แนวทางการแก้มลทิน 9 ประการ
ดร.ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4
คนเราเกิดมาจะมีมลทินติดตัวมาอย่างน้อย 9 ประการ มากน้อยต่างกัน แล้วแต่การฝึกจิตและการปฏิบัติเพื่อจะทำให้ลดน้อยลง หรือไม่มีเลยยิ่งดี
มลทิน 9 ประการนั้น คือ
1. ความโกรธ (โกธะ) คนเรามักจะมีความโกรธเมื่อไม่สอบอารมณ์กระทบกับอิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ปรารถนา ก็ชอบอกชอบใจ แต่ถ้ากระทบกับอนิษฐารมณ์ อารมณ์ทำให้ใจขุ่นเคือง ก็จะเกิดอาการโทสะ แก้ด้วยการฝึกจิตใจให้มีความเมตตา กรุณาเป็นที่ตั้ง
2. ลบหลู่บุญคุณ (มักขะ) คนเราบางครั้งไม่เห็นบุญคุณของบุพการีหรือผู้มีบุญคุณต่อเรา แก้ด้วยการฝึกจิตใจให้มีกตัญญูกตเวทีอยู่เสมอ
3. อิจฉาริษยา (อิสสา) คนเรามักจะมีความอิจฉา ริษยาในจิตใจ เมื่อเห็นคนอื่นดีกว่า ทำนองกับที่ว่า “ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราที่เด่นเกิน” แก้ด้วยการฝึกแสดงมุทิตาจิต จิตพลอยยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี
4. ความตระหนี่ (มัจฉริยะ) คนเรามักจะมีความตระหนี่ในใจ จะให้อะไรแก่ใครก็คิดแล้วคิดอีก มีความเสียดาย หรือมองไม่เห็นประโยชน์ของการให้นั้น แก้ด้วยการฝึกให้เป็นคนเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่กันและกัน
5. เล่ห์เหลี่ยม (มายา) คนเรามักจะมีเล่ห์เหลี่ยมในใจเสมอ ทำนองที่ว่า“ไม่ได้ด้วยเวทย์ ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็เอาด้วยมนต์ ไม่ด้วยมนต์ ก็เอาด้วยคาถา” แก้ด้วยการฝึกจิตใจให้มีความจริงใจ มีสัจจะในตนเองเสมอ ยึดมั่นในคำที่ว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”
6. โอ้อวด (สาเถยยะ) คนเรามักจะมีความโอ้อวดต่างๆ มีอะไรนิดอะไรหน่อย ไม่ได้ ก็เอาไปอวดเสียแล้ว ทำให้คนอื่นหมั่นไส้ แก้ด้วยการฝึกจิตใจให้ถ่อมตน เพราะถ่อมตน คนรัก อวดนัก คนชัง
7. พูดปด (มุสาวาท) คนเรามักจะพูดปด พูดไม่จริงใจต่อกัน อาจจะเป็นเพราะมีอะไรซ่อนเร้นในใจ หรือคาดหวังในอะไรบางอย่าง แก้ด้วยการฝึกพูดคำจริง พูดคำสัตย์ต่อกัน ไม่เสแสร้งต่อกันและกัน
8. อยากเห็นความวิบัติของคนอื่น (ปาปิจฉา) คนเราบางครั้งอยากเห็นความวิบัติของคนอื่น ชอบให้ทุกข์กับคนอื่น พึงรำลึกเสมอว่า “ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นจะมาถึงตน” แก้ด้วยการฝึกการมีความปรารถนาดีต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน
9. เห็นผิดเป็นชอบ (มิจฉาทิฏฐิ) เห็นว่าบุญบาป ไม่มี ตายแล้วสูญทำให้มีใจไม่อยากทำความดี ไม่อยากให้อะไรแก่ใคร คิดแต่จะหาความสุขความสำราญใส่ตัวโดยไม่กลัวว่าจะผิดหรือถูก แก้ด้วยการฝึกให้เป็นคนเห็นถูก เชื่อในกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แน่นอนเป็นเพียงไม่ช้าก็เร็ว คนเราเมื่อตายแล้ว สิ่งที่จะติดตามดวงวิญญาณเรามีสองอย่างเท่านั้น คือ “บุญ นำไปสู่สุคติ บาป นำไปสู่นรก” อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า อะไรที่ตาเรามองไม่เห็นแล้วจะไม่มี ดังเช่น ลมหรืออากาศเรามองเห็นไหม กระแสไฟฟ้า เรามองเห็นไหม ภาพต่างๆ เรามองเห็นไหม แต่ถ้ามีเครื่องรับ เช่น โทรทัศน์รับ เราก็มองเห็นภาพนั้นได้เป็นต้น
---------------

