คำถามที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องตอบ
เพื่อเป็นการมีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไข พรบ.ระเบียบข้าราชการครู ๒๕๔๗
(ไม่บังคับ แต่ควรตอบ)
ดร.ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4
๑. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ก่อนพ้นจากราชการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ถูกดำเนินการทางวินัยต่อไปได้ แต่ต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ
( ) เห็นด้วย
( ) ไม่เห็นด้วย เพราะ.................................................
๒. การดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่พ้นจากราชการไปแล้วถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงหรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หลังจากพ้นราชการไปแล้ว ต้องเริ่มดำเนินการสอบสวนภายในหนึ่งปีและต้องสั่งลงโทษภายในสามปีนับแต่ผู้นั้นพ้นจากราชการ ถ้าเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งต้องสั่งลงโทษภายในสามปี นับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากราชการ
( ) เห็นด้วย
( ) ไม่เห็นด้วย เพราะ.................................................
๓. ในกรณีศาลปกครองมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือ ก.ค.ศ. มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมติให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษเนื่องจากกระบวนการดำเนินการทางวินัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือมีคำวินิจฉัยถึงที่สุดหรือมีมติ
( ) เห็นด้วย
( ) ไม่เห็นด้วย เพราะ.................................................
๔. กรณีที่ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด การดำเนินการทางวินัย ให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
( ) เห็นด้วย
( ) ไม่เห็นด้วย เพราะ.................................................
๕. ในกรณีที่ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่พ้นจากราชการไปแล้ว หากผลการพิจารณาปรากฏว่ากระทำความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้งดโทษ
( ) เห็นด้วย
( ) ไม่เห็นด้วย เพราะ.................................................
