ทริปใหม่ของเรา...จบลงที่กลางทะเล เกาะหมาก เราปักหมุดที่นั่น มันดีต่อใจและดีกับทุกคน

- เราไปเมื่อต้น Hi season คนเลยยังไม่มาก การจองที่พักและเรือ เราจองผ่านเว็บ I Love Kho Mak ซึ่งมีทั้งจองทริปดำน้ำ และข้อมูลไกด์อื่นๆ ที่ทำให้รู้จักเกาะหมากมากขึ้น เราปักหมุดที่พักกันที่ Kohmak Cococape ที่ได้รับการขนานนามว่าที่พักสวย บริการดี


- ตื่นแต่เช้าขับรถไปกันเอง เริ่มทะเลาะกันว่าจะเอาคันไหนไป ถ้าเอาคันใหม่ไปต้องจอดทิ้งไว้ก็ห่วงรถ ถ้าเอาคันเก่าไปไม่มีประกันชั้นหนึ่ง ตอนเป็นเด็กไม่เห็นเคยคิดเลย ตกลงกันได้ว่าขับทางไกลต้องเอารถที่มีประกันชั้น 1 ไป เกิดอะไรขึ้นจะได้มีตัวเฉลี่ยความเสี่ยง นี่งัยสิ่งที่เปลี่ยนไปจากตอนเป็นวัยรุ่น คิดเย๊อะ


- เนื่องจากนัดเรือเที่ยวสุดท้ายของเรือปาหนันไว้ตอน 15.00 น. เราถึงไม่ได้แวะโอ้เอ้ที่ไหน แวะแค่กินข้าวกับกาแฟเท่านั้น แต่ทีมชอบห้องน้ำของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น สะอาดมาก ของกินอร่อย

- ถึงตราดตอนบ่าย 2 แวะหาเพื่อนแพนที่ ททท. แป๊บ เสียดายไม่ได้เจอกัน ใช้เวลาเล็กน้อยเก็บภาพแถวๆ ประภาคาร แหลมงอบ กับวิวสุดเขตแดนตะวันออกของประเทศไทย บริเวณนี้ถ้าเป็นตอนเช้าๆ กับเย็นๆ น่าจะบรรยากาศดีกว่าตอนบ่ายที่แดดแจ๋

ถ่ายรูปไม่ได้เยอะหรอกค่ะ แดดแรงมาก ก็ธรรมดาอยากเห็นทะเลสวยก็ต้องเจอกับแดด เป็นของคู่กัน ครีมกันแดดได้ทำงานหนักกันก็ตอนนี้

- ซอยข้างๆ ททท.และฝั่งตรงข้าม มีร้านอาหารทะเลหลายร้าน การกินอาหารทะเลมื้อใหญ่เป็น 1 กิจกรรมที่เรากำหนดไว้ในทริป แต่วันกลับเราไปกินอาหารทะเลนอกเมืองใกล้ๆหาดทรายดำ เราประกาศว่า อาหารทะเลเราอยากได้รสชาติแบบบ้านๆ
- ภาพด้านบน ร้านที่ติดน้ำเป็นร้านขายอาหารทะเลทั้งนั้น ที่ ททท. จ.ตราด เราได้ข้อมูลและแผนที่มาเยอะเลย ห้องน้ำสะอาด

- ถึงท่าเรือก่อนเวลานิดหน่อยก็นั่งดูผู้คน วิถีชีวิตรอเวลาเรือออก

เราไม่ได้ถามราคาเรือเมล์ เพราะในข้อมูลก็มีแต่ราคา Speed boat ขนาดเรือเร็วก็ปาไปชม. ถ้าเรือประเภทอื่นไม่ต้องถามถึง คงใช้เวลานานนนนน

- ที่ท่าเรือมีบริการฝากรถ พร้อมมอเตอร์ไซค์รับส่งระหว่างท่าเรือกับที่ฝากรถ ส่งคนกับของไว้ที่ท่าเรือกัน เดี๋ยวคนที่ท่าจะแจ้งเราทุกอย่างเอง เรือเร็วใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จุดที่ประทับใจคือ มี จนท.รัฐมาตรวจสอบความปลอดภัยทั้งขาไปและกลับ ให้สวมชูชีพทุกคน ...การันตีการท่องเที่ยวไทยได้มาตรฐานโลก
- เมื่อเรือเทียบท่าที่อ่าวสวนใหญ่ในเวลา 4 โมงเย็น ฉันภาวนาให้เกาะยังมีแสง และคำภาวนาของฉันก็เป็นจริงทำให้เราต้องร้องว๊าววววว นี่แหล่ะที่เราถวิลหา เคยเห็นแต่ในหนัง ในทีวี มันเกาะในจินตนาการชัดๆ
- น้ำทะเลใสหาดทรายขาว สะพานเทียบเรือทอดยาวจากกลางทะเลสู่ฝั่ง แต่เราอยู่ที่สะพานไม่นาน เพราะ พนง.ของโรงแรมมาแสดงตัวต้อนรับพร้อมขนกระเป๋าเราไปรอที่รถสองแถว นำส่งโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปอีก 1.5 กม. อ้าวที่เห็นติดท่าเรือนี่ไม่ใช่ที่พักของฉันเหรอ

- เกาะหมากโคโค่เคป ห่างจากหน้าหาดเกาะสวนใหญ่ประมาณ 1.5 กม. เป็นที่พักที่ไม่มีหาด แต่มีท่าให้ลงเล่นน้ำได้สบายใจ ทั้งท่าติดฝั่ง และท่าลงจากบาร์น้ำ จุดเด่นของที่พักที่นี่คือ วิวดี เงียบสงบ มีสะพานไม้ยื่นไปในน้ำและมีบาร์น้ำให้พักผ่อนเหมาะทั้งเวลากลางวันและกลางคืน น่าแปลกช่วงที่เราไปน้ำลงกลางคืน และขึ้นกลางวัน เล่นน้ำแบบเย็นใจนี่เลยต้องเล่นตอนเย็น 6 โมงเย็นอะไรงี้
- มีทริปข้ามไปเกาะขามที่อยู่ตรงกันข้าม (ค่าทริปประมาณ 400 บาท มั้งท่าจำไม่ผิด) หาดทรายขาวละเอียดยาวเป็นกิโล มีคายัค มีบอร์ดให้เล่น พร้อมชูชีพ ติดต่อซื้อทริปที่เคาน์เตอร์โรงแรม

- เชคอินแล้ว เพื่อนร่วมทีมทำอะไรอยู่ฉันไม่ทราบ แต่ฉันของเดินสำรวจพื้นที่ ตื่นเต้นกับบาร์เครื่องดื่มกลางน้ำ ที่มีสะพานไม้ทอดยาวเชื่อมจากที่พักไปในทะเล มีเก้าอี้ไม้หลากสไตล์ทั้งนั่งและนอน ที่กลางวันชาวต่างชาตินิยมมานอนอาบแดด เล่นน้ำ แล้วกลางคืนคนนอนดึกก็จะมานอนดูดาว พร้อมดื่มเพื่อสังสันท์
- เย็นวันแรกฉันได้แค่ดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า และทั้ง 2 คืนฉันและทีมก็ใช้บริการดูดาวแบบหาดูในเมืองใหญ่ไม่ได้แล้ว


- เรากินอยู่ไม่ยาก ส่วนใหญ่เน้นกินอาหารที่ร้านอาหารของรีสอร์ท เน้นการพักผ่อน ค่อนข้างกลัวแดด น้ำใสมว๊ากกก และแดดก็แรงมว๊ากกก เช่นกัน


- บางคนนวด บางคนยังต้องควักคอมพ์มาทำงานอยู่ การนอนเล่นเป็นสิ่งที่ทุกคนทำ
- 10 โมงหลังจากเล่นน้ำรอบเช้า นอนเล่นสักหน่อย ฉันก็เช่ามอไซค์ไปหาเลาะเล่น ให้เพื่อนทั้ง 2 ทำกิจกรรมส่วนตัว
- แม้ว่าเพื่อนทั้ง 2 จะบอกให้รอ...แต่ฉันงกค่ามอไซค์ ฉันไปรอบเช้า บ่ายกลับมาพัก แล้วให้ทั้ง 2 สาว ใช้รถต่อในภาคบ่าย ประหยัดดีไหมหล่ะ
- ขับแป๊บเดียวก็ถึงพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก (ทุกรีสอร์ทจะมีแผนที่ให้นะคะ ขอได้เลย) ต่อจากนั้นเป็นท่าเรืออีกท่าที่เหมาะสำหรับการไปถ่ายรูป แต่แดดจ้าทำเอาฉันไม่สู้

- บรรยากาศที่พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใกล้ๆเป็นร้านอาหาร



- บนเกาะหมากมีร้านกาแฟ ร้านสอนทำอาหารไทย ร้านอาหารริมหาดสวยๆ หาดงาม ท่าเรือ ที่ทุกหาดทุกรีสอร์ทเปิดรับนักท่องเที่ยวทุกคน แม้ว่าจะไม่ได้พัก ณ ที่แห่งนั้นก็ตาม ระหว่างทางฉันแวะไปหลายที่มาก จนจำชื่อสับสน


- มากมายบรรยากาศชวนให้ถ่ายรูป นั่งเล่น จะนวด ทานอาหาร จิบเครื่องดื่มระหว่างมื้อบ่าย ทุกรีสอร์ทยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านค่ะ


- ใครชอบปาร์ตี้ ซึ่งมักจะมีในเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถามพนักงานต้อนรับเลยค่ะ เค้าจะเปิดหาดเปิดบาร์สลับกันไป จะมีข่าวบอกว่าเย็นของวันมีการจัดงานที่ไหน

- โรงเรียนสอนทำอาหารไทย ไม่ได้แวะเข้าไปถามราคาค่าเรียน ...แบบว่า ฉันทำอาหารเก่งอยู่แล้ว 55+

- แว๊นส์มอไซค์ไม่ต้องกลัว เนินไม่สูง และถนนวนตัดกันเป็นวงกลม แต่ควรหาเพื่อนไปด้วย ป่ายางพาราทั้งนั้น...ผู้หญิงคนเดียวอย่างฉันแว๊นส์มอไซด์อาจจะดูเปลี่ยวไปนิด ตรูทำไมกล้า

- การเล่นน้ำเป็นกิจกรรมหลัก เล่นน้ำทะเลกันทั้งเช้าและเย็น ทั้งในทะเลและสระว่ายน้ำที่เป็นแบบพานอราม่า


- ปีนี้ฉันต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ว่าย 2 สโตรกในสระน้ำ เล่นเอาอ้วกลม ยืนเล่นน้ำในทะเล แบบยืนเท้าถึงพื้นนี่หล่ะ ไหวตามแรงน้ำพัด พยายามพยุงตัวจนเหนื่อย...555+ นี่เหรอคือสังขาร

- ฉันหยิบหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านติดกระเป๋าไป เผื่อได้ควักขึ้นมาอ่านระหว่างการไปหากินกาแฟตามรีสอร์ทต่างๆ
- ค่ำมาก็นอนดูดาว ดริ้งค์เพื่อสุขภาพ พนง.ที่บาร์น้ำน่ารักมาก บริการเป็นกันเอง ให้ความสำคัญกับลูกค้า เรามีเป่าเค้กอวยพรวันเกิดให้กันด้วย เราได้กินซาซิมิปลาและปลาหมึกสดๆ จากฝีมือการตกของ พนง.บาร์น้ำในค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้า


- เรามีเวลานั่งเฝ้าพระอาทิตย์ขึ้น ดูพระอาทิตย์ตก ดูพระจันทร์ค้างฟ้า แบบไม่ต้องกังวลกับสิ่งใด


- ที่สำคัญคือการได้อยู่กับตัวเอง ปล่อยความคิดล่องลอย ที่บางทีคลื่นก็พัดมันไปนอกฝั่งหรือพัดมันเข้ามา คลื่นความคิดกระทบไปมาจนได้เรียบเรียงความคิดก่อนที่เราจะขึ้นปีใหม่
- ในบางเวลาเราสามคนไม่เล่นด้วยกัน หลายชั่วโมงต่อวันที่ได้อยู่กับตัวเอง มันทำให้เรารู้ว่าชีวิตเราคิดถึงใครบ้าง

- ในเวลาจำกัดได้รู้จักตัวเองจริตของเราเหมาะกับกิจกรรมอะไร นั่นหมายความเราทำสิ่่งนั้นมากที่สุดใน 1 วัน เช่น ฟังเพลงมาก เชคโซเซียลอ่านหนังสือ หรือไม่ทำอะไรเลย ปล่อยลมหายใจได้สัมผัส sea breeze โดยไม่มีสิ่งใดรบกวน

- เช้าตรู่ทั้ง 2 วัน ฉันไม่งอแงที่จะรีบตื่นแต่เช้าไปเฝ้าพระอาทิตย์ขึ้น ชงกาแฟ 3 in 1 ที่ทางที่พักจัดให้ หอบไปกินที่บาร์กลางน้ำ น้ำทะเลใสมาก ปลาเล็กปลาน้อยเป็นร้อยๆ พันๆ ว่ายเล่นในทะเล เล่นเอาเพลินทีเดียว ปลาหมึกตัวใสๆก็แวะเวียนมาทักทายพอให้เห็นหน้าบ้าง

- กาแฟร้อนแก้วนึงกับการนั่งเฝ้าพระอาทิตย์แสงอุ่น ทำเอาฉันฟินนนน
- เวลาเงียบๆคนเดียว ทำเอาฉันอยากทำสมาธิ สงบกับบรรยากาศรอบตัว เสียงคลื่นเบาๆ เพลงจากมือถือ และ Movement ของพระอาทิตย์ ที่ยิ่งสูงแสงแดดยิ่งแรง

- คนเกาะหมากน่ารัก ฉันรู้สึกถึงความปลอดภัย มีน้ำใจให้คำแนะนำทุกสิ่งอย่าง ฉันแอบหวั่นๆตอนฉันแว๊นส์มอไซค์ไปเที่ยวคนเดียว ทั้งเลียบหาดและขับผ่านสวนยางที่เงียบสงบ หวั่นใจเพราะดันใส่สร้อยทอง!!!พร้อมกับสวมเสื้อคอกว้าง....คนฉลาดที่ไหนเค้าทำกัน

- มื้อเที่ยงของวันที่แว๊นส์มอไซค์เที่ยว ฉันฝากท้องไว้กับร้านเกาะหมากซีฟู้ดที่อยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนบุคคลขนาดเล็ก แต่ให้รู้ความเป็นมาของคนเกาะหมาก มีเวลาก็น่าแวะ

- ราคาอาหารจานเดียวก็ไม่แพง เช่น ข้าวผัดสับปะรด มีเม็ดมะม่วงกะกุ้งด้วย 70 บาท ค่าครองชีพค่อนข้างโอเคร ฉันว่าถูกกว่าเกาะเสม็ด ร้านอาหารตามสั่งแบบไม่ติดหาด ติดทะเลราคายิ่งถูก (ข้าวกระเพราหมูกรอบ+ไข่ดาว/กระเพราะทะเล น้ำเปล่า 1 เครื่องดื่มกระป่อง 1 ราคา 180 บาท)

- วันที่ 3 ถึงเวลาเชคเอ้าท์ พนง.ก็มารับกระเป๋า พร้อมเอารถมาส่งที่ท่าหน้าเกาะสวนใหญ่
- เรารู้สึกว่าเวลา 3 วัน 2 คืนที่เกาะหมากวันน้อยจัง อยากพักเงียบๆ สัก 1 สัปดาห์ แต่ทำยังงัยได้กินเงินเดือนหลวงนี่นา

- บริเวณท่าเรืออ่าวสวนใหญ่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเช่่าอุปกรณ์ดำน้ำ บาร์เบียร์ มากมาย นึกถึงบ่ายๆ ของวันที่เช่ามอไซด์มากิินกาแฟที่ Pineapple Cafe ร้านน่านั่งทั้งนั้นเลย มองเห็นหาดทรายขาว ยาวหลายกิโล แต่อาจจะเป็นปัญหาสำหรับคนแพ้กลิ่นบุหรี่ในบางแห่ง ที่อิสระชนนิยมปล่อยอารมณ์ไปกับควันปลายมวน

- จบทริป เรือเร็วส่งเรากลับที่ฝั่งแหลมงอบ เมื่อกลับมาถึงที่ทำงานเพื่อนๆร่วมงาน ต่างชมว่าสถานที่สวยงามมากแบบว่าเห็นจากเฟสบุ๊ค ฉันบอกว่าฉันฟินนนนนะ แต่พอมาถึงเห็นบรรยากาศของการทำงานความฟินแห่งเกาะหมากที่ฉันซึบซับทุกสิ่งอย่างดันไม่เข้าเส้นเลือด ตกลงฉันป่วย หรือองค์กรป่วยนะ
- แม้การท่องเที่ยวในวัยนี้ไม่จี๊ดจ้าดเหมือนเดิม แต่เกาะหมากก็เป็นทริปที่ฉันประทับใจ อย่างน้อย 3 วัน 2 คืน มันก็ทำให้ฉันมีความสุข แค่รู้สึกว่า มันน้อยไปหน่อย คงต้องไปใหม่ ทริปเกาะนี้คงต้อง 5 วัน 4 คืน เพิ่มโดสการพักผ่อนเพื่อให้มีแรงใช้ชีวิตในการทำงานต่อไป

- ทริปนี้สิ่งที่ชาร์จแบตให้ฉันคือสถานที่และบรรยากาศ ทริปครั้งหน้าฉันยังอยากได้ความเร้าใจจากผู้คนและการผจญภัย…
- ทริปนี้ได้พูดคุยกับเจ้าโคโค่ หมาขี้เกียจ ที่ชอบนอนนิ่ง (มันชื่อเดียวกับรีสอร์ท หรือมันเป็นเจ้าของ?) ซึ่งความขี้เกียจของมัน…มันก็ไม่พูดกับฉัน คงเป็นวันพักผ่อนของมัน

ฉันได้เรียนรู้ การให้เวลาตัวเอง การพักผ่อนแบบหนีออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ซึ่งมริปของฉันหลายครั้งฉันก็จัดเป็น Lonely Planet แต่การมีเพื่อนเที่ยวมันก็มีดีหลายอย่างนะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่บรรยากาศเดิมๆ
ขอบคุณ นางแบบ : น้องแอ้ พี่ปู และเจ้าโคโค่ และภาพจากกล้องน้องแอ้ /เพื่อนแพน ที่ฝากของและทำให้ฉันมีคนรู้จักได้ฝากของ...เมืองตราดไม่ธรรมดา
------------------------
Footnote
ค่าน้ำมันขอนแก่น-ตราด เที่ยวรอบเมืองตราด-เที่ยวจันทบุรี 2,000 บาท
ค่าเรือ Speed boat แหลมงอบ-เกาะหมาก คนละ 450/เที่ยว
ค่าเช่ามอไซค์ 300 บาท/วัน (ครึ่งวันต่อรองได้ 200 บาท)
ค่าฝากรถยนต์ที่ฝั่ง วันละ 50 บาท
ร้านอาหารตามรีสอร์ทต่างๆ ส่วนใหญ่มักจะพักครัวเวลา 14.00-16.00 น. หากตะเวนกินดูช่วงเวลาด้วยนะคะ
ท่าเรือเกาะหมากก็เป็นโลเคชั่นที่ต้องเชคอิน แต่อิป้าร้อน เลยได้แต่นั่งดูจากร้านอาหารเท่านั้น

เที่ยวไหนไม่สำคัญ.
สำคัญที่ว่าไปเที่ยวกับใคร
# ความรักก็เช่นกัน