผู้อบรมในการเคหะฯ เริ่มขยายแล้ว

กลุ่มที่ 4 เห็นตัวอย่างที่ดีในการค้นคว้าและหาข้อมูล ในส่วนของลาวถ้าไม่คิดเรื่องมูลค่า คิดเรื่องความสัมพันธ์ได้ 

กลุ่มที่ 2 มีเรื่องการทำงานที่มีความสุข เรื่องลดเวลาการทำงานในออฟฟิศที่จะวัดผลการทำงานได้อย่างไร

          กลุ่มที่ 3 คิดในเชิงธุรกิจดีมาก ชอบคำว่าอาคารต่อเนื่อง นวัตกรรมชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ การสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน

          ชอบทั้ง 4 กลุ่ม เพราะคิดว่าอยู่บนพื้นฐานที่เป็นไปได้


สรุปการบรรยาย

โครงการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผู้บริหารระดับสูง” ประจำปี 2561 หลักสูตร Classroom

หัวข้อ การบริหารกลยุทธ์องค์กร (1)

โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561

   

องค์กรเป็นประเภทหรือคน

1. ความสามารถวางแผนชีวิตให้สอดคล้องกับโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง และสอดคล้องกับตัวเอง ซึ่งนักวิชาการเอามาเรียก SWOT

          - จริง ๆ อยากให้ประเทศมีความสุข โลกมีความเจริญ ก็ต้องวัดการเปลี่ยนแปลง

          - ถ้าไม่รู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างไร เปลี่ยนองค์กรจะไม่ตรงเลย

          - สิ่งที่รู้ แต่คนไม่รู้คือนวัตกรรม

นวัตกรรม กับ นวัตกรรมตามนโยบาย 4.0 ต่างกันตรงไหนจริง ๆ นวัตกรรมมีมานานแล้ว

          - อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าไม่รู้จักตัวเอง

 

การวิเคราะห์ SWOT

          1. ต้องเริ่มที่ O และ T คือการวิเคราะห์ Change ถ้าไม่เริ่มวิเคราะห์ตรงนี้ อาจจะผิดแผนและอนาคตจะมีปัญหา

          ดังนั้นการบริหารจัดการไม่ต้องเรียนได้เลยเพราะเป็นCommon Sense

          เราต้องเอาจุดแข็งไปไขว่คว้าโอกาส  ส่วนจุดอ่อนบางคนแก้ได้ บางคนแก้ไม่ได้

          มนุษย์ไม่มีใครโง่ ทุกคนฉลาดหมด แต่การศึกษาบางอย่างทำให้คนทำได้เรื่องเดียว ทั้ง ๆ ที่ความจริงมนุษย์ทำได้หลายเรื่อง

          2. การจัดการที่กำลังจะเกิดขึ้น เริ่มจาก Common Sense

          - วิเคราะห์อนาคต

          - วางชีวิตให้ตรงกับอนาคต

          - การจัดการอนาคต

          เมื่อเป็นทิศทางองค์กร องค์กรต้องรู้ทุกคน และเมื่อรู้ทิศทางองค์กรแล้ว ก็มาบริหารระยะสั้นคือ 3 ,5, 10 ปี ต้องทำอะไรบ้าง

 

การจัดการเชิงกลยุทธ์องค์กร

1. SWOT

2. วิสัยทัศน์ พันธกิจ – วางทิศทางองค์กร

3. เป้าประสงค์ กลยุทธ์ Action Plan คือตัว Action ต้องมีดัชนีตัววัด KPI

จะดูว่าประเทศนั้นมีคนฉลาดหรือไม่วัดจากการเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้มี 3 แบบ

 

ยกตัวอย่าง อ.สมชายบอกว่า หลังเกษียณจะมีรายได้ไม่ต่างจากเกษียณ และต้องดัง ต้องรวยด้วยสมองเพราะมีจุดแข็งคือสมอง และต้องเป็นอาจารย์

เป้าหมายต้องเก่งภาษา และเก่งคำนวณ นั่งอ่านหนังสือภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก

จุดเริ่มต้นคือการสอนให้คนอ่านหนังสือ คือจุดแห่งความฉลาด เป็นลักษณะแบบ Life time learning

มองอนาคตว่าเป็นอาจารย์เฉย ๆ ไม่รวย ดังนั้นจึงมองว่าจะเป็นที่ปรึกษา จึงเริ่มเรียนอักษรศาสตร์ เรียนภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เพื่อให้ได้ทุนแล้วไปศึกษาต่อที่รัฐศาสตร์ แล้วไปศึกษาเรื่องหุ้นต่อ  และที่อาจารย์สมชายดัง เพราะมองก่อนคนอื่น เป็นคนแรกที่มองเรื่องหุ้น เป็นคนแรกที่สอนเรื่องกลยุทธ์ ไม่ได้อยากเล่นการเมืองเพราะอยากเป็นอาจารย์สอนที่ดี แต่ไม่ได้เลือกที่จะรู้ทุกเรื่อง

Action Plan ต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ เช่นวิสัยทัศน์อยากเป็นนักการเมือง ต้องตีกอล์ฟเพื่อสร้าง Connection

ถ้าไม่อยากเล่นการเมือง แต่ทุกคนต้องมีชีวิตรอด มีสุขภาพดี ถ้าเอาเวลาไปตีกอล์ฟ จึงเลือกที่จะอ่านหนังสือ ซึ่งเปรียบเทียบเวลาแล้วจะมากกว่าตีกอล์ฟ

แผนกลยุทธ์ใครทำได้ แต่การศึกษาทำให้เราใช้ศักยภาพสมองได้น้อยกว่าที่เป็น

แผนกลยุทธ์ 4.0 คือยุทธศาสตร์ของประเทศที่พัฒนาให้ประเทศจากวันนี้ไปถึง 20 ปี ข้างหน้าหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งหน้าที่นี้ควรเป็นของสภาพัฒน์ ฯ เพราะวางแผนด้านกลยุทธ์ กำเนิด 4.0 มาจากหนังสือ Marketing 4.0 ของ Philips Cotler

 

Smart City

โลกกำลังเข้าสู่ Smart City และ Smart Home

สรุปคือ แผนกลยุทธ์ที่เชิญมาคือสอน SWOT วิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ แต่แท้จริงเป็นเรื่อง Common Sense ถ้าวางองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตเราจะประสบความสำเร็จมาก

แต่ทำไมใคร ๆ ก็เรียน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีแผนมานานแล้ว แต่ไม่ใช่แผนกลยุทธ์ ทั้งที่สภาพัฒน์ฯ ต้องเป็นผู้ทำตรงนั้น

Vision

เส้นทางที่จะไปในอนาคต Vision การทำได้ ต้องมีการวิเคราะห์การวางแผนในช่วง 4-5 ปี ฯลฯ เป้าประสงค์จะสำเร็จได้ต้องอาศัยกลยุทธ์ กลยุทธ์จะสำเร็จด้วย Action Plan

Action Plan คือแนวทางที่ทำให้กลยุทธ์ประสบความสำเร็จ กลยุทธ์คือแนวทางที่ทำให้เป้าประสงค์ประสบความสำเร็จ เป้าประสงค์คือแนวทางที่ทำให้ยุทธศาสตร์ประสบความสำเร็จ

การจะวางแผนได้คือ ใน 5 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร เรียกว่าเป้าประสงค์

คุณไม่ได้เก่งเรื่องเดียว จุดอ่อนมี 2 เรื่อง จุดอ่อนบางเรื่องแก้ได้ บางเรื่องแก้ไม่ได้ เช่นอาจารย์สมชายมองตัวเองเป็นนักวิเคราะห์อนาคตได้เก่ง จึงพัฒนาตัวเองจากการเรียนภาษาเพิ่มเติมอีกหลายภาษา สามารถสอนการละคร เรียนรัฐศาสตร์ และสอนละครได้ แต่จุดอ่อนบางเรื่องเช่นหน้าตาแก้ไม่ได้ อาจไม่ได้เป็นพระเอกเป็นต้น

สรุป การจัดการเชิงกลยุทธ์ที่โคตรยาก เพราะหัวใจข้อแรกสู่ความสำเร็จ ตรงที่ยากที่สุดคือ คุณภาพของ SWOT คือต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์อนาคตได้เจ๋ง ทั้งสั้น กลาง ยาว เพราะคุณภาพในการวิเคราะห์สมัยนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยก่อน เพราะสมัยนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว คุณสมบัติสมัยก่อนคือ เอาอดีต ปัจจุบัน มาวิเคราะห์อนาคต แต่ใน 20-30 ปีมานี้ เริ่มประมาณปี ค.ศ. 1980 โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล สภาพแวดล้อมไม่ได้เป็นเหมือนเก่า โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เข้าสู่ยุคโลกแบน สิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนเดิม แต่คนคิดยังเหมือนเดิม

สิ่งที่ยากที่สุดคือความสามารถในการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เจ๋งคือการมอง SWOT เป็น

Strategic Gap คือช่องว่างเชิงกลยุทธ์ คือช่องว่างระหว่างทิศทางไม่ตรงกับการเปลี่ยนแปลง หัวใจสำคัญที่เป็นปัญหาที่ทำให้การบริหารยากมาก ระบบคิดของคนปรับไม่ทัน

 

Key Success Factor ในการบริหารจัดการสู่ความสำเร็จที่สำคัญคือ

1. การพัฒนาระบบคิด Mindset คือ Rethinking the future  Paradigm Shilft ในการสามารถวิเคราะห์ SWOT ได้เจ๋ง ต้องฝึกให้มองบางสิ่งที่คาดไม่ถึง สอนให้มองข้ามช้อต มองอนาคตได้เจ๋ง และวิเคราะห์ได้แม่นยำ มองเห็นสั้น กลาง ยาว  

2. ต้องรู้ตัวเอง  ระวังกับดักที่คุณเชื่อในสิ่งที่ตัวได้ยิน ได้เห็น เชื่อตามสิ่งที่รัก เพราะสิ่งนี้จะเป็นอุปสรรคคือ Obstacle อย่างโกดักเจ๊งเพราะการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของ SWOT คิดว่าจะสามารถยืดเวลาได้ แต่ไม่ทัน  ระวังอย่าเชื่อคนง่าย ๆ

กับดักได้แก่ กับดักจากมองจากตัวเอง กับดักความเคยชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ และกับดักจากประสบการณ์ในอดีตและปัจจุบันคิดว่าจะสามารถมาใช้ได้ในอนาคต ณ ตอนนี้ต้องศึกษาอนาคตเพราะโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ถ้าคิดจะเปลี่ยนต้องเปลี่ยนตั้งแต่วินาทีนี้

3. อย่าเคยชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วไปว่าคนอื่น เราต้องรู้ว่าตัวเองและทุกคนไม่ได้โง่ แต่มีหลายคนชอบมองคนอื่นที่คิดไม่เหมือนตัวเองว่าโง่ ทั้ง ๆ ที่เป็นอัจฉริยะ  เช่น คนมองกาลิเลโอโง่ เพราะบอกว่าโลกกลม พูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับเขา หรือเจ้ไฝช่วยประเทศไทย  จากผัดไทยจากละ 30 ขายได้ 300 บาท แต่คนไทยไม่รู้ว่าเขาเป็นอัจฉริยะมัวไม่ว่าเขา  Jiffy จับมือกับปั๊มน้ำมันที่มีห้องน้ำสะอาด และได้มีการวัด KPI

 

สรุป

1. วิเคราะห์ SWOT ได้เจ๋ง

2. วางทิศทาง เช่นการเข้าสู่ดิจิทัลจะทำอย่างไร โลกจะเข้าสู่ 5 Gแล้วจะกระทบอะไรกับเราบ้าง อย่างประเทศไทยแก้เกมส์โดยวางยุทธศาสตร์ 4.0

3. การวางกลยุทธ์ แต่อย่างไรก็ต้องวิเคราะห์ SWOT

          สิ่งที่เราควรทำคือการพัฒนาคนในองค์กรให้เป็น Strategic Thinker เพราะโลกวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะมากและเราหนีไม่พ้น

 

การร่วมแสดงความคิดเห็น

1.การเปลี่ยนแปลงของตัวเองในภาพที่เรามอง ทำอย่างไร

ตอบ    ต้องไม่มองจากตัวเองเพราะตัวเองคือมนุษย์มีความผิดพลาด มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ เพราะเรามาจากลิง  

          ไม่มองจากมุมตัวเองเพราะมนุษย์มีความชั่วอยู่ในนั้น ทฤษฎีกรีก กล่าวว่ามนุษย์มีจุดด่างพร้อย และบางครั้งไม่รู้ตัว และการมองจุดด่างพร้อยต้องมองจากสีหน้าของคนอื่น แล้วมาวิเคราะห์ว่าเรามีจุดด่างพร้อยตรงไหนบ้าง

          เช่น ลูก ต้องเข้าใจลูกว่าเขาชอบอะไร อยากเรียนอะไร ทำงานอะไร ไม่ใช่บอกให้ลูกทำตามเรา

          ไม่เชื่อคนอื่น เช่นบอกว่าคนรวยไม่โกง วิธีการพิสูจน์และกลั่นกรองใช้สัญชาตญาณในการสร้างสัมพันธ์ นาย ก.รวยไม่โกง นาย ข.รวย โกง นาย ค.รวย ไม่โกง นาย ง.รวยโกง  แสดงว่าคนนี้พูดผิด เราต้องมองเหรียญสองด้าน

          การมองอนาคต วิธีการฝึกมองอนาคตคือ เช่นมีเมล็ดพันธุ์อะไรจะมองเห็นอนาคตตรงนั้น

          การเคยชินสิ่งไหนทำสิ่งนั้น ต้องมีการปรับตัว เช่น MK มีการปรับการสั่งอาหารให้เร็วมากขึ้นโดยใช้ปาล์ม หรือร้านอาหารสมัยนี้สามารถสั่งอาหารได้จากเมนูดิจิทัลในโต๊ะอาหารเลย

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง

1. คนฉลาดทำ 5% จะรู้ได้ว่าในโลกนี้มีบางเรื่องไม่สำคัญ คนฉลาดจะตัดออกจากสมองโดยเด็ดขาด ทำเฉพาะเรื่องสำคัญและเน้นเฉพาะเรื่องที่โคตรสำคัญ

          ข้อมูลความรู้  

          ในโลกนี้มีข้อมูลไม่สำคัญ ให้ทำเฉพาะ Strategic Information สิ่งที่พบคือคนที่เก่งทำกลยุทธ์เพียงไม่กี่เรื่อง เช่น ร้านอาหารทำรสชาติอาหารให้ตรงตามลูกค้าเป้าหมาย อร่อยมาก  และเน้นตรงเวลา  หรือเรื่องโรงพยาบาล เน้นคุณภาพรักษาเยี่ยม  และไม่เสียเวลา

 

5% แห่งการเปลี่ยนแปลงที่กระทบกับเรา

          1. ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วง Strategic System Change ทุกวันนี้โลกมีการเชื่อมโยง  เช่น ข่าวบอกว่า นาย ก.เอาถังมาใส่ขี้ ถ้า นาย ก.ไม่บ๊อง มี 3 อาชีพที่เป็นไปได้คือใส่ปุ๋ย ทำชีวภาพ และ กทม.

          มนุษย์เราที่แท้คือสัตว์ประเสริฐ ที่เราประเสริฐขึ้นมาได้มาจาก Change คือ เมื่อมอง Change ได้จะสามารถวิเคราะห์คนได้

          เมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว  มีบ้านเอาพืชผลมาปลูก และเอาสัตว์มาเลี้ยง สิ่งที่ตามมา คือมีคนทำตาม เกิดสังคมเกษตร มนุษย์จะหยุดเร่ร่อน มีสังคม ต้องการที่ดิน มีการบุกรุกเอาที่ดิน เกิดสงคราม ฆ่ากัน กรีกสร้างปิรามิด

          หลังจากนั้น 200 ปีที่ผ่านมา สังคมเกษตรอยู่ไม่ไหวเนื่องจากคนอยู่มาก คนคิดอะไรใหม่ ๆ ถูกเผาทั้งเป็น คนเหล่านี้จึงกลับไปที่กรีกเนื่องจากเป็นต้นกำเนิดปรัชญา คณิตศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม เชื่อว่ามนุษย์ฉลาดให้มนุษย์ออกความเห็น เกิดเป็นโสเครติสให้ออกเป็น Thesis Anti-Thesis และ Synthesis แต่ปัญหาคือโสเครติสโดนมองว่าโง่เนื่องจากไปต่อกรกับเสียงข้างมาก ทำให้โสเครติสโดนประหาร นักปราชญ์ที่ฆ่าเป็นพวกที่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย เป็นสิ่งที่ไม่จากสิ่งที่เป็นจริงแท้

          สิ่งที่แน่นอนคือแล้วแต่มุมมอง คนเหล่านี้ถูกสอนให้พูดจาต่อยหอย  เกิดการโต้วาที

          ในทุกนี้ทุกอย่างมีกรอบ มีฟอร์ม โสเครติส ลูกศิษย์คืออริสโตเติล ที่มาท้าทายว่าห้ามมองจากตนเอง ต้องมองกับคนอื่นด้วย จงทำกับคนอื่นในสิ่งที่อยากให้คนอื่นทำกับเรา คุณภาพความดี ความถูกต้องคือในสิ่งที่เป็นของคุณ ที่กระทบกับคนอื่นด้วย ดังนั้นต้องมองมุมมองคนอื่นด้วย

          มนุษย์ที่เก่ง มนุษย์จึงควรมีเสรีภาพในการมองความแตกต่าง เสรีภาพที่อย่าไปเชื่อคนได้ง่าย  ไม่จำเป็นต้องเชื่อโป๊ป สามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้ เกิดคริสตัง คริสเตียน เกิดนักทฤษฎีต่าง ๆ มากมาย และทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม

          และเมื่อมนุษย์ฉลาด สอนให้เกิดความเชื่อมโยง ทุกอย่างสามารถเชื่อมโยงกันได้ ในการเชื่อมโยงเหล่านี้ มาจากกรีก คนโง่มองแยกส่วน คนฉลาดมองเชื่อมโยง ทุกคนมีเหมือนกันหมด แล้วแต่มุมมอง

          เกิดการวิเคราะห์เชื่อมโยง เช่นแอปเปิ้ลทำไมถึงตก เซอร์ไอแซก นิวตัน ต่อยอดเป็นนวัตกรรม และเกิดสิ่งต่าง ๆ มากมาย เป็นต้น

ยุคที่ 1 การเปลี่ยนแปลงเกษตร 10,000 กว่าปี  ตามมาด้วยยุคที่ 2 ยุคอุตสาหกรรม ที่กำเนิดโดยแนวคิดเซอร์ไอแซกนิวตันกำเนิดยุคอุตสาหกรรม

ยุคที่ 3 ดิจิทัล โลกมีแรงดึงดูด  ถ้าโลกไม่มีแรงดึงดูดกับพระอาทิตย์ทำไมไม่ชนกัน ที่ไม่ชนเพราะมีสนามแม่เหล็ก  กำเนิดแนวคิดด้านนี้โดย ไอน์สไตล์นำกำเนิดยุคดิจิทัล

โดยมียุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน กำลังเอาเรื่องดิจิทัล ไปพบกับไบโอเทค เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละปี เปลี่ยนแปลงที่เร็วและรุนแรงมากขึ้น  การซื้อของผ่านทางอินเทอร์เน็ต เช่น Amazon อ่านข่าวต่างประเทศต่าง ๆ ทำให้ร้านหนังสือที่มีอยู่เจ๊งได้ อาชีพนักข่าวกำลังมีปัญหา เพราะทุกคนสามารถเป็นนักข่าวตัวเองได้

เทเลคอมนำสู่การเชื่อมโยง Intranet Internet เกิดการเชื่อมโยงอย่าง โลกาภิวัตน์ทำให้ประเทศฉลาดขึ้น

          แต่ในไทยสิ่งที่พบคือหลังดิจิทัล อัตราการเติบโตของไทยน้อยลง

          โลกเปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า มีการรวมตัวเกิดการตั้งเขตการค้าเสรี

 

ใน 4.0

1. Economic Corridor ถ้าประเทศไหนมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรี หมายถึงรัฐบาลทั้งสองประเทศจะต้องร่วมมือกัน ประเทศต่าง ๆ ต้องมีการปรับปรุงถนนหนทาง เช่น IMT-GT และ GMS

ทั้งหมดมี 3 ระเบียงคือ ตะวันออก-ตะวันตก  เหนือ-ใต้ 

2. โครงการการเชื่อมโยงกับประเทศจีน

3. RCEP การเชื่อมโยงกับอาเซียน+3 +6 คือ 16 ประเทศรวมตัวเป็นเขตการค้าเสรี จะเหมือนกำแพงเดียวกันภาษีเหลือ 0  ประเทศไทยเกิดการขยายตัว เนื้อที่ในการแข่งขันมากขึ้น แต่ละประเทศกำลังพัฒนาถนนหนทาง หนึ่งในนั้นคือการขยายการค้าชายแดน ซึ่งจะพุ่งอีกหลายร้อยเปอร์เซ็น  แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก กาญจนบุรี น้ำพุร้อน –นราธิวาส หนองคาย นครพนม

          การเชื่อมโยงกับระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทราเชื่อมโยง Eastern Seaboard และเข้าสู่ดิจิทัล เกิดผลกระทบต่อการเมือง ชุมชน ซึ่งการเคหะฯ ต้องเกี่ยวข้องมาก Smart City เป็น Antropotism ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่เป็นการเชื่อมทั้งหมด ต้อง Smart Environment , Smart Neighborhood ฯลฯ การเคหะฯ ต้องเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดี  ยกตัวอย่างรายได้แสนสิริลูกค้ามาจากต่างประเทศ รายได้ของเจ้ไฝ ลูกค้ามาจากต่างประเทศ

          ปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 เกิด Internet of Things รถไม่มีคนขับ เรือไม่มีคนขับ เกิดลักษณะการ Sharing Economy บ้านให้เช่า Robot นำไปสู่การตกงานของแต่ละแห่งมากมาย ในขณะเดียวกันมีการสร้างงานใหม่เกิดขึ้น มี Big Data สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้ด้วย รู้เส้นทางของลูกค้าที่เดินและไม่จบ และคนที่ฉลาดกว่านั้นจะสามารถสร้างลูกค้าได้เลยเกิด Blue Ocean และมีคนคิดสายการบินราคาถูก คนที่เป็นต้นกำเนิดคือ South East Airline

          โลกเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตลอด อยากรู้อะไรติดต่อ Google ได้หมด วันนี้โลกกำลังเปลี่ยน

Internet of things สามารถอยู่อีกที่แต่สามารถกดรีโมทไปอีกที่ได้

          Material Science ถ้าปรับไม่ดี จะไม่สามารถทราบว่ามีสินค้าทดแทน อาจปรับไม่ทัน เช่น บ้านอาจเกิดการเช่าเป็นสำนักงานอยู่แค่วันเดียว

          ใช้ Genome เปลี่ยนคน สังคมโลกเปลี่ยน โลกเกิดการแข่งขันทุก 2,000 ปี ดังนั้นการวางแผนการเคหะฯ ไม่ใช่แค่ Aging หรือไม่ เกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาล ลักษณะของบ้านก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไป  การเคหะฯ ต้องปรับให้ทัน

 

From digital to 4th  Industrial revolution : Financial Transformation

          1. E-Commerce นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ตัวอย่างคู่แข่งของ E-commerce คือ Zara ที่ราคาถูก ดังนั้น E-Commerce คือตัวช่วย แต่ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าด้วย

          2. E-Banking

          3. Fintech

          4. Blockchain คือสมุดบัญชีบันทึกรหัส หลายธุรกรรมเรียกว่า Blockchain

ยกตัวอย่าง Starbucks 1. สร้าง Platform ให้คงเส้นคงวาตามกลุ่มเป้าหมาย แต่ละวันจะมีการทำให้คงเส้นคงวา  และ 2. บ้านที่มีความสุขด้วยกลยุทธ์คือ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกมีความสุขเหมือนอยู่บ้าน อย่าเรียกลุง ป้า น้า อา แต่เรียกคุณลูกค้า และต้องรู้ใจลูกค้า จำลูกค้าได้ทำอย่างเดียวแบบโอเรียลเตล คือการขายสิ่งที่จับต้องไม่ได้  3. กำลังเข้าสู่ Fintech สามารถให้ลูกค้าฝากเงิน และให้กู้เงินซื้อสินค้าได้ด้วย

โลกกำลังน่ากลัวมาก ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราต้องการหลักประกัน ที่ทุกอย่างอยู่ใน Blockchain มีระบบ Cloud funding คือการระดมเงินลงทุนมาสามารถแข่งกับแบงค์ต่าง ๆ


หัวข้อ การบริหารในยุค AEC

โดย คุณพูลสวัสดิ์ เผ่าประพัฒน์

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561

 

องค์กรไหนที่ไม่ทำนวัตกรรมอาจจะอยู่ยากขึ้นเพราะในวันนี้ทุกประเทศคุยแต่เรื่องนี้ โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะสินค้าแต่มีวิวัฒนาการใหม่ ๆ ตลอดเวลา

พฤกษา เรียลเอสเตทเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่สมัยต้มยำกุ้ง ปัจจุบันเป็นอันดับ 1 ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน 60,000 ล้านบาท

แม้แต่บริษัทชั้นนำในอเมริกา อายุสั้นลง ในอดีตเฉลี่ยอายุในองค์กร 67 ปี ปัจจุบันเหลือแค่ 1.5 ปี ที่เป็นเหตุนี้เกิดอะไรขึ้น อย่างในบ้านเราอายุบริษั่ทสั้นลงเป็นเพราะอะไร

 

Sustainable Organization

ถาม    อะไรคือปัจจัยที่ทำให้องค์กรอายุยืน

ตอบ    1. พัฒนาบุคลากร

2. พัฒนาสินค้า

3.พัฒนาเทคโนโลยี

4. ผลกระกอบการดี

อ.พูลสวัสดิ์ กล่าวว่าทุกคำตอบถูกหมดเลย แต่ว่าอะไรคือเรื่องแรกที่ต้องทำ ในธุรกิจ Input Process Output หมายถึง ยอดขายหรือกำไรขึ้นลง สาเหตุที่เปลี่ยนไปเพราะอะไร

          1. Input เปลี่ยน ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน

          ตลาดที่เคยเป็นของเราเป็นตลอดหรือไม่ เพราะมีคู่แข่งรายใหม่เกิด

          เทคโนโลยีเปลี่ยน กระทบหรือไม่ หลายอย่างสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาจะเกิดผลทันที ดังนั้นสิ่งที่เราสามารถบริหารจัดการได้คือ Process

          การมอง Input และ Output การบริหารจัดการที่เป็น Process จะทำอย่างไร สิ่งสำคัญคือคนของเราพร้อมที่จะปรับ พร้อมที่จะเปลี่ยน ถ้าเราไม่เปลี่ยนไม่ปรับแสดงว่าทุกอย่างเป็นตามยถากรรม

องค์กรมี 2 แบบคือ องค์กรที่เรียนรู้ และไม่เรียนรู้

          A : องค์กรที่ไม่เรียนรู้จะมีของเสียมาก เหมือนปลาตู้ เบื่องาน ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ต่างคนต่างทำ

          B : องค์กรที่เรียนรู้คือองค์กรที่ปรับตัวเร็ว ทำงานเป็นทีม ประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น การถ่ายทอด

          ปัจจุบันเอาความรู้เดิมมาถ่ายทอดไม่ทันเพราะความรู้เปลี่ยนแปลงเร็ว และความสามารถในการแข่งขัน

องค์กรที่เรียนรู้คือจะรู้ที่มาและรู้ Process สามารถตอบคำถามได้ ทำงานอย่างรู้เหตุ รู้ผล แล้วคนจะ Smart คือจะเลือกทำในสิ่งที่ควรทำ ทำให้องค์กรเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา

องค์กรที่ไม่เรียนรู้ คือไม่รู้ว่ามาอย่างไร รู้แค่ผลลัพธ์ที่เกิดแล้ว ไม่สามารถตอบได้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร รู้เฉพาะที่งานที่รับผิดชอบ

ถามคำถาม : ถ้าการเคหะฯ บอกนโยบายลดค่าพลังงาน 10% นักเรียนประเภทเรียนรู้จะทำอย่างไร

ผู้อบรมตอบ :ปิดไฟบางส่วน เปลี่ยนหลอด กำหนดเวลาใช้  รณรงค์

อ.พูลสวัสดิ์ ให้ข้อมูลเพิ่ม ถ้ามีส่วนที่เป็นตัวใช้ไฟ 90% และมีส่วนที่ใช้ไฟเยอะสุดเช่นร้าน 7-eleven ตู้เย็น ตู้แช่ แอร์ กินไฟมากสุด ส่วนอย่างอื่นตามลงมา

ดังนั้นเมื่อรู้เป้าหมายแล้วเราจะรู้ว่าจะจัดการสิ่งใดก่อน  สิ่งเหล่านี้หมายถึงถ้าเราเป็นนักเรียนประเทศเรียนรู้ เราจะต้องมีข้อมูล และต้องคุ้มค่า ทำให้เราเห็นการจัดการที่ง่ายขึ้น ไม่ใช่หลับตาเดิน  ดังนั้นสิ่งที่เราขาดคือองค์กรที่เรียนรู้กับไม่เรียนรู้ ต่างกันที่ว่า รู้หรือไม่ว่ากระบวนการไหนสำคัญกว่าอันไหน และเราจะเลือกทำเรื่องสำคัญก่อน เราจะได้ทำน้อยได้ผลงานมาก

การชวนให้คนมองภาพรวม เห็นภาพรวม Macro แล้วเจาะภาพย่อยจะทำให้เรา Work smart ไม่ใช่ work hard  ถ้าเราอยากรู้ว่าจะบริการลูกค้าดีขึ้น กระบวนการอะไรสำคัญสำหรับเราที่จะทำให้เรารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าดีขึ้น เช่น ทำ survey  เพื่อรู้ว่าลูกค้าพอใจหรือไม่ อาจเป็นการสังเกตลูกค้า

องค์กรส่วนใหญ่จะรู้ว่ากระบวนการที่นำไปสู่การที่ลูกค้า Happy หรือไม่ มีกระบวนการสำรวจความพึงพอใจ แต่เราจะใช้สำรวจแบบไหน เช่นร้าน 7-eleven ในญี่ปุ่นใช้ผู้จัดการร้านสังเกต ถ้าดูแลลูกค้าดีจะดีทุกหย่อมหญ้า แต่ถ้าใช้วิธีการเทข้อมูล จะใช้เวลานาน  เช่นการจะรู้ว่าบรรยายดี ไปจ้างบริษัทมาทำสำรวจ หรือดูจากแบบประเมินจะเชื่อได้หรือไม่ แต่ที่ใช้คือการสังเกต ยกตัวอย่าง Steve Job กล่าวถึงการออกแบบโทรศัพท์ มองความต้องการลูกค้าว่าอยากได้อะไร

การขายสินค้าราคาแพงสามารถขายได้อย่างไร อยู่ที่กระบวนการที่สามารถขายของได้ในราคาแพง เช่น หลุยส์วิตตอง นาฬิกา

ถ้าอยากให้บ้านการเคหะฯ ขายแพงขึ้นจะทำอย่างไร กระบวนการสร้างแบรนด์ของการเคหะฯ ทำอย่างไร แบรนด์อาจเกิดจาก Value ที่ลูกค้ายอมรับในของดี ราคาถูก เช่น นกแอร์ หรือแอร์เอเชีย  แต่ละคนจะมีจุดยืนของตัวเอง แต่โดยส่วนใหญ่สุดยอดของแบรนด์คือขายแพงแล้วขายได้ และจะทำให้แบรนด์มี Value สูง

แบรนด์เติบโตเร็ว และขายดีทำอย่างไร

- ลดต้นทุน กำไรมากขึ้น

ถ้าอยากให้ยอดขายโต และกระบวนการโต

- สร้างความแตกต่างทางนวัตกรรม

ขณะนี้ การเคหะฯ ยังไม่มีการประกวดนวัตกรรมหมายถึงยังไม่เห็นความสำคัญของนวัตกรรมเท่าที่ควร

ตอบ ที่ผ่านมามีนวัตกรรมบ้านผู้สูงอายุ บ้านลอยน้ำ

ประเด็นอยู่ที่เราไม่โปรโมท ซึ่งถ้าทำดี ๆ จะมีเวทีเกิดขึ้นจำนวนมาก

เอาจุดแข็งของหลายหน่วยงานมารวมกัน

ยกตัวอย่าง บริษัท Impossible Burger คิดนวัตกรรมผลิตเบอร์เกอร์ที่ไม่ทำจากเนื้อสัตว์ ได้พัฒนา รส สี กลิ่น แต่ประเด็นคือจะทำให้คนเชื่อ Convince ได้อย่างไร

ถ้าจะทำแพงต้องขาย Ron Mark

กรณีการสร้างบ้านแบบ Knock down ที่มีความรวดเร็วมากที่ตะวันออกกลาง  เราใช้เวลาสร้างบ้านกี่วันในการทำบ้าน 1 หลัง พฤกษาใช้ 45 วัน คอนโด 30 ชั้นใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี แต่ที่จีนสร้างคอนโด 30 ชั้นได้ประกอบคอนโดได้ภายใน 15 วัน (มีการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างเรียบร้อยแล้ว)  ที่มีการออกแบบและ test แผ่นดินไหวแล้ว Innovation ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องของเรา

การนำเสนอสินค้าและบริการ

1. ตอบความต้องการเขา ขายได้

2. ตอบความต้องการเขาไม่ได้จะทำให้ของเหลือ และลูกค้าจะบ่นว่าสิ่งที่อยากได้ทำไมไม่ทำ ที่ทำมาไม่อยากได้

ประเด็นคือเราพร้อมจะเปลี่ยนหรือยัง  ถ้าเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าจะมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์ลูกค้าจะเรียกว่านักประดิษฐ์แล้วอาจขายไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนความคิดให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เรากลับไปหาลูกค้าแล้วจะได้ลูกค้า นวัตกรรมคือการเปลี่ยนความคิด

ยกตัวอย่างคอนโดที่จีน ทุกอย่างถูกวางไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว สามารถใช้เวลาได้ภายใน 15วัน

 

Unicorn Start up Company

อาทิ    1. Grab Taxi เป็น Unicorn  หมายถึง Start up ที่มีการระดมทุน 1,000 ล้านเหรียญ หรือ 35,000 ล้านบาท

          เป็นเด็กตัวน้อย ๆ มาเลเซียที่คนสิงคโปร์เห็นศักยภาพให้เขียนโปรแกรม เป็นหนึ่งในศักยภาพที่คนสิงคโปร์ภูมิใจ

          2. เทรเวลโลก้า ก็คือ Unicorn ที่เป็นมูลค่าเช่นเดียวกัน

          3. Uber เป็นลักษณะของผู้โดยสารที่อยากไปไหน เช่นถ้ามีรถจะไปจุดหนึ่ง แล้วเอาผู้โดยสารมาแชร์คอร์สจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ Uber ไทยคือการเรียกรถว่าจะไปไหน

          กรณี 2 ตัวอย่างนี้บอกว่าเราอยู่เฉย ๆ ไม่ได้

          4. Ant Finance เบื้องหลังคือบริษัทของ Jack Ma ปล่อยเงินกู้ผ่าน Ali Pay ซึ่งจะ Link กับ Bitcoin ต่าง ๆ ในขณะที่ทำเรื่องนี้ เขาได้บอกว่าทำ CSR ให้กับโลกใบนี้ได้เท่าไหร่ด้วย  ล่าสุดฮ่องกง กับเขาจับมือกัน  และได้ข่าวว่าจับมือกับ CP

          สรุปคือ เรามีสิ่งที่เราไม่รู้เยอะมาก และเกี่ยวกับตัวบุคคลด้วย  เอาข้อร้องเรียนของลูกค้ามาทำให้เป็นประโยชน์

          5. DJI เป็นบริษัทของจีน ขาย Drone ไปทั่วโลก สามารถทำให้สิ่งที่เป็นของเล่นกลายเป็นธุรกิจใหญ่โต

          มีบริษัทหนึ่งทำหนังสือออนไลน์ที่รวบรวมเกี่ยวกับ Start up อยู่ใน Inc. มีเรื่องใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกทุกวัน และถ้าใครต้องการข้อมูลเชิงลึก สมัครเป็นสมาชิก บริษัทจะได้รายได้จากค่าสมาชิก

          6. Airbnb คือการสร้างรายได้จากห้องว่างของคุณ

มีคนนำมาเขียน Platform เป็นหนังสือให้คนไทยสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้

 

TQA/SEPA

          กระบวนการที่สำคัญมีกระบวนการสำคัญอะไรบ้างที่ทำด้านนี้  

เคยมีการให้ comment ว่าเป็นการประเมินกระบวนการ จะทำให้เป็นการเรียนแบบประเภท B ไม่ใช่แบบ A คือ ไม่รู้เหตุรู้ผล

แต่ละ Checklist มีคำถามที่สำคัญ แล้วมาประเมินแต่ละหัวข้อ แต่ละองค์กรจะไม่เหมือนกัน จะทำให้รู้ว่าปัญหาของเขาที่เป็นอย่างนี้ กระบวนการไหนดีแล้ว กระบวนการไหนที่ยังไม่ได้ทำ มีการจำลององค์กรว่าให้ทุกคนอยู่ในองค์กรเห็นภาพรวมแล้วมาช่วยกันดู ซึ่งการประเมินที่ได้ออกมาจะนำไปสู่คะแนน และจะบอกคะแนน

นักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็วจะรู้จากผล

ยกตัวอย่างเช่นสิงคโปร์จะดูที่หมวด 7 ก่อน คือเน้นที่เรื่องคน และจะทำให้เราทำงานให้ง่ายขึ้น

ผลลัพธ์กับกระบวนการจะต้องเชื่อมกัน วิธีการควบคุมให้ได้ผลลัพธ์ไม่ใช่วิธีการให้ได้กระบวนการ

เสนอโปรเจคปรับปรุง SEPA ย้อนศร

 

โอกาสในการปรับปรุงองค์กร

          TQA / SEPA เรื่องที่สำคัญมี 6-7 เรื่องเท่านั้น ทำแต่ละเรื่องให้ชัดเจนให้เป็นสีเขียวและผลลัพธ์จะดีเอง  

          1. การนำองค์กร

          2. แผนกลยุทธ์

          3. ลูกค้าและตลาด

          4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้

          5. ทรัพยากรบุคคล

          6. กระบวนการทำงาน

          7. ผลลัพธ์

 

ความสำคัญของวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

ตัวอย่าง

          Google วิสัยทัศน์ว่า “จัดระเบียบ ข้อมูลของโลก และทำให้มันเป็นสากล สามารถเข้าถึงได้และมีประโยชน์”

          - มองคนในโลกเป็นลูกค้า

 

          Apple ของ Steve Job วิสัยทัศน์ว่า “นำประสบการณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ดีที่สุดไปสู่นักเรียน นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริโภคทั่วโลก โดยการนำเสนอนวัตกรรม ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โปรแกรม และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

 

          Apple ของ Steve Job – เอาอุปกรณ์มาหาข้อมูลให้คนใช้มากขึ้น นวัตกรรมคือ Software ที่สามารถทำสิ่งที่คาดไม่ถึง มีอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นขายให้คนทั้งโลกใช้ ทำน้อยแต่ได้ผลเยอะ นำอุปกรณ์มาประยุกต์ในแต่ละพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีการติดตามผลลัพธ์ ถ้าดูจากกราฟเราจะเห็นอะไรเป็นดาวเด่นใน Apple คือ I-Phone สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจเกือบ 50% ดังนั้นการดูผลลัพธ์สำคัญ

          I-Pad ประสบความสำเร็จน้อยเพราะว่าเจอ Sumsung

          ความสำเร็จเบื้องหลังคือ Software

 

ตัวอย่าง-วิสัยทัศน์

1. เราคือครัวของโลก

2. เราคือธุรกิจตัวแทนของความรัก

3. เราคือธุรกิจที่ช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี

4. เราให้บริการความสะดวกกับทุกชุมชน

 

          เราต้องจับให้ได้ว่าธุรกิจเราจะมีแนวร่วมอะไร หมายถึง เราจะมีแนวร่วมเยอะ

ตัวอย่าง CPAll

          วิสัยทัศน์ “เราให้บริการความสะดวกกับทุกชุมชน”

          พันธกิจ “มุ่งสร้างความผูกพันกับลูกค้าด้วยสินค้าและบริการที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนและสังคม”

          ปรัชญาองค์กร “เราปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้า ด้วยทีมงานที่มีความสุข”

CPAll Innovation Center

วิสัยทัศน์ “เราคือสะพานเชื่อมนวัตกรรมไปสู่ตลาด”

วิสัยทัศน์ “การเคหะแห่งชาติเป็นองค์กรหลักด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชนและเมืองเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย”

การเคหะฯ มีการปรับปรุงวิสัยทัศน์ในทุกปีหรือไม่ ? – ปรับปรุงทุกปี

สิ่งที่เห็นคือ การเอาของดีไปซ่อนไว้ในวิสัยทัศน์ แต่เราต้องปรับปรุงสิ่งใหม่ให้ดีกว่าเดิม เมื่อโยนนวัตกรรมไป คือไม่ทำไม่ได้ ต้องสร้างให้อยู่ที่ DNA และเป็นภาพใหญ่ เพราะจากวิสัยทัศน์นึกไม่ออกว่านวัตกรรมคืออะไร

ถ้าปลายทางไม่ทำ Innovation จะยั่งยืนได้อย่างไร ทุกสิ่งในหลายอาชีพจะถูกแทรกด้วยนวัตกรรม AI มาทำในหลายอาชีพ และคนจะอยู่ได้อย่างไร ยกตัวอย่างหมากล้อม AI ชนะคนแล้ว เพราะ AI แพ้คนเป็นล้าน ๆ ครั้ง แล้วเขาได้เติมเต็มประสบการณ์หมายถึงแพ้จนไม่มีสิ่งที่จะแพ้อีกแล้ว AI เลยชนะคน

คาดว่าในอนาคต คนเหล็กมาแน่นอน

เราสามารถทำให้นวัตกรรมเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ คือเอางานมาปรับปรุงจะเกิดสิ่งใหม่

สิ่งที่พบคือกำไรของการเคหะดีขึ้น

วิสัยทัศน์การเคหะฯ จะเป็น Smart City หรือไม่?-กำลังทบทวนกันอยู่

การเป็น Smart City ต้องมีการบูรณาการกับหลายหน่วยงาน อาทิ Public Transportation, IT Connectivity , Water, Power Supply, Sanitation, Solid Waste Management, Urban Mobility, E-Governance, Citizen Participation

ยกตัวอย่างบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ – การเคหะฯ บอกว่ากำลังเริ่มทำแล้ว

แนวคิดประเทศไทย 4.0

          แต่ก่อนขายวัตถุดิบ กำไรไม่ได้อยู่ที่เรา ต่อมารับจ้างผลิต เน้นต้นทุนต่ำ มาที่ยุคนวัตกรรม เน้นรายได้ ในมีค.ศ. 1960 รายได้คนสิงคโปร์เป็น 4 เท่าของคนไทย ปีค.ศ. 1990 รายได้คนสิงคโปร์ 8 เท่าของคนไทย ปีค.ศ. 2014 รายได้คนสิงคโปร์เป็น 10 เท่าของคนไทย   ความจริงแล้วรายได้ของคนไทยก็เพิ่มขึ้น แต่เราก็ไปทำให้คนประเทศอื่นรวยกว่า

          สิ่งที่อยากเปลี่ยนคือสินค้าของไทยคือที่เน้นต้นทุนต่ำอาจไปไม่รอด ปรับสู่สินค้าที่เน้นมูลค่าเพิ่ม

          ยกตัวอย่าง เราจะทำเสื้ออะไรที่ขายแพงกว่า Nike ได้ เราต้องคิดนวัตกรรมให้กับเสื้อตัวนี้ เราถึงขายได้ดีกว่า Nike แต่ต้องขายให้ถูกกลุ่มลูกค้าได้

          4.0 คือทำอะไรที่แตกต่าง มีมูลค่า และขายให้ได้แพงกว่า ยกตัวอย่างกระดาษชานอ้อยคือ ผู้บริโภคไม่ต้องได้อันตรายจากสารพิษ และสามารถย่อยสลายลงดินได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

 

Solar City :Tesla

เป้าหมายในการติดตั้ง Solar Cells บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าผลิตไม่ทัน ก็ผลิต Solar Cell ฝังโซล่าเซลล์ไปในหลังคากระจก

วิสัยทัศน์เปลี่ยนเป็น Energy Company บ้านทุกบ้านผลิตไฟ

สถานีรถไฟฟ้า ในไทย ปตท. เริ่มทำแล้ว

 

ประเทศไทย 4.0 การเคหะฯ น่าจะมีส่วนร่วมอะไรได้บ้าง

          - พลังงานแสงอาทิตย์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

          - One Size does not fit all

 

แนวทางในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

          นวัตกรรม = ความต้องการของตลาดและลูกค้า + ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ + เทคโนโลยี

 

คำถามเชิงนวัตกรรม

Product Innovation   : คิดเรื่องสินค้าที่ลูกค้าต้องการ

          1. สินค้าที่ลูกค้าถามหา แต่เราไม่มีขาย

          2. สินค้าที่เราขาย แต่ลูกค้าไม่รู้

          3. สินค้าที่ขายดีในต่างประเทศ แต่เรายังไม่เคยขาย

          4. สินค้าที่ขายไปแล้ว ลูกค้ายังไม่พอใจ

          5. สินค้าที่เกิดปัญหากับลูกค้าบ่อย ๆ

Service Innovation   : คิดเรื่องความสะดวกของลูกค้า

1. บริการที่ลูกค้าถามหา แต่เราไม่มี

2. บริการที่มี แต่ลูกค้าไม่ค่อยได้ใช้

3. บริการที่ลูกค้าต้องรอนาน

4. บริการที่ทำไปแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่พึงพอใจ

5. บริการที่เกิดปัญหากับลูกค้าบ่อย ๆ

Process Innovation   : คิดเรื่องQCD

1. ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

2. ทำให้ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายลดลง

3. ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น

4. ทำให้การส่งมอบสินค้าและบริการดีขึ้น

5. ทำให้ประสิทธิผลของการทำงานดีขึ้น

Business Model Innovation   : คิดเรื่องโอกาส กลยุทธ์ขององค์กรและความสามารถในการแข่งขัน

1. การขยายงานแบบแนวนอน

2. การขยายงานแบบแนวตั้ง

3. การร่วมทุน

4. การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

อาทิ True + Counter Service = Online no bill

Business Model Innovation

          - การประปา + Counter Service = ประปาหน้าปากซอย

          - กรมสรรพสามิต + Counter Service = จ่ายภาษีได้ 24 ชั่วโมง

          - โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา +  Counter Service = ???

          - การเคหะแห่งชาติ + CPALL = ???

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

ทำไมเราต้องเรียนรู้ AEC กับการเคหะฯ

          เสาหลักมี 3 ประการทุกประเทศต้องทำร่วมกันหมด

เสาเศรษฐกิจ การเงินการลงทุน

1.เพื่อตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ต้องทำ

          2. โครงการนวัตกรรมที่จะทำอะไรให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ถ้ากฎระเบียบไม่เอื้อในเรื่องพิเศษ จะทำอย่างไรได้หรือไม่ เช่นมีโครงการต่าง ๆ ทำอย่างไรให้เพิ่มรายได้ให้กับคนในองค์กร ถ้าติดเรื่องกฎระเบียบอาจไปมองในเรื่องหารางวัลที่มาเสริมแรงเรา

          3. คนใน AEC หรือ CLMV บริษัทหาคนไปสอนแล้วสามารถไปพัฒนาคนได้หรือไม่ การเพิ่มการฝึกอบรม การเคหะฯ มีดาวเด่นด้านไหน

          4. สร้างรายได้จากที่พักของท่าน ที่พักของคนการเคหะฯ จะสร้างรายได้เสริมได้อย่างไร

 

เสาสังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

          1. บ้านกตัญญู (สังคมผู้สูงอายุ)

          2. บ้านทันสมัย ใช้พื้นที่คุ้มค่า จิ๋วแต่แจ๋ว (Minimall)

          3. บ้านอนุรักษ์พลังงาน

 

เสาการเมืองความมั่นคง

1. การเคหะคือเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในประเทศ

2. เป็นเครื่องมือการทูตระหว่างประเทศได้หรือไม่ อาทิ CLMV (การเคหะมีความเชี่ยวชาญมากกว่าประเทศใน CLMV หรือไม่ อย่างไร

 

วิสัยทัศน์

          ครัวของโลก – พื้นที่ที่ปลูกเราทำอะไรได้บ้าง

          ตัวแทนของความรักและความสัมพันธ์ – พาคนออกไปต่างประเทศได้โดยไม่ควักเงินตัวเอง

          สุขภาพที่ดี (ทั้งกายและใจ) สังคม

          สิ่งแวดล้อม- อยู่ในยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0

          ให้บริการความสะดวกกับทุกองค์กร- มี Application ใหม่ ๆ

 

นวัตกรรม

          1. สิ่งใหม่เอี่ยม คิดใหม่ ทำใหม่ เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

          2. นำของเก่ามาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์ใหม่  แต่จะเป็นนวัตกรรมได้ ต้องได้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมหรือทั้งสองอย่าง

 

ตัวอย่างเทมเพลต

          การออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานของการเคหะแห่งชาติ

 โดยเริ่มจากมองผลลัพธ์ก่อน

1. กลุ่มที่

2. หัวข้อโครงการ

          - ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 หรือไม่

          - ตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่

          - เทคโนโลยี

          - คน

          - นวัตกรรม

          - ลดความเหลื่อมล้ำ

          - การพัฒนาทั่วถึงหรือไม่

          - สิ่งแวดล้อม

          - ยุทธศาสตร์ของชาติ และยุทธศาสตร์ 10 ปีของการเคหะฯ

          - Innovative Project

          - Value Creation

          - Value Diversity

          - Impact หรือไม่

          - มีประโยชน์เชิงคุณค่าหรือไม่

          - Execution

          - วัดผลได้ อาจไม่ต้องวัดผลได้วันนี้พรุ่งนี้ แต่ระบุว่าวัดผลดได้อย่างไร

3.หลักการและเหตุผลและความจำเป็น

4. วัตถุประสงค์หลัก / ตัวชี้วัด

5. ยุทธศาสตร์และวิธีดำเนินการ

          เช่น Application ที่เมืองนอกมีการทำ Application ที่จอดรถว่าง ทำให้บ้านมีรายได้ด้วย

6. ขั้นตอน / วิธีการดำเนินงาน / Timeframe

7. แหล่งเงินทุนและงบประมาณ เน้นการบริหารจัดการจากทรัพยากรที่มีอยู่

8. วิธีการประเมินผล

9. ผลที่คาดว่าจะได้รับและการสร้างคุณค่าแบบ 3 V มีอะไรบ้าง อย่างไร

10.ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคและเป็นตัวแปรที่สำคัญ

11. เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการนี้อย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ มองปัจจัยทีเป็นอุปสรรค และปัจจัยที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จอย่างไร

12. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากได้ร่วมกันคิดและออกแบบโครงการในครั้งนี้ของกลุ่ม



 

 




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy

คำสำคัญ (Tags)#เรียนรู้#อบรม#ผู้นำ#การพัฒนาคน#ทรัพยากรมนุษย์#ทุนมนุษย์#chira academy#มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ#จีระ หงส์ลดารมภ์

หมายเลขบันทึก: 644710, เขียน: 12 Feb 2018 @ 21:50 (), แก้ไข: 16 Feb 2018 @ 16:41 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ความเห็น: 46, อ่าน: คลิก


ความเห็น (46)

นายสมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ ศ. ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์ และคณาจารย์และทีมงาน ทีให้เกียรติ กคช.และมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาบุคลากร กคช.

นางสาวพวงทิพย์ อ่อนชุม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

การอบรมหลักสูตรนี้ จะสามารถปลุกพลัง จิตวิญญาน ความคิดสร้างสรรค์

ที่มีอยู่ทั้ง22คนให้พัฒนานำไปสู่การทำงานที่บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดกับการเคหะฯ


นางจงรัก เฉลิมเกียรติ
IP: xxx.47.14.128
เขียนเมื่อ 

จากการที่อาจารย์ให้ทำ work shop  เห็นถึงการทำงานของกลุ่ม เป็นการสร้างโอกาสในการแบ่งปันความรู้ทำให้ได้แนวทางที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงานตามเป้าหมาย ดังนั้นผู้นำที่ดีต้องสร้างจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม

                            จงรัก เฉลิมเกียรติ

โสภิต ถิระพร
IP: xxx.168.4.86
เขียนเมื่อ 

ช่วงเช้าในการอบรมรู้สึกกดดันมากคะ แต่ท่านอ.และทีมงานน่ารักคะ  ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ไม่มีผิด ให้เกียรติผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านเสมือนครูที่ให้ลูกศิษย์เก็บเกี่ยวความมรู้ไปให้ได้มากที่สุด ขอบคุณที่ทำให้ผ่อนคลายอบรมอย่างสนุกคะ

โสภิต ถิระพร
IP: xxx.168.4.86
เขียนเมื่อ 

ช่วงเช้าในการอบรมรู้สึกกดดันมากคะ แต่ท่านอ.และทีมงานน่ารักคะ  ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ไม่มีผิด ให้เกียรติผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านเสมือนครูที่ให้ลูกศิษย์เก็บเกี่ยวความมรู้ไปให้ได้มากที่สุด ขอบคุณที่ทำให้ผ่อนคลายอบรมอย่างสนุกคะ

เบญจมาศ ใจกว้าง
IP: xxx.46.143.108
เขียนเมื่อ 

ความคิดเห็นที่หลากหลายไม่ตรงกัน ทำให้เกิดการปะทะทางปัญญา เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาการทำงานเป็นทีม เพื่อผลสำเร็จตามเป้าหมาย

นายสมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx.183.8.165
เขียนเมื่อ 

สรุุปการที่อาจารย์ได้ให้ศึกษาประวัติผู้นำคนสำคัญของโลกทั้งต่างประเทศและของชาติไทย ทำให้เห็นถึงภาวะและวิสัยทัศน์ของผู้้นำแต่ละท่าน รวมทังคุณสมบัติที่โดดเด่น หลักคิดการเป็นผู้นำโดยกำหนดให้มี การทำWorkshop ร่วมกันกรณีศึกษาเปรียบเทียบผู้นำ การวิเคราะห์ภาวะผู้นำและบทบาท การวิเคราะห์วิธีการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ของ กคช. และอาจารย์ได้กำหนดให้การเรียนรู้เรื่องการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมขององค์กรและยุทธวิธี และการทำWorkshopร่วมกัน ทั้งสองประด็นดังกล่าว ทำให้เกิดความรู้และเข้าใจสามารถที่จะนำมาปรับใช้ได้ครับ

ว่าที่ร้อยตรีพรชัย อภิพัฒน์ธนากรณ์ cp
IP: xxx.55.121.188
เขียนเมื่อ 

การอบรมในวันนี้ไม่ใช่การอบรมที่เรียนตามตำราหรือทฤษฎีเท่านั้นแต่เป็นการกระตุ้นให้ผู้อบรมได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันในกลุ่มเสมือนการระดมความคิดที่มีอยู่แต่ระคนที่มีความหลากหลายสรุปเป็นคำตอบของกลุ่มทำใหเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ(Learning   how  to    Lear:Chira's  Way)

ว่าที่ร้อยตรีพรชัย อภิพัฒน์ธนากรณ์ cp
IP: xxx.55.121.188
เขียนเมื่อ 

การอบรมในวันนี้ไม่ใช่การอบรมที่เรียนตามตำราหรือทฤษฎีเท่านั้นแต่เป็นการกระตุ้นให้ผู้อบรมได้แสดงความคิดเห็นร่วมกันในกลุ่มเสมือนการระดมความคิดที่มีอยู่แต่ระคนที่มีความหลากหลายสรุปเป็นคำตอบของกลุ่มทำใหเกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ(Learning   how  to    Lear:Chira's  Way)

นางวิลาวัลย์ โชครุ่งเรือง
IP: xxx.40.186.114
เขียนเมื่อ 

จากแนวคิดของผู้นำที่หลากหลายทั้งในยุคเก่าและยุคสมัยใหม่ทั้งที่เหมือนและที่แตกต่างกันเราสามารถเลือกแนวคิดที่เหมาะสมเป็นแนวทางในพัฒนาองค์กร การทำงานเป็นทีมทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นจะนำไปสู่การสำเร็จตามเป้าหมาย

นายสมชาย มณีวรรณ
IP: xxx.40.186.102
เขียนเมื่อ 

ในการอบรม สร้างความกดดัน กระตุ้นให้ผู้ร่วมอบรมใฝ่ในการที่จะแสดงแนวคิด ปะทะทางปัญญา เพื่อตอบโจทย์อาจารย์ อย่างเห็นภาพและมีทิศทาง ซึ่งไม่เหมือนการอบรมทั่วๆไป ทำให้เราสามารถนำแนวคิดใหม่ๆมาปรับใช้ในองค์กรการเคหะฯ และได้รับคำแนะนำในส่วนหารเคหะฯต้องขยายพรมแดนเพิ่มกิจกรรม เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์และเป็นผู้นำด้านองค์กร ในอนาคต 

นลินี ขำเจริญ
IP: xxx.40.186.99
เขียนเมื่อ 

ได้รับความรูมากมายจากการอบรม ที่ไม่ใช่การนั่งเรียนในตำรา ความรู้ใหม่ที่ได้รับคือ รู้ความแตกต่างของผู้นำกับผู้บริหาร ได้กระตุ้นความคิดที่จะหาแนวทางการสร้างผู้นำในความหลายของอายุและแนวคิด ต้องเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ต้องเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคนักการเมือง รวมถึงการจยายขอบเขตกาดำเนินงานของ กคช.ไปสู่อาเซียนด้วย

นายสมชาย มณีวรรณ
IP: xxx.24.65.194
เขียนเมื่อ 

ในการอบรม สร้างความกดดัน กระตุ้นให้ผู้ร่วมอบรมใฝ่ในการที่จะแสดงแนวคิด ปะทะทางปัญญา เพื่อตอบโจทย์อาจารย์ อย่างเห็นภาพและมีทิศทาง ซึ่งไม่เหมือนการอบรมทั่วๆไป ทำให้เราสามารถนำแนวคิดใหม่ๆมาปรับใช้ในองค์กรการเคหะฯ และได้รับคำแนะนำในส่วนการเคหะฯต้องขยายพรมแดนเพิ่มกิจกรรม เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์และเป็นผู้นำด้านองค์กร ในอนาคต 

นางวิลาวัลย์ โชครุ่งเรือง
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

จากแนวคิดของผู้นำที่หลากหลายทั้งยุคเก่าและยุคสมัยใหม่ ทั้งในแนวคิดที่เหมือนกันและแตกต่างกัน เราสามารถเลือกแนวคิดที่เหมาะสมนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กร รวมทั้งการทำงานเป็นทีมทุกคนมีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นร่วมกันจะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย

หนึ่งปริญญา อินทร์วิเศษ
IP: xxx.40.186.123
เขียนเมื่อ 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 “ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์”

การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็น Leadershipและเป็น Teacher มีวิสัยทัศน์ที่ดี มองภาพใหญ่ วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นำทีมงานที่มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีทุนแห่งการสร้างสรรค์ ทุนทางความรู้ ทุนทางนวัตกรรม ทุนทางอารมณ์ ทุนทางวัฒนธรรม มีธรรมาภิบาลและศรัทธา ส่งผลให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร โดยทั้งนี้ ตนเองและผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำงานอย่างมีความสุข

หนึ่งปริญญา อินทร์วิเศษ
IP: xxx.40.186.123
เขียนเมื่อ 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 “ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์”

การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องเป็น Leadershipและเป็น Teacher มีวิสัยทัศน์ที่ดี มองภาพใหญ่ วิเคราะห์สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นำทีมงานที่มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีทุนแห่งการสร้างสรรค์ ทุนทางความรู้ ทุนทางนวัตกรรม ทุนทางอารมณ์ ทุนทางวัฒนธรรม มีธรรมาภิบาลและศรัทธา ส่งผลให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร โดยทั้งนี้ ตนเองและผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำงานอย่างมีความสุข

นายประสงค์ ดวงแก้ว
IP: xxx.40.186.127
เขียนเมื่อ 

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (1)  ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์

สิ่งที่เรียนรู้คือ ผู้นำที่ดีต้องมองภาพใหญ่  โลกมีการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ผู้นำต้องเน้นการพัฒนาสู่ความยั่งยืน  เน้นคน มองอนาคตและมีนวัตถกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ ผู้น้ำต้องมีจริยธรรมสูง เป็นตัวอย่างที่ดี ทำตัวตนให้เป็นคนมีเสน่ห์ผู้คนอยากทำงานด้วย และมองกาลไกล

ได้เรียนรู้คุณลักษณะของผู้นำแต่ละท่าน มีลักษณะแนวคิดของการเป็นผู้นำอย่างไร เช่น เนลสัน แมนเดล่า มีความกล้าหาญ ให้อภัยให้เกียรติศัตรู ฮิลลาลี่ กลินตัน มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต สนุกกับการคิดนอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์เป็นต้น

ทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ศ.ดร.จิระ  หงส์ลดารมภ์ ใช้หลัก 8K’s + 5K’s + ศาสตร์พระราชา ร.9 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมองถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยในการพัฒนา 4 ประเภทคือ รัฐบาล ประชาชน เอกชน และวิชาการ งานวิจัยฯต่างๆที่จะเป็นองค์ความรู้ที่จะมาสนับสนุน

สิ่งที่จะนำไปใช้ในการทำงานคือการมองถึงอนาคต และการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง และการแก้วิกฤตต่างๆที่จะเกิดขึ้น การพัฒนาต่างๆโดยยึดหลัก 2 R อยู่กับความเป็นจริง วิเคราะห์ให้ได้ เตรียมความพร้อมป้องกันความเสี่ยง การทำงานก็จะเกิดประสิทธิภาพและเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งจะเป็นประโชยน์สำหรับองค์กรและประชนผู้รับบริการ

                ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (2)

                วิสัยทัศน์คือ  ทิศทางที่จะไป และต้องกำหนดมาตรฐานให้เราไปอย่างเป็นเลิศ 

                วิสัยทัศน์ที่ดี  ต้องให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการกำหนด Vision without action จะถูกมองว่าไม่ได้ประโยชน์นัก และอาจถูกมองว่าเป็นความฝัน  Mission คือพันธกิจหรือภารกิจที่เราจะทำเพื่อตอบสนองเป้าหมายของ Vision เหล่านั้น การกำหนด Vision Mission ไม่พอ ต้องมีการกำหนด Core Value ด้วย องค์กรอาจารย์จีระ เน้น สร้างสรรค์ มูลค่าเพิ่ม และความสุขในการทำงาน ผู้นำให้ความสนใจต่อ Vision การระดมความคิด  โดยรับฟังความคิดแปลกใหม่ มีคณะผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือ ผสมผสานระหว่างความคิดคนในกับคนนอก วิธีการระดมความคิด จะต้องเน้นการแสดงความคิด 2 ทางคือโต้ตอบและตรงไปตรงมา

                สิ่งที่จะนำไปปรับใช้คือการสร้างวิสัยทัศน์ของผู้นำต้องกล้างคิดนอกกรอบ ให้ครอบคุมทั้งอาเชี่ยน ซึ่งจริงๆแล้ว การเคหะแห่งชาติมีประสบการณ์และองค์ความรู้อย่างมากมายเกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยมาเป็นเวลา 45 ปีแล้ว โดยสถานะการณ์พัฒนาในกลุ่มประเทศอาเชี่ยนเราก็สามารถที่จะเข้าร่วมพัฒนาและเป็นพี่เลี้ยงให้ได้กับประเทศรอบบ้านเราทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร เวียตนามและพม่า เป็นต้น ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้กับองค์กรและเป็นการพัฒนาบุคลากรให้ออกไปสู่โลกที่กว้างขึ้น  ประสงค์ ดวงแก้ว กลุ่ม 1

เจษฎา ตรีปิยรัตน์
IP: xxx.40.186.119
เขียนเมื่อ 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 “ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์”

การเรียนรู้วันแรก เรื่องภาวะผู้นำ เชิงวิสัยทัศน์  ได้ศึกษาจากผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในโลกหลายๆ แบบ มาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย  นำมาเป็น ตัวอย่างในการเป็นผู้นำที่ดี คุณลักษณะที่ดีของผู้นำควรเป็นอย่างไร  นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเองและการนำในหน่วยงานหรือองค์กร ต่อไป โดยให้ลองมีวิสัยทัศน์ ที่อยู่นอกกรอบ   มีจริยธรรม  ธรรมมาภิบาล 

เจษฎา ตรีปิยรัตน์
IP: xxx.40.186.119
เขียนเมื่อ 

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 “ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์”

การเรียนรู้วันแรก เรื่องภาวะผู้นำ เชิงวิสัยทัศน์  ได้ศึกษาจากผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในโลกหลายๆ แบบ มาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย  นำมาเป็น ตัวอย่างในการเป็นผู้นำที่ดี คุณลักษณะที่ดีของผู้นำควรเป็นอย่างไร  นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเองและการนำในหน่วยงานหรือองค์กร ต่อไป โดยให้ลองมีวิสัยทัศน์ ที่อยู่นอกกรอบ   มีจริยธรรม  ธรรมมาภิบาล 

วลีพรรณ บุญอยู่
IP: xxx.46.104.225
เขียนเมื่อ 

สรุปการเรียนวันพุธที่ 14 กพ.61 สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้องมีทุมมองในหลายๆ ด้าน ได้ทราบภาวะการเป็นผู้นำจากบุคคลที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาแต่ละท่าน ซึ่งมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันในแต่ละประเด็น มีข้อดี ข้อเสีย ที่เราสามารถเลือกมาใช้ในการทำงาน อะไรดีก็จะนำไปปฏิบัติ

นายประสงค์ ดวงแก้ว
IP: xxx.40.186.127
เขียนเมื่อ 

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (1)  ศ.ดร.จิระ หงส์ลดารมภ์

สิ่งที่เรียนรู้คือ ผู้นำที่ดีต้องมองภาพใหญ่  โลกมีการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ผู้นำต้องเน้นการพัฒนาสู่ความยั่งยืน  เน้นคน มองอนาคตและมีนวัตถกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ ผู้น้ำต้องมีจริยธรรมสูง เป็นตัวอย่างที่ดี ทำตัวตนให้เป็นคนมีเสน่ห์ผู้คนอยากทำงานด้วย และมองกาลไกล

ได้เรียนรู้คุณลักษณะของผู้นำแต่ละท่าน มีลักษณะแนวคิดของการเป็นผู้นำอย่างไร เช่น เนลสัน แมนเดล่า มีความกล้าหาญ ให้อภัยให้เกียรติศัตรู ฮิลลาลี่ กลินตัน มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต สนุกกับการคิดนอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์เป็นต้น

ทฤษฎีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ศ.ดร.จิระ  หงส์ลดารมภ์ ใช้หลัก 8K’s + 5K’s + ศาสตร์พระราชา ร.9 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมองถึงผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยในการพัฒนา 4 ประเภทคือ รัฐบาล ประชาชน เอกชน และวิชาการ งานวิจัยฯต่างๆที่จะเป็นองค์ความรู้ที่จะมาสนับสนุน

สิ่งที่จะนำไปใช้ในการทำงานคือการมองถึงอนาคต และการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง และการแก้วิกฤตต่างๆที่จะเกิดขึ้น การพัฒนาต่างๆโดยยึดหลัก 2 R อยู่กับความเป็นจริง วิเคราะห์ให้ได้ เตรียมความพร้อมป้องกันความเสี่ยง การทำงานก็จะเกิดประสิทธิภาพและเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งจะเป็นประโชยน์สำหรับองค์กรและประชนผู้รับบริการ

                ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ (2)

                วิสัยทัศน์คือ  ทิศทางที่จะไป และต้องกำหนดมาตรฐานให้เราไปอย่างเป็นเลิศ 

                วิสัยทัศน์ที่ดี  ต้องให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการกำหนด Vision without action จะถูกมองว่าไม่ได้ประโยชน์นัก และอาจถูกมองว่าเป็นความฝัน  Mission คือพันธกิจหรือภารกิจที่เราจะทำเพื่อตอบสนองเป้าหมายของ Vision เหล่านั้น การกำหนด Vision Mission ไม่พอ ต้องมีการกำหนด Core Value ด้วย องค์กรอาจารย์จีระ เน้น สร้างสรรค์ มูลค่าเพิ่ม และความสุขในการทำงาน ผู้นำให้ความสนใจต่อ Vision การระดมความคิด  โดยรับฟังความคิดแปลกใหม่ มีคณะผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือ ผสมผสานระหว่างความคิดคนในกับคนนอก วิธีการระดมความคิด จะต้องเน้นการแสดงความคิด 2 ทางคือโต้ตอบและตรงไปตรงมา

                สิ่งที่จะนำไปปรับใช้คือการสร้างวิสัยทัศน์ของผู้นำต้องกล้างคิดนอกกรอบ ให้ครอบคุมทั้งอาเชี่ยน ซึ่งจริงๆแล้ว การเคหะแห่งชาติมีประสบการณ์และองค์ความรู้อย่างมากมายเกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยมาเป็นเวลา 45 ปีแล้ว โดยสถานะการณ์พัฒนาในกลุ่มประเทศอาเชี่ยนเราก็สามารถที่จะเข้าร่วมพัฒนาและเป็นพี่เลี้ยงให้ได้กับประเทศรอบบ้านเราทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร เวียตนามและพม่า เป็นต้น ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้กับองค์กรและเป็นการพัฒนาบุคลากรให้ออกไปสู่โลกที่กว้างขึ้น  ประสงค์ ดวงแก้ว กลุ่ม 1

หนึ่งปริญญา อินทร์วิเศษ
IP: xxx.40.186.123
เขียนเมื่อ 

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2516

ได้แนวคิด การบริหารการเปลี่ยนแปลง ได้ทราบกรณีศึกษาของ บมจ.ปูนซีเมนต์นครหลวง  การเปลี่ยนแปลงยากที่สุดคือ Internal และเน้นการสื่อสารให้มาก กรณีศึกษาของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นการบริหารความเสี่ยง ต้องมีความชัดเจน ผู้นำต้องเปลี่ยนแปลงก่อน เมื่อเปลี่ยนแล้วต้องดีขึ้น และทุกคนมีความสุข   

การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN  เป็นการจุดประกาย CLMV  มีข้อกำหนด 10 ทำ 10 ไม่

การทำ Workshop  เสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ  3 โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย  และ 1 โครงการพัฒนาทุนมนุษย์ NHA 4.0 

ประสงค์ ดวงแก้ว
IP: xxx.168.35.41
เขียนเมื่อ 

การบริหารการเปลี่ยนแปลง  15 กพ.61 ภาคเช้า  อ.จันทนา สุขุมานนท์, อ.ชูชาติ มั่นครองธรรม, อ.ทำนอง  ดาศรี

                ได้แนวคิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งสำคัญที่สุดคือข้างในของตัวเราเองส่วนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็เหมือนกันมีประเด็นที่ยากคือภายในส่วนภายนอกก็อยากให้เปลี่ยน การที่จะเปลี่ยนให้เกิดความสำเร็จก็มีหลายขึ้นตอนต้องมีวิสัยทัศน์ เปลี่ยนแล้วได้อะไรขึ้นมา ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนมีการวางแผนร่วมกันทั้งหมดทุกฝ่ายต้องเข้าใจตรงกันที่ชัดเจนทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นต่าง สร้างเครื่องมือระบบ นโยบายที่ชัดเจน มีการฝึกอบรม และมีเครื่องมือในการวัดความก้าวหน้าได้

                จึงสรุปได้ว่าถ้าต้องการจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จต้องเริ่มที่ตัวเราระเบิดจากข้างในตัวเรา ในองค์กรของเราด้วยความชัดเจน มีเครื่องมือมีระบบมีการศึกษา และสามารถวัดความก้าวหน้าได้ และเป็นการเปลี่ยนในแนวทางที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ภาคบ่าย

การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN EconomicCommunity (AEC)  รศ.ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช , ดร.จิระหงศ์ลดารมภ์

                การที่จะทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเชี่ยนมีทั้งสมาชิเก่า และใหม่ เช่น ประเทศในกลุ่ม CLMV ซึ่งจะต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ ต้องลงไปดูด้วยตัวเอง หรือไปดับภาครัฐ และในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยก็ยังมีโอกาส เรานำประสบการณ์ที่มีอยู่แล้วไปพัฒนา อาจจะเป็นความร่วมมือหรือเป็นการช่วยเหลือ การทำธุระกิจก็จะเน้นเรื่องการผลิตแล้วส่งออกมีแรงงานราคาถูก และได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษี เพราะเป็นกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา

                การแบ่งกลุ่มการนำเสนอการพัฒนาโครงการกลุ่ม 1 ได้นำเสนอการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศ สปป.ลาวซึ่งเป็นการคิดนอกกรอบที่อาจารย์อยากให้คิดข้ามพรมแดนและได้วิเคราะห์แนวทางที่จะศึกษาความเป็นไปได้ และกฎหมาย กฎระเบียบ ภาคีและหน่วยงานที่จะมีความร่วมมือ เราจะไปได้อย่างไร เป็นการร่วมทุน หรือลักษณะการช่วยเหลือซึ่งจะต้องศึกษาต่อไป

ประสงค์  ดวงแก้ว กลุ่ม 1

ประสงค์ ดวงแก้ว
IP: xxx.168.35.41
เขียนเมื่อ 

การบริหารการเปลี่ยนแปลง  15 กพ.61 ภาคเช้า  อ.จันทนา สุขุมานนท์, อ.ชูชาติ มั่นครองธรรม, อ.ทำนอง  ดาศรี

                ได้แนวคิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งสำคัญที่สุดคือข้างในของตัวเราเองส่วนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็เหมือนกันมีประเด็นที่ยากคือภายในส่วนภายนอกก็อยากให้เปลี่ยน การที่จะเปลี่ยนให้เกิดความสำเร็จก็มีหลายขึ้นตอนต้องมีวิสัยทัศน์ เปลี่ยนแล้วได้อะไรขึ้นมา ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนมีการวางแผนร่วมกันทั้งหมดทุกฝ่ายต้องเข้าใจตรงกันที่ชัดเจนทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นต่าง สร้างเครื่องมือระบบ นโยบายที่ชัดเจน มีการฝึกอบรม และมีเครื่องมือในการวัดความก้าวหน้าได้

                จึงสรุปได้ว่าถ้าต้องการจะบริหารการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จต้องเริ่มที่ตัวเราระเบิดจากข้างในตัวเรา ในองค์กรของเราด้วยความชัดเจน มีเครื่องมือมีระบบมีการศึกษา และสามารถวัดความก้าวหน้าได้ และเป็นการเปลี่ยนในแนวทางที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ภาคบ่าย

การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN EconomicCommunity (AEC)  รศ.ดร.อัทธ์  พิศาลวานิช , ดร.จิระหงศ์ลดารมภ์

                การที่จะทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเชี่ยนมีทั้งสมาชิเก่า และใหม่ เช่น ประเทศในกลุ่ม CLMV ซึ่งจะต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ ต้องลงไปดูด้วยตัวเอง หรือไปดับภาครัฐ และในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยก็ยังมีโอกาส เรานำประสบการณ์ที่มีอยู่แล้วไปพัฒนา อาจจะเป็นความร่วมมือหรือเป็นการช่วยเหลือ การทำธุระกิจก็จะเน้นเรื่องการผลิตแล้วส่งออกมีแรงงานราคาถูก และได้รับสิทธิพิเศษทางด้านภาษี เพราะเป็นกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา

                การแบ่งกลุ่มการนำเสนอการพัฒนาโครงการกลุ่ม 1 ได้นำเสนอการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศ สปป.ลาวซึ่งเป็นการคิดนอกกรอบที่อาจารย์อยากให้คิดข้ามพรมแดนและได้วิเคราะห์แนวทางที่จะศึกษาความเป็นไปได้ และกฎหมาย กฎระเบียบ ภาคีและหน่วยงานที่จะมีความร่วมมือ เราจะไปได้อย่างไร เป็นการร่วมทุน หรือลักษณะการช่วยเหลือซึ่งจะต้องศึกษาต่อไป

ประสงค์  ดวงแก้ว กลุ่ม 1

นลินี ขำเจริญ
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

การเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่า มีพฤติกรรมใดบ้างที่ต้องเปลี่ยน โดยสอบถามจากคนรอบข้าง แล้วปรับปรุงตนเองให้ได้ โดยมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ 7 ข้อ คือ

1. Be proactive

2. Put the end in mind

3. Pioritise

4. Listenning more

5. Energize peple

6. Think win win

7. Sharpen your soul

โดยมีปัจจัยที่จะบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ คือ ต้องมี Competencies ,Vision ,As a role model,Energize people

เราต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการเอาชนะเล็ก ๆ  

ได้รับความรู้เกี่ยวกับ AEC เพิ่มเติม คือ ประเทศใน  CLMV  มีความต้องการให้พัฒนาที่อยู่อาศัยอยู่มาก

พวงทิพย์ อ่อนชุม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

การเปลี่ยนแปลงตนเองในจุดที่เห็นว่ายังเป็นจุดด้อยให้ดีขึ้น โดยนำหลักแนวคิดของอาจารย์มาใช้เพื่อสร้างแรงบรรดาลใจในการเปลี่ยนแปลงพัฒนาองค์กรให้ไปสู่การเป็นองค์กรชั้นนำในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศ

โสภิต ถิระพร
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

15.กพ.61

ช่วงเช้า หัวข้อ ^ การบริหารการเปลี่ยนแปลง^

ประเด็นที่น่าสนใจ

อ.จันทนา

   - ปัจจุยันการเปลี่ยนแปลงจะใช้คำว่า  transformer มากกว่า change เพราะกาเปลี่ยนแปลงจะต้องเปลี่ยนแล้วดีขึ้นไม่กลับมาเหมือนเดิมอีก

   - การเปลี่ยนแปลงในองค์กรค่อนข้างที่จะทำยากหากไม่มีปัจจัยภายนอกมากดดัน

   - การจะเป็นผู้นำ (CEO) ที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องมีการสื่อสาร ( Communication) ที่ดี

   - การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงจากข้างในของเราให้ดีขึ้น แล้วจะส่งผลให้องค์กรเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเช่นกัน

อ.ชูชาติ

   - การเปลี่ยนแปลง "ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง" ต้องมีการจัดการและวางแผน

   - การเปลี่ยนแปลงมีทั้งเชิงรุกเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และเชิงรับอาจมีแรงกดดัน

ช่วงบ่าย หัวข้อ " การบริหารธุรกิจในยุคอาเซียน (ASEAN) "

อ.อัทธ์

   - CLMVT ในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา, สปป.ลาว ,เมียนมา, เวียดนาม, และไทย

   - ข้อคิดและประเด็นที่ควรทำ และไม่ควรทำในการพัฒนาในเขตอาเซียน และ CLMV ในด้านต่างๆ

   - การพัฒนาที่อยู่อาศัยต้องได้รับความสนับสนุนและความร่วมมือระหว่างรัฐบาล

ต่อด้วยการเลือกหัวข้อการทำ  workshop

กลุ่ม 2 เลือกการพัฒนาทุนมนุษย์ ภายในการเคหะ  NHA 4.0

เพื่อปิดช่องว่างของ Genneration gaps

วลีพรรณ บุญอยู่
IP: xxx.46.225.139
เขียนเมื่อ 

15 กพ.61 ได้เรียนรู้การบริหารการเปลี่ยนแปลง ว่าควรเริ่มที่ผู้บริหารเป็นแบบอย่าง เพราะหากผู้บริหารไม่เริ่มก็ยากที่จะมีผู้ทำตาม ฉะนั้นก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง และเราต้องหัดเรียนรู้ธุรกิจในยุคAEC ว่าควรไปในทิศทางใด เช่นเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยอยู่มาก ซึ่ง กคช.ก็น่าที่มีโอกาสต่อยอดผลิตภัณฑ์ของเราให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นายสมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

สรุปการเรียนวันที่15กพ.61

ภาคเช้า การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)

อ.จันทนา สุขุมานนท์

การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มที่ตัวเรา เปลี่ยนยากแต่ทำได้ และปัจจัยภายนอกจะเป็นตัวผลักดันให้เราต้องเปลี่ยน 

ส่วนผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องเข้าใจและสื่อสารให้ตรงแต่ละคน

อ.ชูชาติ มั่นครองธรรม

กรณีศึกษาการย้ายกองสลากจากราชดำเนินไปยังสนามบินน้ำ เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลง

อ.ทำนอง ดาศรี 

สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง

ไว้7ขั้นตอน

ภาคบ่าย

การบริหารธุรกิจในยุคAsean Economic community(AEC)

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช

การลงทุนธุรกิจในอาเซียน CLMV ควรจะต้องศึกษาอะไรอย่างไรในแต่ละประเทศเช่นนโยบายเศรษฐกิจ กฎหมายศักยภาพของประเทศและสิ่งทีต้องมีเช่นconnection/Patnerทางธุรกิจ

การทำworkshop3

Change&Project

1).โครงการที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

1.คิดโครงการเพื่ออนาคต ทีตอบโจทย์ กคช.4.0 พร้อมเหตุผล

2)วิเคราะห์ตัวละคร4กลุ่ม

ซึ่งทั้ง4กลุ่มได้นำเสนอไว้4เรื่อง

เจษฎา ตรีปิยรัตน์
IP: xxx.40.186.119
เขียนเมื่อ 

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 “การบริหารการเปลี่ยนแปลง”และ “การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN Economic Community (AEC) ”

การเรียนรู้ในวันที่สอง  เรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลง  ได้รู้ถึงวิธีคิดการเปลี่ยนแปลงภายในตัวเองก่อนในทางที่ดีขึ้น จึงจะสามารถเปลี่ยนองค์กรได้ การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ในเรื่องควรให้มีFeedBack กลับมาจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนำมาปรับตัวเอง การตั้งคำถามตัวเองในประเด็นจะพูดตามหัวข้ออะไร   กระบวนการเปลี่ยนแปลงมีทั้งเชิงรุก และเชิงรับ

มุมมองการลงทุนในด้านต่างๆของประเทศในกลุ่มASEAN  วิธีการลงทุนในลักษณะสอนงาน จะประสบความสำเร็จ

สมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

ขอชื่นชมทีมงานอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สรุปการบรรยายของวิทยากร แต่ละวิชาและประเด็นต่างๆ ได้ครอบคลุม ชัดเจน รวดเร็วครับ

หนึ่งปริญญา อินทร์วิเศษ
IP: xxx.40.186.123
เขียนเมื่อ 

วันที่ 16 กุมภาพันธ์  2561

แนวคิดการบริหารกลยุทธ์องค์กร เมื่อกำหนดทิศทางองค์กรแล้ว การบริหารกลยุทธ์องค์กรเป็นเรื่องสำคัญต้องให้สอดคล้องตามแผนที่วางไว้และต้องวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องจึงประสพความสำเร็จ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแต่ในการเปลี่ยนแปลงมีความเชื่อมโยงกันเช่นการพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ  สำหรับการเคหะแห่งชาติ ในอนาคตจะต้องพัฒนาเมืองเป็นแบบ Smart City

แนวคิดบริหารธุรกิจในยุค AEC ต้องให้ยั่งยืนโดยคิด แบบ Macro ทำแบบ Micro ให้ดูผลลัพท์ที่ต้องการแล้วมาปรับกระบวนการนำเทคโนโลยีมาใช้ การจะมีนวัตกรรมต้องยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และควรมีคำว่านวัตกรรมอยู่ในวิสัยทัศน์  นวัตกรรม จะเป็นสิ่งใหม่หรือสิ่งเดิมมาปรับปรุงใหม่ก็ได้

นายบัณฑูรย์ มนธาตุผลิน
IP: xxx.46.232.231
เขียนเมื่อ 

จากความรู้ที่ได้รับทั้ง3. วันนั้น สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเองและองค์กรได้ ทั้งในเรื่องของภาวะผู้นำ การบริหารการเปลี่ยนแปลง และกลยุทธในการบริหารงานองค์กร. ซึ่งการที่องค์กรจะได้รับการพัฒนานั้น ผู้นำและผู้ร่วมองค์กรมีความสำคัญ จึงควรมรการวิเคราะห์ด้วยการนำหลักการและทฤษฎีการบริหารต่างๆเข้ามาช่วยในการพัฒนาองค์กรในยุคไทยแลนด์4.0

นายบัณฑูรย์ มนธาตุผลิน
IP: xxx.46.232.231
เขียนเมื่อ 

จากความรู้ที่ได้รับทั้ง3. วันนั้น สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเองและองค์กรได้ ทั้งในเรื่องของภาวะผู้นำ การบริหารการเปลี่ยนแปลง และกลยุทธในการบริหารงานองค์กร. ซึ่งการที่องค์กรจะได้รับการพัฒนานั้น ผู้นำและผู้ร่วมองค์กรมีความสำคัญ จึงควรมรการวิเคราะห์ด้วยการนำหลักการและทฤษฎีการบริหารต่างๆเข้ามาช่วยในการพัฒนาองค์กรในยุคไทยแลนด์4.0

ประสงค์ ดวงแก้ว
IP: xxx.168.35.41
เขียนเมื่อ 

การบริหารกลยุทธ์องค์กร  รศ.ดร.สมชาย ภคภาสวิวัฒน์  16 กพ.61

                ได้ข้อคิดในการบริหารแผนกลยุทธ์อยากให้องค์กรสำเร็จ ประเทศชาติเจริญ ต้องวางแผนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงการวิเคราะห์ SWOT ต้องให้มีคุณภาพ หรือลองวิเคราะห์เริ่มต้นจาก TOWSจุดอ่อน มี 2 ประเภท จุดอ่อนที่แก้ไขได้ กับจุดอ่อนที่แก้ไขไม่ได้ทิศทางองค์กรต้องวางจากสั้นไปหายาว วันนี้ทำอะไร พรุ่งนี ปีนี้ 3 ปี 5 ปี ทำอะไร  ปรับแนวคิดให้เจ็ง วางทิศทางให้ตรงโลกจะเข้าสู่ยุค 5 G แล้ว เป็นยุค Computer + telecom เป็นโลกของโลกาภิวัฒน์ช้าไม่ได้แล้ว

                ส่วนภาคบ่ายเป็นการบริหารธุรกิจในAECอ.พูลสวัสดิ์  เผ่าประพัธน์ พูดถึงการทำธุรกิจในปัจจุบันนี้โลกไม่เคยหยุดนิ่ง ต้องมีนวัตกรรม การทำธุรกิจต้องยึกลูกค้าเป็นศูนย์กลางมองความต้องการของลูกค้าและสังคมหรือสร้างนวัตกรรมจากข้อร้องเรียนว่าอยากให้เราทำอะไรให้ ทำสิ่งใหม่เอี่ยมไม่เคยมีมาก่อน หรือปรับปรุงของเดิมให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่าและต้องได้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมเช่นการคิดทำสมอบกกั้นรถชนร้านของ CP All เป็นต้นการเคหะแห่งชาติก็ต้องมีนวัตกรรมของตนเองมาตอบสนองความต้องการหรือการบริการของงลูกค้าให้ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในทุกวันนี้ให้ได้และได้คำแนะนำว่า วิสัยทัศน์ของการเคหะฯก็ควรจะปรับเปลี่ยนให้ชี้ชัดและเชื่อมโยงกันและบอกถึงมีนวัตกรรมอะไรในวิสัยทัศน์ด้วย

นายสมชาย มณีวรรณ
IP: xxx.183.42.28
เขียนเมื่อ 

<hr><p>วันที่ 15 กพ.61</p><p>ภาคเช้าของ อ.จันทิมาฯ ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดจากภายใน (inner) และตั้งใจ โดยวิเคราะห์จากปัจจัยภายนอกของอดีตมาถึงปัจจุบัน และตั้งเป้าหมายกำหนดทิศทางของอนาคตอย่างตั้งใจ เราจะเปลี่ยนอย่างไร Why, How, What, When เพื่อให้มีการพัฒนาขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าประสงค์ โดยมีกรณีศึกษาคือ การย้ายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมีทั้งเชิงรุกเชิงรับ และมีทั้งผู้ได้ผู้เสีย เพราะฉะนั้นในการเปลี่ยนแปลงต้องมี vision ว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไร ผู้นำผู้บริหารต้องเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน มีการวางแผนงานร่วมกัน เข้าใจตรงกัน มีการสื่อสารทุกขั้นตอน มีการให้ความรู้และตัววัดความก้าวหน้า</p><p>ภาคบ่าย (อาจารย์อัท) </p><p>เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน หรือ AEC ได้ข้อคิดในเรื่อง CLMV ที่อยู่ใกล้เคียงข้างกับประเทศเรา ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบกับประเทศและองค์กร มีตัวอย่างเช่น ซีพีและ ปตท. ที่มีการบริหารการเปลี่ยนแผลงที่ดี ส่งผลให้ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายและเติบโตต่อไปได้ และการบริหารการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนต้องมี 10ทำ 10ไม่ การเคหะฯเอง มีทรัพย์สินที่ดินมากมายจะพัฒนาและเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่า ต้องรู้จักเชื่อมโยงและพิจารณา CLMV ในการขยายพื้นที่และต่อยอดสร้างเพิ่มมูลค่า หนือสร้างนวัตกรรม</p>

นายสมชาย มณีวรรณ
IP: xxx.88.77.70
เขียนเมื่อ 

<hr><p>วันที่ 15 กพ.61</p><p>ภาคเช้าของ อ.จันทิมาฯ ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดจากภายใน (inner) และตั้งใจ โดยวิเคราะห์จากปัจจัยภายนอกของอดีตมาถึงปัจจุบัน และตั้งเป้าหมายกำหนดทิศทางของอนาคตอย่างตั้งใจ เราจะเปลี่ยนอย่างไร Why, How, What, When เพื่อให้มีการพัฒนาขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าประสงค์ โดยมีกรณีศึกษาคือ การย้ายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมีทั้งเชิงรุกเชิงรับ และมีทั้งผู้ได้ผู้เสีย เพราะฉะนั้นในการเปลี่ยนแปลงต้องมี vision ว่าเปลี่ยนแล้วได้อะไร ผู้นำผู้บริหารต้องเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน มีการวางแผนงานร่วมกัน เข้าใจตรงกัน มีการสื่อสารทุกขั้นตอน มีการให้ความรู้และตัววัดความก้าวหน้า</p><p>ภาคบ่าย (อาจารย์อัท) </p><p>เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน หรือ AEC ได้ข้อคิดในเรื่อง CLMV ที่อยู่ใกล้เคียงข้างกับประเทศเรา ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่จะกระทบกับประเทศและองค์กร มีตัวอย่างเช่น ซีพีและ ปตท. ที่มีการบริหารการเปลี่ยนแผลงที่ดี ส่งผลให้ประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายและเติบโตต่อไปได้ และการบริหารการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนต้องมี 10ทำ 10ไม่ การเคหะฯเอง มีทรัพย์สินที่ดินมากมายจะพัฒนาและเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่า ต้องรู้จักเชื่อมโยงและพิจารณา CLMV ในการขยายพื้นที่และต่อยอดสร้างเพิ่มมูลค่า หรือสร้างนวัตกรรม</p>

เจษฎา ตรีปิรัตน์
IP: xxx.8.155.214
เขียนเมื่อ 

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561   การบริหารกลยุทธ์องค์กร โดย “รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์.”

การวิเคราะห์อนาคตให้ถูกต้อง  คือหัวใจในการบริหารเนื่องจากโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว  วิเคราะห์โดยมีข้อมูล ต้องวางแผนทิศทาง ระยะสั้น  กลาง ยาว

Key Success Factor การบริหารสู่ความสำเร็จ                                                                                      

  • พัฒนาระบบคิด วิเคราะห์ก่อน ไม่ติดกับเชื่ออะไรง่ายๆ
  • ต้องรู้ตัวเอง  แต่ไม่ติดกับมองแต่มุมตัวเอง
  • อย่าเคยชินกับสิ่งที่เป็นอยู่
  • ไม่ติดกับดักประสบการณ์  คิดใหม่ๆไปสู่อนาคต

การวางแผนกลยุทธ์ เน้นเฉพาะ เรื่องสำคัญ ต้องรู้จักเชื่อมโยง อดีต ปัจจุบัน  อนาคต คิดวิเคราะห์  เปรียบเทียบ ความเป็นไปได้

การบริหารธุรกิจในยุค  ASEAN Economic Community (AEC) โดย “คุณพูลสวัสดิ์  เผ่าประพัธน์”

เปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า  ต้องมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้า ต้องเปลี่ยนความคิดให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นวัตกรรมคือการเปลี่ยนความคิด   

การประเมินผล ต้องดูที่ผลลัพธ์เป็นสำคัญ  การปรับปรุงกระบวนการ ก็ต้องมุ่งเน้นที่ผล

ประทับใจแนวคิด กระบวนหานวัตกรรมใหม่  ด้วยการจัดประกวดแข่งขัน  การต่อยอดจากภูมิปัญญาเดิม แก้ไขปัญหาเดิม ให้ง่าย และสะดวกขึ้นตอบโจทย์บริบทในปัจจุบัน  

นลินี ขำเจริญ
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

 16 ก.พ 61 

การกำหนด Vision ขององค์กร ต้องย่อให้สั้น ๆ เข้สใจง่าย

หัวใจของความสำเร็จ คือคุณภาพของการทำ SWOT ซึ้งต้องมีความสามารถวิเคราะห์อนคต ได้เจ๋ง โดยต้องปรับระบบความคิด ฝึกให้มองอนาคตให้เก่ง

หัวใจของการวิเคราะห์ให้สำเร็จ

1.  MIND SET RETHINKING คือแทนที่จะมองว่าอดีต เกิดอะไรขึ้น ต้องฝึกมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอาคต

2.ต้องมีความรู้เกี่ยวกับตัวเอง ต้องล้มกับดักให้ได้ คือ

2.1 อย่ามองจากมุมตัวเอง

2.2 อย่าเชื่อคนง่าย ๆ

2.3 อย่าเชื่อตามความเคยชิน

2.4 กับดักประสบการณ์ เพราะปัจจุบันสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาจจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต

ยุคDIGITAL จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 4 เรื่องหลัก ๆ คือ

1. E-COMMERCE

2. E-BANKING

3. FINTECH

4. BLOCKCHAIN

แนวคิดในการบริหารองค์กรสู่ความยั่งยืน ต้องมีกระบวนการที่ดีที่สำคัญกับผลลัพธ์ที่สำคัญ โดยต้องมองที่ผลลัพธ์ก่อนว่าต้องการอะไร แล้วทำกระบวนการให้เกิด เอาผลลัพธ์มาดูว่าเราประสบความสำเร็จในเรื่องอะไร

เรื่อง Smart City   ต้องทำร่วมกันหลายหน่วยงานไม่สามารถ ทำเพียงหน่วยงานเดียวได้ เพราะมีหลายเรื่อง ที่จะประกอบเป็น Smart City  คือ

- Public Transportation

- IT Connectivity

- Water

-Power Supply

- Sanitation

- Sold Waste Management

-Urban Mobility

- E- Governance

- Citizen Participation

นายสมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

สรุปการเรียน 16กพ.2561

การบริหารกลยุทธ์องค์กร (1)

โดย รศ.ดร.สมชาย ภคภาสวิวัฒน์

องค์กรหรือคน

1. ต้องมีความสามรถวางแผนได้สอดคล้องกับโลกแห่งการเปลียนแปลง ต้องทันโลก ทันเหตุการณ์  และรู้จักตนเอง รวมๆคือการทำSWOT

2.การวิเคราะห์SWOTต้องมีคุณภาพและเป็นเลิศ ต้องมีความสามารถมาก ไม่ง่ายเหมือนในอดีต

3.การจัดการกับอนาคต โดยการวิเคราะห์ วาง และจัดการแต่ละช่วงแผน( สั้น กลาง ยาว)

3/5/10เป็นต้น

โดยสรุปการจัดการเชิงกลยุทธ์ขององค์กรต้องเริ่มที่การวิเคราะห์SWOTที่มีคุณภาพซึ่งต้องอาศัยความสามารถ(ใคร)และเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จ และนำมากำหนดหรือวางทิศทางขององค์กรคือVision Mission เป้าประสงค์ กลยุทธ์ Action planแลเต้องมีKpi หรือดัชนีตัวชี้วัดกำกับ เช่นการวางทิศทางการเข้าสู่โลกdigital จะต้องทำอย่างไร เมื่อโลกสู่5Gกระทบใครบ้าง และต้องดูหรือให้ความสำคัญStrategic gapช่องว่างเชิงกลยุทธ์คือช่องว่างระหว่างการวางทิศทางไม่ตรงกับความเปลี่ยนแปลง(Change)ซึ่งหัวใจสำคัญที่เป็นปัญหาที่ทำให้บริหารยากมากคือระบบคิดของคนปรับไม่ทัน ดังนั้น Key success factor ในการบริหารสู่ความสำเร็จคือ ต้องพัฒนาระบบคิด mind set คน ในการสามารถวิเคราะห์Swot ที่เป็นเลิศ และมีความสามารถในการมองโดยต้องรู้จักตนเองระวังกับดักความเชื่อและอย่าเคยชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่ควรทำคือการพัฒนาคนในองค์กรให้เป็นStrategic Thinker เพราะทุกวันนี้ โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มากมาย และเราหนีไม่พ้น..

สรุปการเรียนรู้จากอาจารย์ ศ.ดร.สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ช่วงสั้นๆจากการฟังบรรยายแนวคิด ทฤษฏี และประสบการณ์ที่ถ่ายทอด ถือว่าเป็นความรู้ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งครับ..สมบูรณ์ แพรงาม หลักสูตรพัฒนาผู้บริหารฯ กคช.

วลีพรรณ บุญอยู่
IP: xxx.46.196.170
เขียนเมื่อ 

16 กพ.61 การบริหารกลยุทธ์องค์กร ต้องวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ภายนอกให้ถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งกคช.ต้องพัฒนาให้ก้าวไกล ส่วนกรณีศึกษาของบริษัทซีพีฯ มีการนำเสนอนวัตกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้ทราบการพัฒนางานเพื่อความรวดเร็วทันสมัย เราต้องทำงานเป็นทีม หมั่นเรียนรู้ให้ทันโลก

นายสมบูรณ์ แพรงาม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

สรุป การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN Economic Communitiy (AEC): กรณีศึกษาของบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน)

โดย คุณพูลสวัสดิ์ เผ่าประพัธน์

ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม

บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 16กุมภาพันธ์ 2561

แนวคิดในการบริหารองค์กรสู่ความยั่งยืน

ต้องมองที่Business Processes และเริ่มทีChange :Innovation ปัจจัยทีทำให้องค์กรยั่งยืน  คือการพัฒนา คน สินค้า บริการ  เทคโนโลยี่ สิ่งแรกต้องทำ input process output  process คือกระบวนการ การมอง input output สิ่งสำคัญคือคนต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและองค์กรต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ถ้าเป็นองค์กรไม่เรียน  รู้ก็จบ คนSmart ควรมองภาพMacro และเจาะภาพย่อยMicro จะทำให้work smart องค์กรส่วนใหญ่รู้Process

กคช.ควรทำโปรโมท นวัตกรรม tranvation ใกล้ตัว ให้ลูกค้าเป็นcenter มองที่ลูกค้า นวัตกรรมคือเปลี่ยนความคิด 

TQA/SEPA

โอกาสในการปรับปรุงองค์กรตามเกณฑ์ดังกล่าว มี6-7เรื่อง ทำให้ชัดเจนเป็นสีเขียวและผลลัพภ์จะดีเอง

ความสำคัญของVision และพันธกิจองค์กร ต้องเน้นที่Innovation 

โมเดลประเทศไทย4.0จะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม 

การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม 

แนวทางสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่

สรุปการบรรยายที่วิทยากรและตัวอย่างโครงการนวัตกรรมใหม่ๆที่CP ALL ได้ดำเนินการและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เป็นสิ่งทีน่าสนใจและมีประโยชน์อย่างยิ่ง ..สมบูรณ์ แพรงาม

 หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารฯ กคช.

นาย สมชาย มณีวรรณ
IP: xxx.24.34.142
เขียนเมื่อ 

สรุปวันที่ 16 กพ. 61

ภาคเช้า อ.สมชาย

การบริหารกลยุทธ์องค์กร เป็นการวิเคราะห์ SWOT ความสามารถในการวางแผนให้สอดคล้องกับโลกความเปลี่ยนแปลง และสอดคล้องกับตัวเอง ซึ่งปัจจุบันควรเริ่มที่ตัว O และ T คือโอกาสจังหวะและภยันตรายที่จะกระทบ โดยใช้ common senst ในการวิเคราะห์หัวใจสู่ความสำเร็จอยู่ที่คุณภาพของ SWOT หรือ TOWS matrix ปรับระบบความคิด (mindset) มองการไกลให้เก่ง สร้าง mission กำหนดทิศทาง วางกลยุทธ์ (actionplan) ให้สอดคล้องเชื่อมโยง เน้นในเรื่องที่สำคัญเพื่อให้บรรลุ vission และในการที่จะไปให้ถึง vission ต้องมีการวิเคราะห์ Action Plan เป็นช่วง สั้น-กลาง-ยาว ซึ่งระหว่างทางอาจเจอช่องว่างเชิงกลยุทธ์ Strategic Gap คือช่องว่างระหว่างทิศทางไม่ตรงกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมาจากระบบคิดที่ปรับไม่ทัน ซึ่งต้องมีการพัฒนาระบบความคิด Mindset ให้มาก พัฒนาคนในองค์กรให้เป็น Strategic Thinker

ภาคบ่าย อ.พูลสวัสดิ์

การบริหารในยุค AEC ในภาวะโลกมีการเปลี่ยนแปลงมีวิวัฒนาการใหม่ๆ ตลอดเวลา ทำให้ทุกองค์กรต้องมีนวัตกรรม และวิเคราะห์ input procreas output คือ output เปลี่ยนไป มาจากสาเหตุไหนและเพราะอะไร ต้องมอง input และ output  และบริหารจัดการส่วนProcess และทำงานอย่างรู้เหตุรู้ผล เรียกว่า smart เลือกทำในสิ่งที่ควรทำให้องค์กรเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา มองภาพรวมเป็น macro แล้วทำ micro จะทำให้เกิด work smart ไม่ใช่ work hard การสร้างแบรนด์และการทำให้แบรนด์มี value สูง การเคหะฯ ต้องพิจารณาและปรับ mindset ในความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น Grap taxi, traveloka, uber และอื่นๆ ซึ่งอาจจะดูผลลัพธ์ output เพื่อย้อนปรับกระบวนการ process และมองภาพ macro ให้ออก สร้างนวัตกรรมและนำเสนอให้เป็นรูปธรรม เกิดจุดเด่นสร้างความชัดเจนของแบรนด์  และใน AEC หรือ CLMV ควรเป็นเป้าหมายการขยายพรมแดนของการเคหะฯ

โสภิต ถิระพร
IP: xxx.168.4.86
เขียนเมื่อ 

วันที่ 3 ของการอบรม 16 กพ.61

ช่วงเช้า การบริหารกลยุทธ์องค์กร

อ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

  1. หัวใจที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารกลยุทธ์องค์กร คือ คุณภาพของ SWOT  โดยเริ่มจากและ T
  2. การจัดการเชิงกลยุทธ์องค์กร เริ่มจาก swot เพื่อปรับปรุง วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ action plan และวัดผลด้วย kpi
  3. โลกก้าวสู่  SMART CITY & SMART HOME 
  4. การเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคเริ่มจาก   ยุคเกษตรกรรม ->ยุคอุตสาหกรรม-> ยุค digital -> ยุคปฎิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4
  5. GMS แบ่งออกเป็น 3 แนว ได้แก่            1. East - west ( EWEC)                      2. North - South (NSEC)                    3. เศรษฐกิจตอนใต้ (SEC)

    การปฎิวัติอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน มีดังนี้              1. E_Commerce                                  2. E_Banking                                        3. Fintech                                            4. Blockchain                                  ช่วงบ่าย การบริหารธุรกิจในยุค ASEAN Economic Community (AEC)                                                    อ.พลูสวัสดิ์ เผ่าประพัธน์                    

กระบวนการที่สำคัญ มี 5 กระบวนการ

  1. กระบวนการสร้างกำไร เมื่อinput ทางลูกค้า ตลาด เทคโนโลยี่ สภาพแวดล้อม มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเราต้องมีการปรับปรุงกระบวนการทำงานต่างๆ ให้ดีขึ้น 
  2. กระบวนการสร้างความพึงพอใจ ต้องรู้ว่าลูกค้ามีความพึงพอใจหรือไม่พอใจ โดยการสำรวจ ตามช่วงเวลา เมื่อทราบผลสำรวจนำมาปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น
  3. กระบวนการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กร ทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดการยอมรับ ผูกพันกับองค์กร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือตั้งแต่ผู้บริหารถึงผู้ปฎิบัติงานทุกคน
  4. กระบวนการสร้างแบรนด์ ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง นำนวัตกรรมใหม่ๆที่จะตอบสนองความต้องการทีาหลากหลายของลูกค้าภายในงบประมาณ เวลาที่มีอยู่ ลดต้นทุน สร้างผลกำไรมากขึ้น
  5. กระบวนการประเมินผลต้องมีตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ความสำคัญของวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

        - การปรับปรุง วิสัยทัศน์ ก็โดยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดงานใหม่ๆ การที่เคหะๆจะเป็น Smart city ได้ต้องมีการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงาน

แนวคิดเรื่องประเทศไทย 4.0

         - เน้นต้นทุนต่ำ - เน้นการสร้างมูลค่า โดยใช้นวัตกรรม เป็นสิ่งที่การเคหะย้งขาดอยู่

การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม

         - ต้องคิดเรื่องสินค้าที่ลูกค้าต้องการ -> ความสะดวกสบานของลูกค้า -> การทำงานที่มีประสิทธิภาพ => ใช้นวัตกรรม



วิลาวัลย์ โชครุ่งเรือง
IP: xxx.40.186.114
เขียนเมื่อ 

    การบริหารกลยุทธ์องค์กร ได้มีการเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายจากความชาญฉลาดของมนุษย์ที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างเชื่อมเชื่อมโยงกับภากิจขององค์ และความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมองไปในอนาคต มีการวิเคราะห์ วางแผน และการบริหารจัดการที่ดีให้สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรโดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นภารกิจของการเคหะแห่งชาติ

    สำหรับการบริหารในยุค AEC มีการแข่งขันกันมากขึ้น เราต้องพร้อมตลอดเวลาที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ปรับตัวให้ทัน มีเป้าหมายที่ชัดเจนและสร้างสรรค์นวัตกรรมรวมเพื่อจะได้ก้าวทัันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พวงทิพย์ อ่อนชุม
IP: xxx
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 16กพ.2561

คือกระบวนการในการทำแผนกลยุทธ์เพื่อนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรโดยการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว เพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง