เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 8 - 12 มกราคม 2561

13  มกราคม  2561

เรียน  ผู้บริหาร  เพื่อนครูและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2561 เช้านี้มีแขกจากแดนไกล เป็น ผอ . เขต ที่เคยอยู่ในภาคใต้ ปัจจุบันมาปฏิบัติงานในจังหวัดต่าง ทั้งภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือ เหตุที่มาหาเพื่อขอกำลังใจหรือชาร์จแบตเตอรี่จาก ผอ . เขต รุ่นพี่และรุ่นแรกอย่างผมที่เหลืออยู่น้อยนิด ก็แนะนำให้ตั้งสติและคิดว่าทุกตารางนิ้วบนขวานทองเราสามารถทำงานได้ทุกที่ เที่ยงพาไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอิ่มปลาเผา  บ่าย มีประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองร่างระเบียบ ชพค / ชพส ที่สำนักงาน สกสค กรุงเทพฯ เคยเป็นคณะทำงานยกร่างสมัยเป็นกรรมการ ชพค . สมัยพินิจศักดิ์ 1 จึงหลงลืมไปมากแล้ว เลยต้องฟังเจ้าหน้าที่ชี้แจงก่อนจึงจะมีความเห็น คณะอนุกรรมการมีผู้ตรวจฯ อรรถพล ตรึกตรอง เป็นประธานกรรมการ เวลา 16:00 . เลิกประชุม นัดใหม่วันที่ 11 มกราคม 2561 เวลา 09:00 .

 วันอังคารที่  9 มกราคม 2561 เช้าทำงานที่เขต มีผู้มาอวยพร 2-3 คณะ มอบคุณสมศักดิ์  คชฤทธิ์ ไปอวยพรวันครบรอบการก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชน และสวัสดีปีใหม่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพราะพึ่งพาอาศัยในการประชาสัมพันธ์กันมานาน  บ่ายประชุม กศจ. ที่โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม เอาของฝากเล็ก น้อย ไปสวัสดีปีใหม่กรรมการครบทุกท่าน วาระวันนี้เป็นเรื่องวิทยฐานะและเรื่องย้ายครูของ สพม.3 เขาก็เสนอกำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่างเพื่อรับย้ายและใช้บรรจุผู้สอบขึ้นบัญชีไว้  ของ สพป.นนทบุรี 1 และ 2 ไม่มีในวาระ ทางศึกษาธิการจังหวัดก็ถามว่าจะเข้าเมื่อไหร่  ผมก็เป็นงงไม่ตอบอะไรเพราะไม่อยู่ในวาระ ขืนตอบไปกลัวผิดพลาดคลาดเคลื่อน สื่อสารกลับไปที่เจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคล เขาบอกว่า สพฐ.เลิกระบบกำหนดสัดส่วนแล้ว กลายเป็นเราทันสมัยหลังจากที่นั่งเหมือนแมวป่วยมาสักครู่  การประชุม กศจ.ต้องระมัดระวังพอสมควรเพราะจะมีคำถามนอกวาระให้เราต้องงงอยู่บ่อย พักหลังผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือมากนักเพราะไม่ได้รับผิดชอบในคำสั่งทางปกครองที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล จะอ่านบ้างเพื่อทบทวน หรือมีคนขอคำปรึกษา วันนี้เลิกประชุม 15:00 . มีคนส่งข่าวว่าพรุ่งนี้ผู้ปกครองโรงเรียนแห่งหนึ่งจะเดินขบวนมาทวงสัญญาขับไล่ ผอ.รร. ก่อนปีใหม่เคยมาหาผมครั้งหนึ่งแล้ว รับปากว่าหลังกรรมการสืบข้อเท็จจริงรายงานจะพิจารณา และบอกให้ ผอ.รร.ทำความเข้าใจกับชุมชน เห็นเงียบไปคิดว่าเข้าใจกันแล้ว เมื่อจะมาก็มา ตามรายงานบอกว่าจะเดินหน้าไปศาลากลางจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการ โดยจะเชิญนักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และทีวี นอนไม่ค่อยหลับเพราะคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่จะไม่ให้ลุกลามเสียชื่อเสียงจังหวัด สพฐ.และกระทรวงศึกษาธิการ ฝนเทลงมาทั้งคืนก็คิดว่าเทวดาคงช่วย 

วันพุธที่ 10 มหราคม 2561 วันนี้นัดประชุม ผอ.รร. ไว้ แต่ฝนก็ตกไม่ยอมหยุด พอลงรถก็เจอมวลชนมาถือป้ายรออยู่แล้ว ค่อย ทยอยเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ชักชวนให้ขึ้นไปห้องประชุมชั้น 2 เลี้ยงน้ำชากาแฟตามธรรมเนียม ดูเขาก็มีไมตรี และไว้ใจผม ให้เขานั่งกันเขียนถึงเหตุและผลที่ไม่ต้องการ ผอ.รร. ระหว่างนั้นให้ รอง พีรากร บุนนาค ประชุม ผอ.รร.ประจำเดือนมากราคม 2561 ไปก่อน ผมกลับมาที่ห้องทำงาน เชิญ ผอ.รร.คู่กรณีมาแจ้งให้ทราบว่า คงจะปล่อยให้เกิดความไม่สงบวุ่นวายไปมากกว่านี้คงไม่ได้แล้ว เพราะจะเสียหายต่อโรงเรียน และราชการโดยรวม ดูท่าทีเขายังแข็งกร้าวพร้อมยืนยันว่าไม่ผิดอะไร ผมก็อธิบายว่าเรื่องผิดถูกไว้พิสูจน์กันแต่ถ้าได้ข้อสรุปว่าการคงให้ท่าน ผอ. ทำงานที่โรงเรียนนี้ต่อไปเรื่องจะลุกลามต่อไป ผมจะต้องตัดสินใจ เขาบอกว่าจะดำเนินการทางคดีกับทุกฝ่าย ผมก็บอกว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะดำเนินการตามที่กฎหมายให้สิทธิไว้ แจ้งให้ทราบแค่นี้เพื่อเตรียมกายเตรียมใจ เข้าไปประชุม ผอ.รร.พอเป็นพิธี เพราะไม่มีสมาธิพอจะมาพูดถึงเรื่องไกลตัวในเวลาที่มีดมาจ่อรอหอยอยู่   เข้าห้องประชุมฟังผู้ปกครองผลัดกันเล่าข้อมูลต่าง จนครบถ้วนกระบวนความ แต่เพื่อความรอบคอบจึงทำหนังสือเชิญครูโรงเรียนนี้มาประมาณ 10 คน เพื่อฟังข้อมูลจากครูบ้าง สรุปแล้วไปแนวทางเดียวกับที่ได้จากผู้ปกครอง แต่มีรายละเอียดลีกกว่า เที่ยงเลี้ยงข้าวกล่อง บ่ายได้ข้อมูลที่เพียงพอขอให้กลับไปฟังข่าวที่บ้านและโรงเรียน  ตัดสินใจออกหนังสือสั่งให้ ผอ.รร.มาทำงานที่เขตชั่วคราวจนกว่าผมจะคิดทำอะไรได้ดีกว่านี้ นิติกรเขาคงเป็นห่วงมาถามว่าผมติดสินใจดีแล้วหรือ ก็บอกเขาว่าเป็นทางเลือกเดียวที่ต้องทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่วนตัวบทกฎหมายคิดว่าไม่ขัดในฐานะผู้บังคับบัญชามีอำนาจทั้งการทำการแก้ไขให้ถูกกฎหมายและดุลพินิจ  รู้สึกว่าโรคเครียดจนเป็นกรดไหลย้อนจะมาเยือนอีกแล้ว  แต่ก็ต้องอดทน มี ผอ.รร. อีกท่านหนึ่งมาพบเล่าเรื่องเทศบาลจะมายึดที่โรงเรียนแบบข่มขู่ แนะนำให้รายงานมาเขต เพราะอำนาจเรื่องที่ราชพัสดุอยู่ที่เขตจะไปต่อกร ทำไมให้เปลืองตัว ฟังแล้วคงแค่อยากเล่าให้ฟัง บ่ายไปรับรถที่ซ่อมสีไว้ที่โตโยต้า นนทบุรี เขาทำได้เรียนร้อยดี ใช้เวลาแค่ 7 วัน ขากลับบ้านแวะซื้อยาเครือบกระเพาะไปกินเพราะอาการเครียดโจมตี กลางคืนก็คิดหาช่องทางแก้ปัญหาทั้งผู้ปกครอง และตัว ผอ.เอง  

วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 เช้ายกเลิกการเดินทางไปประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองระเบียบ ชพค./ชพส. ที่ สกสค. เพราะปัญหาสุขภาพและรถติด รถติดมาก จะเพิ่มความเครียดมากขึ้น ได้อ่านบทความพบความจริงว่าสาเหตุที่เราเครียดมากขึ้นเพราะก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์จากเครื่องยนต์แทรกเข้ามาในห้องโดยสาร  เดินและนั่งคุยกับกลุ่มงานอำนวยการ เลื่อนไปการเงินและสินทรัพย์ จบที่กลุ่มบริหารงานบุคคล มีผู้บริหาร รร มาปรึกษาเรื่องงบประมาณ แนะนำไปตามที่ควรจะเป็น  จากนั้นตั้งใจว่าวันนี้จะปรับระบบเสียงของคาราโอเกะในห้องสโมสรให้ดีเหมือนเดิม  เพราะสังเกตเมื่อจัดงานปีใหม่ คุณภาพเสียงแย่มาก ได้เจ้าหน้าที่สองคนที่มีความรู้เรื่องนี้มาช่วย อุปกรณ์มีครบแล้วเพียงแต่ต่อไม่ครบถ้วน วันนี้เอาใหม่ใช้ตัว sound canvas มาเชื่อมด้วย ปรากฏว่าเสียงดีขึ้น เที่ยงหลังแวะทานข้าวแกงเมืองลุงที่ครัวสะตอ ปั้มบางจาก ถนนติวานนท์  ไปซื้อสายสัญญานเสียงที่ Home Work รัตนาธิเบศร์ มาเชื่อมต่ออุปกรณ์เพราะของเดิมใช้ของคุณภาพต่ำเกินไป บ่ายดูเขา Test เสียงไปด้วย ทำงานแฟ้มเอกสารไปด้วย สรุปดีดังเดิม  เจ้าหน้าที่รายงานว่า ผอ.รร.มารายงานตัวแล้ว แต่ที่โรงเรียนผู้ปกครองมาอยู่กันเต็มโดยไม่มีเหตุการณ์อะไร อาจจะมารับลูกกันหรือมาปรึกษาเรื่องการจัดงานวันเด็กก็ได้ ครูก็ไม่ได้รายงานอะไรเข้ามา จึงไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ 

 

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2561 เกือบทุกโรงเรียนจัดงานวันเด็กล่วงหน้าในวันนี้ พรุ่งนี้เป็นวันเด็กจริงจะให้โอกาสเด็กได้ไปร่วมกิจกรรมหน่วยงานอื่นอย่างอิสระตามความสนใจ ไม่ได้ออกไปเยี่ยมเพราะไม่ได้ตั้งงบประมาณสำหรับซื้อของขวัญของแจกเด็กไว้ งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ เขาโยกไปให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ดำเนินการ เข้าถึงเขต ผอ.รร. มารายงานตัว ให้กำลังใจในการที่จะเริ่มใหม่ การเป็นผู้บริหารภาครัฐ เราไม่สามารถจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ แม้เราจะมีเหตุและผลหนักแน่น หากประชาชนและเพื่อนร่วมงานไม่ร่วมมือ เมื่อเจออุปสรรคเราต้องแยกมิตรแยกศัตรูให้ออก ว่าใครหวังดีใครหวังร้ายและที่สำคัญต้องแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด ดูแล้วเขาก็สบายใจขึ้นมาก พร้อมจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางที่เป็นไปได้ เที่ยงลงไปทานข้าวที่ห้องสโมสร บ่ายขึ้นมาทำงานแฟ้มเอกสาร สภาการศึกษาโทร.มาทวงคนเข้าสัมมนา ปรากฎว่าหนังสือถึงเขตแต่ไม่ถึงผม ต้องแก้ปัญหาส่งไปร่วมพรุ่งนี้ ผอ.เขตจาก สพป.ลำพูน เขต 1 โทร.หารือเรื่องครูตีเณร จะดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสม ก็แนะนำขั้นตอนตามกฎหมายกำหนดไว้ เพราะประเด็นก่อนหน้าจะมีเรื่องนี้ก็มีเหมือนกันจึงรวบหัวรวบหางเป็นวาระเดียวกันเสียเลย  

         อ่านนิทานสอนใจเลยเอามาฝากผู้อ่านครับ นิทานสอนใจ : ผู้นำคนใหม่ 

        ระวี และ วิกรม อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เล็ก เมื่อทั้งสองอายุได้ 5 ปี ผู้นำหมู่บ้านก็นำเงินที่รวบรวมได้จากชาวบ้าน มอบให้แก่เด็กหนุ่มทั้งสอง เพื่อเป็นทุนในการเดินทางไปศึกษาวิชาต่างๆ ต่อยังเมืองหลวง        

       ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าทั้งสองเหมาะที่จะได้รับทุนนี้มากที่สุด จงไปค้นหาสำนักอาจารย์ชั้นยอดในเมืองหลวง แล้วศึกษาวิชาความรู้เหล่านั้นอย่างพากเพียร กระทั่งในปีที่พวกเจ้ามีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ขอให้เดินทางกลับมายังหมู่บ้านของเรา เพื่อให้ชาวบ้านเลือกว่า ใครสมควรที่จะได้รับตำแหน่งผู้นำหมู่บ้าน เพื่อดูแลพวกเขาต่อจากข้า       

       ระวี และ วิกรม ดีใจอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้ไปศึกษาต่อ เขาสัญญาแก่ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคน ว่า จะเข้าเรียนในสำนักอาจารย์ที่ดีที่สุด เพื่อนำความรู้นั้นมาพัฒนาหมู่บ้านให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป       

       เมื่อไปถึงเมืองหลวง ระวี และ วิกรม ได้เลือกเรียนในสำนักของอาจารย์ที่แตกต่างกัน ระวี เห็นว่า หมู่บ้านคงไม่มีความสุขหากผู้นำไร้คุณธรรมในการปกครอง ดังนั้น ระวี จึงเลือกเข้าศึกษาในสำนักของอาจารย์ที่เน้นการสอนเรื่องคุณธรรมและปรัชญาแห่งความเป็นมนุษย์มากกว่าความเก่งกาจทางด้านวิชาการ ส่วน วิกรม นั้น มีความคิดเห็นต่างไปจากระวีโดยสิ้นเชิง วิกรมคิดว่า ตัวเขาต้องมุ่งศึกษาศาสตร์ความรู้ต่างๆ ให้มาก จะได้รู้มากกว่า เก่งกว่า และอยู่เหนือกว่าผู้อื่น ซึ่งน่าจะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำ ดังนั้น วิกรม จึงเข้าศึกษาในสำนักของอาจารย์ที่เน้นการศึกษาศาสตร์ต่างๆ ที่มีความหลากหลายนับร้อยนับพันสาขา ยกเว้นด้านคุณธรรมที่เห็นจะไม่มีความสำคัญเลยในสำนักแห่งนี้       

       ระวี และ วิกรม ขยันศึกษาในสำนักของตนอย่างพากเพียร ต่างพักอยู่ในสำนักของอาจารย์ที่ตนศึกษา และแทบจะไม่ได้เจอหน้ากัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง วิกรม เข้าไปเก็บตัวอย่างพืชพรรณไม้ป่าตามคำสั่งของอาจารย์ เพื่อนำกลับไปศึกษาในสำนัก ระหว่างที่กำลังเก็บดอกไม้ดอกหนึ่งอยู่ ด้วยความรีบร้อนไม่ทันระวังตัว หนามอันแหลมคมของมันก็ขูดเข้ากับท้องแขนของเขาเป็นทางยาว และมีเลือดไหลซิบๆ ออกมา วิกรม โกรธต้นไม้ต้นนี้มาก จนรู้สึกเดือดพล่าน เขากล่าวสาปแช่งต่างๆ นานาแก่ต้นไม้เป็นการใหญ่       

       ตอนนั้นเองที่ระวีเดินผ่านมาเห็นพอดี เขารีบเข้าไปห้ามเพื่อน และเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ระวีก็พูดว่า       

       อย่าทำเช่นนั้นเลยเพื่อนเอ๋ย ต้นไม้มิได้ผิดอะไร เขาอยู่ของเขาดีๆ เพื่อนต่างหากที่ไปรุกรานทำร้ายเขา จงกล่าวขอโทษ และแผ่เมตตาให้แก่ต้นไม้เถิด       

       วิกรม ได้ฟังดังนั้นก็พาลโกรธระวีไปอีกคน เขาว่ากล่าวระวีในเรื่องที่เลือกสำนักอาจารย์ในการศึกษาไม่เป็น ทำให้เงินจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้านที่สู้อุตส่าห์แบ่งปันมาให้ต้องสูญเปล่า       

       ไม่เป็นเช่นนั้นหรอกเพื่อน เพราะตัวข้านั้นหมั่นศึกษาคุณธรรมอยู่เป็นนิจ ข้าสำนึกในคุณค่าและบุญคุณของชาวบ้านเสมอระวี แก้ความเข้าใจผิดของเพื่อน       

       มีคุณธรรมแต่ขาดความรู้จะทำอะไรได้ หากเจ้าไปบอกใครๆ ว่า ตัวเจ้ามีคุณธรรม เขาจะชื่นชมเจ้าเท่ากับที่เจ้าแสดงภูมิความรู้ให้เป็นที่ปรากฏหรือ...ดูอย่างข้านี่สิ ข้ารู้จักพืชพรรณในป่านี้ทุกชนิด เพราะข้าขยันท่องชื่อของพวกมันทั้งวันทั้งคืน จนแม้แต่อาจารย์ก็ยังชื่นชมไม่ขาดปากว่าข้านั้นมีความจำเป็นเลิศส่วนเจ้าเล่า...รู้อะไรอย่างที่ข้ารู้บ้างวิกรม กล่าวโอ้อวด       

       ถูกแล้วเพื่อนเอ๋ย ข้านั้นไม่รู้อะไรมากเท่าที่เจ้ารู้หรอก ข้าไม่รู้ว่าพืชพรรณเหล่านี้ มีชื่อเรียกว่าอะไรบ้าง แต่ข้ารู้ว่าพวกเขาในที่นี้ทุกต้นล้วนมีชีวิตมีความรู้สึก เพราะฉะนั้น เราไม่ควรกล่าวคำชั่วร้ายแก่ต้นไม้ เพราะจะทำให้ต้นไม้เศร้าใจมากระวี กล่าว       

       ไร้สาระ! สิ่งที่เจ้าพูดล้วนจับต้องไม่ได้ และข้าก็ไม่เชื่อเจ้าด้วยวิกรม พูดกระแทกเสียงดัง แล้วเดินจากไปอย่างขัดเคืองใจ       

       ส่วน ระวี นั้น เห็นใจต้นไม้ เขาจึงนั่งแผ่เมตตาให้แก่ต้นไม้เป็นเวลานาน       

       เวลาผ่านไปจนกระทั่ง ระวี และ วิกรม มีอายุย่างเข้าสู่ปีที่ 25 ทั้งสองจึงกล่าวลาอาจารย์ของตน แล้วเดินทางกลับหมู่บ้าน ซึ่งมีชาวบ้านมารอให้การต้อนรับอยู่แล้ว       

       วิกรม นั้น เมื่อมาถึงหมู่บ้านก็พูดจาโอ้อวดแสดงภูมิความรู้ต่างๆ ของตนแก่ชาวบ้านทันที ผิดกับ ระวี ที่พูดน้อย และกล่าวแต่คำไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของชาวบ้านอย่างมีอัธยาศัยไมตรี       

       ผู้นำหมู่บ้าน กล่าวว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ข้าจะจัดให้มีการเลือกผู้นำหมู่บ้านคนใหม่ ดังนั้นช่วงนี้ขอให้พวกเจ้าตัดสินใจให้ดีว่า ระหว่าง ระวี กับ วิกรม พวกเจ้าอยากให้ใครขึ้นมาเป็นผู้นำหมู่บ้านเราต่อจากข้า       

       แรกๆ นั้น พวกชาวบ้านออกจะมีใจนิยมชมชอบในตัวของวิกรม มากกว่า ระวี เนื่องจากดูทรงภูมิ และมีความรู้ต่างๆ มาก เวลาวิกรมพูดอะไรแต่ละครั้งเขาจะใช้คำพูดยากๆ ที่ชาวบ้านฟังแล้วไม่เข้าใจ เพราะรู้สึกว่าพูดไปแล้วจะทำให้ตนเองดูมีความรู้และฉลาดกว่าผู้อื่น เมื่อมีชาวบ้านคนใดเอ่ยถามเพื่อความเข้าใจ วิกรม ก็หัวเราะก่อนจะอธิบายอย่างอวดภูมิ และตบท้ายด้วยคำพูดแบบยกตนข่มท่าน เสมือนว่า คนที่มาถามนั้นเป็นคนโง่ เพราะแม้แต่เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ไม่รู้ ดังนั้น ในระยะหลังๆ จึงไม่มีใครกล้าถาม หรือพูดอะไรกับวิกรมอีก เพราะกลัวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโง่       

       ฝ่ายระวีนั้น ไม่เคยแสดงภูมิใดๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ จนแรกๆ ชาวบ้านต่างพากันคิดว่า ระวีนั้นไร้ความโดดเด่นจนไม่มีอะไรให้พูดถึงตัวเอง แต่เมื่อได้ลองพูดคุยทักทายกันบ้างตามประสาชาวบ้าน ก็พบว่าพวกเขาสามารถเข้าใจสิ่งที่ระวีพูดได้ง่ายกว่าคำพูดของวิกรม เพราะระวีสนทนากับชาวบ้านด้วยภาษาที่เรียบง่าย ทำให้สื่อสารเข้าใจได้ตรงกัน และนอกไปจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆ รู้สึกว่า ถ้อยคำสั้นๆ ง่ายๆ ที่ระวีพูดนั้น แท้จริงแล้วกลับแฝงไว้ด้วยความเฉียบแหลมอยู่ในที ชาวบ้านจึงเริ่มมองระวีในแง่ใหม่ และเข้ามาพูดคุยกับเขามากขึ้น       

       3 เดือนผ่านไป ถึงเวลาที่ชาวบ้านต้องเลือกผู้นำคนใหม่ ผู้นำหมู่บ้านคนปัจจุบันจึงมอบก้อนหินสีขาวให้ชาวบ้านคนละ 1 ก้อน แล้วให้เข้าไปหยอดในกล่องที่อยู่หลังฉากกั้นทีละคนๆ โดยให้เลือกหยอดลงในกล่องใบใดใบหนึ่ง ระหว่างกล่องของวิกรมกับกล่องของระวี          วิกรม มองชาวบ้านเดินเข้าหลังฉากกั้นไปลงคะแนนด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง เขาแน่ใจว่า ด้วยความฉลาดทั้งหมดที่ได้แสดงออกสู่สายตาชาวบ้าน จะทำให้ตนเองได้รับเลือกเป็นผู้นำหมู่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย ในขณะที่ระวีไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา และยืนรอผลการเลือกตั้งด้วยท่าทีสงบนิ่ง       

       ผลออกมาแล้วผู้นำหมู่บ้านประกาศหลังนับคะแนนเสร็จผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำหมู่บ้านต่อจากข้าคือ...ระวี       

       สิ้นคำประกาศของผู้นำหมู่บ้านคนปัจจุบัน เสียงไชโยโห่ร้องจากชาวบ้านก็ดังกระหึ่มขึ้นด้วยความยินดีทันที ส่วนวิกรมนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตก และคิดว่าตนเองน่าจะฟังผิดไป       

       เดี๋ยวก่อนสิ ท่านผู้นำหมู่บ้าน! ท่านประกาศผลผิดไปนะวิกรม รีบทักท้วง       

       ไม่ผิดหรอก กล่องของระวีอัดแน่นไปด้วยก้อนหินสีขาว ส่วนของเจ้าไม่มีก้อนหินเลยสักก้อนเดียวผู้นำหมู่บ้านบอก       

       ว่าอย่างไรนะ! เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าเป็นผู้มีความรู้มากนะทุกคนต้องเลือกข้าเป็นผู้นำสิวิกรม พูดอย่างเดือดดาล ด้วยความรู้สึกเสียหน้าและผิดหวังอย่างรุนแรง       

       ผิดแล้ววิกรมผู้นำหมู่บ้านกล่าวอย่างนุ่มนวลตามวิสัยของผู้ที่จะมาเป็นผู้นำคนหมู่มากนั้น เขาจะต้องแสดงคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วย คุณค่าความเป็นมนุษย์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การพูด คนที่มีคุณค่าต้องพูดแต่สิ่งดีๆ และมองผู้อื่นในแง่ดีอยู่เสมอ เพราะคำพูดนั้นสำคัญมาก เมื่อพูดออกไปแล้ว ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เรียกคืนมาอีกไม่ได้ หากพูดไม่ดีคำพูดนั้นก็จะไปประทับอยู่ในจิตใจและสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้อื่นไปนานแสนนาน ดังนั้น ผู้นำจะต้องเป็นคนที่พูดเป็น คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อวดดี และเต็มไปด้วยความรักความเมตตาในจิตใจ จึงจะทำให้ผู้ที่อยู่ใต้ปกครองเกิดความสุขได้อย่างแท้จริง       

       วิกรมได้ฟังหัวหน้าหมู่บ้านกล่าวดังนั้น ก็เริ่มคิดได้ และเมื่อได้มองย้อนกลับไปถึงการกระทำต่างๆ ที่ผ่านมาของตนเอง เขาก็รู้สึกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ตนเองได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้อื่นเสมอมา ผิดกับผู้นำหมู่บ้าน ระวีต่างหากที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ทุกประการ       

       ดังนั้น วิกรม จึงหันไปแสดงความยินดีกับระวีด้วยใจจริง และมุ่งมั่นว่า จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดีมีคุณค่า และช่วยเหลือระวีในการพัฒนาหมู่บ้านด้วยความจริงใจตลอดไป       

       บทสรุปของผู้แต่ง       

       การเป็นผู้มีความรู้มากนั้นมิใช่สิ่งที่ไม่ดีหรอก ตรงกันข้าม การเป็นผู้นำที่ดี ควรที่จะหมั่นศึกษาความรู้ต่างๆ มาประดับตนเองไว้เสมอ แต่อย่ารู้วิชาจนลืมไปว่าคุณค่าแห่งความดีนั้นเป็นอย่างไร เพราะนั่นไม่มีประโยชน์ และเสียเวลาขวนขวายหาความรู้ไปเปล่าๆ นอกจากนี้ ควรมีความรู้ควบคู่กับคุณธรรมและความดี ความรู้จึงจะบังเกิดผลสูงสุดทั้งแก่ผู้อื่นและตัวเธอเอง ซึ่งนั้นจะทำให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และกลายเป็นที่ต้อนรับของผู้คนในทุกแห่งที่ย่างก้าวไปถึง       

       ///////////////       

       ขอขอบคุณสำนักพิมพ์ฟรีมายด์ที่เอื้อเฟื้อนิทานสอนใจดีๆ ในชุดหนังสือนิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย อยุธยา ไว้ โอกาสนี้ด้วยครับ 

นายกำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"

คำสำคัญ (Tags)#เล่าเรื่องเมืองนนท์

หมายเลขบันทึก: 643942, เขียน: 13 Jan 2018 @ 18:44 (), แก้ไข: 13 Jan 2018 @ 22:31 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)