๖๕๙. บริหารจัดการงาน"วันเด็ก"..ตัวชี้วัด.."คุณภาพ"โรงเรียน

เช้าวันเด็ก..เริ่มต้นด้วยกิจกรรมวันเด็ก.หน้าเสาธง .ผมทักทายเด็กเป็นภาษาอังกฤษเช่นเคย..แทนที่เด็กจะตะโกนคำขวัญวันเด็กอย่างกึกก้อง..ผมใช้คำถามให้เด็กช่วยกันตอบว่า รู้คิด..คิดแบบไหน.รู้เท่าทันอะไร.. แล้วจะสร้างสรรค์เทคโนโลยี..กันอย่างไร..?

          ผมคิดและพูดเสมอว่า..จะดูความร่วมมือของผู้ปกครอง ดูได้ที่งาน”วันเด็ก” และจะดูความเข้มแข็งของชุมชน..ก็ดูได้ที่งานวันเด็ก..นี่แหละ..ครับ

          ภาพงานวันเด็ก..สะท้อนการทำงานของคณะครูและการบริหารจัดการของผู้บริหารด้วย หลายคนอาจนึกไม่ถึง..เพราะคิดว่าเป็นงานประจำปี ยังไงก็ต้องจัดและจัดให้แล้วเสร็จไป..เน้นสนุกสนานและอิ่มอร่อย..ไม่ได้ติดตามประเมินผล

          งานวันเด็ก..จะยิ่งใหญ่ขนาดไหนไม่สำคัญ จุดประสงค์มิได้จัดเพื่อการเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับใคร แต่จัดตามบริบท โดยให้นักเรียนแสดงออกถึงการเป็นผู้รับและผู้ให้..ซึ่งผมจะสอนนักเรียนของผมอยู่เสมอ..

        การใช้เวทีวันเด็ก..เป็นสื่อการสอน ใช้กิจกรรมในงานเป็นเครื่องมือ..ให้นักเรียนได้เรียนรู้..ให้เกิดสติและปัญญา..ควบคู่กับความสนุกสนาน

        จากประสบการณ์..ทำให้ผมเชื่อว่า มีโรงเรียนขนาดเล็กหลายพันโรง ในชุมชนเล็กๆ..ที่เศรษฐกิจครัวเรือนมีความยากจน..ประสบปัญหาทุกปีเมื่อถึงงาน..วันเด็ก..

        ความสนุกสนานอาจเต็มเปี่ยม แต่อาหารการกินและของขวัญ ตลอดจนของที่ระลึกที่จะตราตรึงเด็ก ให้อยู่ในความทรงจำตลอดไปนั้น..อาจมีไม่มากนัก..

       ในส่วนลึก..ผมมองเป็น..ภาพบวก..ถ้าภายในงานมีอุปสรรคและความขาดแคลน จะช่วยให้บุคลากรผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจชีวิต คิดแก้ปัญหาและเข้าถึงความพอเพียงได้ง่าย

       นี่คือ..จุดเด่นว่าทำไม..เด็กไทยในชนบทจึงเข้าใจปรัชญาของพ่อ..ได้ลึกซึ้งกว่าเด็กในเมืองที่มีความพร้อม..และได้อะไรมาง่ายๆ..และบางครั้งก็มากเกินพอ..จนหัวจิตหัวใจไม่ถูกหล่อหลอมด้วยความอดทน อดกลั้น และการรอคอย..

       ภาพงานวันเด็ก..ปีนี้ ที่โรงเรียนบ้านหนองผือ...ทำให้หวั่นวิตกอยู่เหมือนกัน..สถานการณ์บางอย่าง..อาจบ่มเพาะ..ให้เคยชิน เคยตัวและหลงระเริง..กับแสงสี ความอยากมีอยากได้..ไม่สิ้นสุด

      บรรยากาศในงาน..อบอวลด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพระหว่างครู นักเรียนและผู้ปกครอง..จัดได้ดี มีความเข้มแข็งของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน(ยกเว้นเทศบาล) มากกว่าทุกปีในรอบ ๑๐ ปีที่ผมอยู่ที่นี่..

     องค์กรส่วนท้องถิ่นหรือเทศบาล..จัดเองที่หน้าอำเภอ เชิญชวนให้โรงเรียนไปร่วม..ถ้าผมไป..ผู้ปกครองและนักเรียนส่วนใหญ่..จะลำบากทั้งกายและใจแน่นอน..ผมตัดสินใจถูกแล้ว จึงอยู่ ณ ที่ตั้ง ใกล้ชิดและทำงานร่วมกันกับกรรมการโรงเรียน...

     ไม่รู้สึกอะไรเลย..ที่เทศบาล..องค์กรที่มีหน้าที่ให้อาหารกลางวันและอาหารเสริม(นม)โรงเรียน..ไม่ช่วยเงิน อาหารและขนม..แม้แต่ชิ้นเดียว..

     ปีนี้..ผมเตรียมงานนานมาก..เพราะมีงานพัฒนา”คุณภาพ”หลายด้าน..และมีกิจกรรมต้อนรับคณะผู้มาศึกษาดูงานฯก่อนวันเด็ก(๑๒ มกราคม ๒๕๖๑) จึงประชุมกรรมการและผู้ปกครอง..มอบหมายและขอความร่วมมือแต่เนิ่นๆ..

     จึงแบ่งงานกันเป็นที่เรียบร้อย..ว่าใครทำอะไร?..ทั้งในเรื่องเต็นท์ โต๊ะ และเวทีดนตรี การประสานอาหารข้าวหม้อแกงหม้อ..ที่ไม่ควรซ้ำกัน..ทุกท่านเข้าใจดีว่างานนี้ไม่มีงบประมาณ ต้องทำงานด้วยใจกันจริงๆ

     ในส่วนของครู..ผมมอบหมายให้บันทึก..รายชื่อผู้สนับสนุนการจัดงานรายเล็กรายใหญ่ทุกคน..ครูฝ่ายเกมสันทนาการเตรียมอุปกรณ์และกำหนดการให้พร้อม ฝ่ายทั่วไป..ที่ต้องเดินไปทั่ว..คือผมเอง

     เช้าวันเด็ก..เริ่มต้นด้วยกิจกรรมวันเด็ก.หน้าเสาธง .ผมทักทายเด็กเป็นภาษาอังกฤษเช่นเคย..แทนที่เด็กจะตะโกนคำขวัญวันเด็กอย่างกึกก้อง..ผมใช้คำถามให้เด็กช่วยกันตอบว่า รู้คิด..คิดแบบไหน.รู้เท่าทันอะไร.. แล้วจะสร้างสรรค์เทคโนโลยี..กันอย่างไร..?

    จากนั้น..ก็บอกถึง..การเป็นเด็กดี ที่ต้องรู้แพ้รู้ชนะ มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ช่วยกันรักษาความสะอาด..เหมือนเช่นทุกวันที่ทำมา..การไหว้ขอบคุณ..การเข้าแถวรับของและให้โอกาสน้องๆ ตลอดจน..ช่วยเหลือครูบ้าง..ในการดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครอง..ที่มาร่วมงาน..

    หลายคนอาจคิดว่า”วันเด็ก”อย่าเยอะ..ผมนี่แหละเยอะทุกปี..เข้มงวดและจริงจังกับการฝึกวินัยในสถานการณ์จริง..บูรณาการ..แต่ก็ยืดหยุ่นได้เสมอ..

     ผมต้อนรับ..นำรถผู้ปกครองและผู้มาร่วมงานเข้าจอด..สนามฟุตซอล..เต็มจนล้นออกมาข้างนอก..จัดหาโต๊ะกับข้าวคาวหวาน ในโรงอาหารที่มีไม่เพียงพอ..ต้องหยิบยืมจากห้องเรียน.โชคดีที่ศิษย์เก่ามาช่วยแบ่งเบาในส่วนนี้...

     คุณครูบันทึกข้อมูลได้ ๓๑ ร้านอาหาร..ที่เป็นเจ้าภาพหลักอย่างเป็นทางการ..ผมสังเกตและศึกษาว่ามาจากทางไหน..กันบ้าง....?

     ผู้ปกครองเจ้าเก่ายังเท่าเดิม..ผู้ปกครองรายใหม่จากตลาดที่ย้ายลูกมาเรียน ศรัทธาแรงมาก มากันเกือบทุกคน พร้อมสีสันและอาหารแบบไม่อั้น ส่วนขาจร..มาแบบไม่บอกกล่าว..เพราะลูกเขาเรียนจบไปได้ดีวันนี้ก็เลยมา รวมทั้งครอบครัวของคุณครู อยู่ไกลก็มา..บอกว่าอยากเห็นหน้า ..ผอ. เห็นแต่ในทีวี..

     พี่สุนันต์-กัญญา พืชหงษ์ทอง กับญาติพี่น้องขสมก..เจ้าของรีสอร์ทวังน้ำเขียว..มาเป็นครั้งที่ ๑๐..มาพร้อมของขวัญเด็กทุกคนและมอบเงินกินขนม..เหมือนทุกครั้ง

     ผู้ปกครองสูงอายุ..นั่งอมยิ้ม..ที่เห็นผมยืนแจกขนมปัง..และยกลังขนมมากมาย..ให้กำลังใจผมด้วยคำพูดหวานๆ..”ผอ.เป็นอย่างนี้นี่เอง..โรงเรียนถึงพัฒนา มีนักเรียนย้ายมาไม่ได้ขาด..” ผมยิ้มรับ..ใจหนึ่งก็คิดว่านี่คืองาน..คือหน้าที่..ไม่ต้องมีหัวโขนบ้างก็ได้

     วันเด็ก..มีเสียงวิจารณ์ผ่านสื่อบอกว่า..เด็กไทย..ไม่ได้สาระอะไรกับงานวันเด็ก โดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ..ผมคิดว่ามันอยู่ที่วิธีคิดของโรงเรียน..คิดดีทำดี..ทีละก้าว อย่าเฝ้าแต่ตำหนิกัน..ช่วยกันสร้างสรรค์บ้านเล็กๆในชุมชน..เดี๋ยวมันก็ดีเอง..

      นักเรียนเก็บโต๊ะเก้าอี้..ผู้ปกครองช่วยรื้อเต็นท์และเก็บเวที..ครูแจกขนมและผลไม้ รางวัลใหญ่แจกวันจันทร์..นักเรียนและครูกลับบ้านกันแล้ว..บรรยากาศกลับมาเงียบงันเหมือนเดิม

     ผมนั่งพัก..ทบทวนภาพกิจกรรมที่ผ่านมา..ผมจะขอบคุณผู้ปกครองและชุมชนอย่างไรดี? ตอนนี้สะสางขยะที่นักเรียนทิ้งลงถังก่อนจะดีกว่า แยกเศษอาหารไปให้เป็ดและไก่..สภาพแวดล้อมทั่วไป กลับมาสะอาด เรียบร้อยสดใส..เป็นปัจจุบัน..เสร็จสิ้นการจัดการงานวันเด็กแห่งชาติ.

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๓  มกราคม  ๒๕๖๑



   

     

  

      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก

คำสำคัญ (Tags)#วันเด็กแห่งชาติ#โรงเรียนขนาดเล็ก#โรงเรียนบ้านหนองผือ

หมายเลขบันทึก: 643949, เขียน: 14 Jan 2018 @ 09:59 (), แก้ไข: 14 Jan 2018 @ 19:46 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

พาเด็กโข่งมาเยี่ยมจ้ะ