๖๕๘. จิ๋วแต่แจ๋ว..คิดนอกกรอบ..และเป็นตัวของตัวเอง..จำไว้เลยนะ

เริ่มจากเรื่องราว..การสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุด .ในหลวงรัชกาลที่ ๙..ที่ลูกหลานพสกนิกรชาวไทยไม่เคยลืมเลือน..มาจนถึงบ้านเล็ก..ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ตลอดจนคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ที่สอนควบคู่กับความรู้...

            ผมรู้สึกเหนื่อย..กับการเตรียมงาน”วันเด็ก”และร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานวันครู..”วันเด็ก” แม้ว่าชุมชนผู้ปกครองจะช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่การเตรียมงานก็ต้องมีความพร้อมพอสมควร..ส่วนวันครูยังมาไม่ถึง แต่ก็ต้องเตรียมข้อมูล..ในฐานะพิธีกร..

          วันนี้..เป็นวันศุกร์ และเป็นวันสุกดิบ..ก่อนถึงวันเด็กในวันพรุ่งนี้..ทำใจให้สบาย..เหนื่อยนักก็วาง..ทำใจให้ว่าง เพื่อต้อนรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่สังกัดกรมอนามัย..ที่จะมาศึกษาดูงาน..ศาสตร์พระราชา..

         ผู้ประสานงาน..โทรมาบอกว่าจะเดินทางถึงราว สิบเอ็ดโมง..ผมรีบดูหนังสือราชการอีกครั้ง..เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นกลุ่มไหน มาจากไหน..ตั้งใจมาดูอะไรบ้าง...?

            หนังสือราชการ..มาถึงหลายวันแล้ว..ผมอ่านจนลืมไปนานแล้วด้วย คิดว่าเป็นนิสิตนักศึกษา พอมาอ่านอีกที..ผู้ที่มาศึกษาดูงาน..เป็นนักบริหาร...ทั้งหมด ๑๒ คน

           งานนี้..กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการฝึกอบรม หลักสูตร “นักบริหารอนามัยสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพ” รุ่นที่ ๓ จัดที่ โรงแรมอมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง

          ในหนังสือบอกว่า..ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในพื้นที่อำเภออู่ทอง และอำเภอเลาขวัญ..โดยจะพักที่ไม้งามรีสอร์ท อ.ศรีประจัน สำหรับอำเภอเลาขวัญ เลือกโรงเรียนบ้านหนองผือ เป็นที่เรียนรู้..

          ในหัวข้อ..”โรงเรียนเล็กในป่าใหญ่ กับการจัดการเรียนการสอนด้วยศาสตร์พระราชา..” เป็นหัวข้อที่ผมคุ้นชิน เพราะพูดบ่อย..จนบางครั้งอยากเปลี่ยนเป็น..โรงเรียนเล็ก..แต่ใจใหญ่...

            แต่เอาเถอะ..ป่าใหญ่..ก็ดีเหมือนกัน..เพราะตอนนี้โรงเรียนอนุรักษ์ต้นไม้อย่างได้ผล ต้นไม้เริ่มเติบโต และมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีการตัด มองไปทางไหน ก็ร่มรื่น เขียวครึ้มไปหมด..

            อากาศหนาวเย็น..มาสองวัน..วันนี้หนักกว่าเมื่อวาน ลมก็พัดแรงด้วย พัดเอาใบไม้แห้งเข้ามากองในอาคาร..สงสัยว่า..ใบไม้คงตั้งใจจะมารับแขกกระมัง..?เพื่อไม่ให้มองดูรกรุงรังมากนัก..ผมกับเด็กก็ช่วยกันเก็บกวาดออกไปบ้าง..

          จริงๆแล้ว..ใบไม้ก็มองเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ มีลมพัด ก็ต้องมีใบไม้ปลิดปลิว แต่ถ้าเยอะเกิน..คนที่มาเห็นไม่เข้าใจ ก็จะกลายเป็นว่า เจ้าของบ้านวางเฉยกับสิ่งรกหูรกตา..ผมจึงต้องให้ใบไม้หน้าอาคาร ไปอยู่ถูกที่ถูกทาง..ในบ่อใบไม้

          เสร็จสรรพ..คณะก็เดินทางมาถึงพอดี..อาหารว่างพร้อมเสิร์ฟ..นักเรียนชั้น ป.๔ – ๕ ก็พร้อมนำเสนอผลงานเหมือนกัน..ผมทักทายและเกริ่นกล่าวไม่นาน ก็นำเข้าสู่งานการเรียนการสอนทันที..

         ก่อนอื่นก็ต้องบอกคณะที่มาศึกษาดูงานก่อนว่า..บ้านหนองผือ ไม่ได้มีแต่ป่าใหญ่ ไม่ได้เน้นแต่แหล่งเรียนรู้..มีผู้มาเยี่ยมเยือนมากมาย ก็ไม่เคยทำให้เสียการเรียน ทุกกิจกรรมพัฒนาไปทั้งระบบ..แบบบูรณาการ..

            เริ่มจากเรื่องราว..การสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุด .ในหลวงรัชกาลที่ ๙..ที่ลูกหลานพสกนิกรชาวไทยไม่เคยลืมเลือน..มาจนถึงบ้านเล็ก..ที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ตลอดจนคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ที่สอนควบคู่กับความรู้...

          นำเสนอเป็นบทเพลง..”เพื่อพ่อ..ลูกจะทำแต่ความดี..” มาร์ชหนองผือ..และคุณธรรมหนองผือ..ที่มีทั้งหมด ๘ ประการ..หล่อหลอมและเชื่อมใจครูกับนักเรียน..อยู่ทุกวัน...

            ผมยังบอกด้วยว่า..ผมสำนึกในพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน  นำผลงานเพลงพระราชนิพนธ์ มาใช้เป็นสื่อการสอนอยู่เสมอ..เป็นการเรียนรู้ภาษาและเพิ่มความสุนทรีย์ในการเรียน..ว่าแล้วนักเรียนก็ขับร้องเพลง “ใกล้รุ่ง” กับ “ยามเย็น”

            ผมให้นักเรียนแสดงออกถึงการท่องสูตรคูณแบบถอยหลัง เพื่อฝึกสมองลองปัญญา ฝึกสมาธิด้วย..นักเรียนท่องได้คล่องแคล่ว ทุกคนที่ได้ฟัง “ทึ่งมาก” อันนี้แสดงให้เห็นว่า..การท่องจำ..ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ..

            แต่ครูก็สอนหลากหลาย..ไม่ได้สอนแต่ความรู้ความจำ..ผมเน้นการคิดวิเคราะห์ กำลังฝึกเด็กให้ “รู้คิด” ฝึกการคิดแบบเชื่อมโยง เพื่อเป็นเครื่องมือต่อยอดไปสู่การเรียนที่สูงขึ้น หรือเพื่อการนำไปใช้แก้ปัญหา

          ผมให้นักเรียนถือผลงาน..จากการคิดเชื่อมโยง..ได้รูปแบบแผนภูมิความคิด ทำให้คณะที่มาขอถ่ายภาพ..และบอกว่า..ภาพสวย ลายมือดี..และมีความคิดหลากหลาย..

            ก่อนจะปิดท้าย..ผมให้นักเรียนขับร้องเพลง “หน้าที่เด็ก” ประกอบกายบริหาร ทุกคนที่ชม ต่างชื่นชอบ และบอกว่า..นานมากแล้ว..ที่ไม่ได้ยินเพลงนี้ และเห็นด้วยที่ผมนำมาปัดฝุ่น และคิดไม่ถึงว่า..จะเป็นเพลงประกอบกายบริหารได้ด้วย...

            ท้ายที่สุด..นักเรียนเล่นดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์..”ใกล้รุ่ง” โดยผมเป็นผู้ตีกลอง..ผลงานออกมาก็เลยดูคึกคักดี...

           ก่อนทานมื้อกลางวัน คณะผู้ศึกษาดูงาน เดินรอบบริเวณเพื่อศึกษาแหล่งเรียนรู้ ประมาณ ๓๐ นาที ไม่มีทีท่าว่าใครจะหิวข้าว..แต่พอลงมือทานข้าวเท่านั้น..ทานกันนานและทานกันได้เยอะมาก บอกกับข้าวอร่อยมากๆ ไม่เคยทานอะไรอร่อยแบบนี้เลย ซึ่งผมก็ได้ยินแบบนี้ทุกคณะ..(หรือว่าจะอร่อยจริง)

            ในระหว่างที่เดินศึกษาดูงาน..มีคำถามให้ผมตอบมากมาย..ไม่ถามผมก็บรรยาย บอกเล่าเพื่อทบทวนงานตัวเอง..มีคำถามอยู่คำถามหนึ่ง น่าสนใจมาก ถามประมาณว่า..ครูสอนแบบหนึ่ง ที่บ้านอีกแบบหนึ่ง ที่บ้านตามใจลูก ไม่ยอมช่วยสอนโน่นนี่นั่น โรงเรียนมีวิธีแก้อย่างไร...?

          ปัญหานี้..ผมทราบมานานแล้ว..ยังไงครูก็ต้องสอน ต้องให้เด็กเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติ..ให้เด็กได้ทดลองและแก้ปัญหา..ถ้าโรงเรียนไม่ตระหนัก ปล่อยไปตามยถากรรม หรือคิดว่าธุระไม่ใช่ จะกลายเป็นปัญหาสังคม สั่งสมให้ชาติไทยล่มสลายได้

            วันนี้..คิดยังไง ก็พูดไปอย่างนั้น ตรงไปตรงมา มีอารมณ์ขันเล็กน้อย ไม่ต้องใช้หลักวิชาการมากนัก และไม่ยึดติดตำรา แต่พูดจากภาพและงานเชิงประจักษ์ จึงมีเสียงสะท้อนให้ได้ยิน...”ถ้าไม่เลือกมาหนองผือ เสียดายแย่” และคำชมที่ว่า..เป็นโรงเรียนเล็ก ที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว.” ซึ่งผมก็ได้ยินมาเยอะแล้ว..ไม่เคยหลงระเริงเลยสักนิด

          ที่สุดแล้ว..รู้สึกเหนื่อยอย่างไรก็ได้ผ่อนคลาย คณะที่มาขอถ่ายรูป ผอ.ไปดู..ก็เลยยืนเก๊กให้ถ่าย..นิดนึง..เขาจะถ่ายภาพเราไปทำไรหนอ.?.หล่อก็ไม่หล่อ..หรือว่าเขาไม่เคยเห็นคนที่ชอบคิดนอกกรอบ..เป็นตัวของตัวเอง..แบบเรา..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๒  มกราคม  ๒๕๖๐

   

 

  

 

  


   

      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก

คำสำคัญ (Tags)#โรงเรียนเล็กในป่าใหญ่#การจัดการเรียนการสอนด้วยศาสตร์พระราชา.

หมายเลขบันทึก: 643937, เขียน: 12 Jan 2018 @ 22:45 (), แก้ไข: 14 Jan 2018 @ 19:44 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ