828. ค้นหา IKIGAI ตอน "Play Purpose Potential"

บทความวันนี้จะเป็นอะไรที่ซัลซ้อนพอควร..ใครมาอ่านเป็นตอนแรกรับรองมึนตึ๊บ...แนะนำอ่านพื้นฐานที่นี่ก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้เป็นตอนต่อจากตอนก่อนๆ 

IKIGAI คำถามแห่งชีวิต https://www.gotoknow.org/posts...

เนื่องจาก IKIGAI เป็นอะไรที่ซับซ้อน ผมเลยพยายามหาตัวช่วย วันนี้ได้ตัวช่วยมาเครื่องมือหนึ่ง..มาดูกันนะครับ


วันนี้เป็นวันที่ผมไปอ่านหนังสือใน Blinkist แล้วเจอหนังสือที่พูดอะไรคล้ายๆ IKIGAI  ... IKIGAI เป็นอะไรที่ทำให้มนุษย์มีความสุข เพราะมันคือการค้นพบว่าคุณหลงใหลอะไร (Passion) แล้วเอา Passion ไปแก้ปัญหาให้สังคม หรือคนเป็นจำนวนมาก (Purpose)  แล้วทั้งหมดก็สามารถประกอบเป็นอาชีพ ได้ตังค์ด้วย  นี่คือ IKIGAI ไม่ใช่แก้ปัญหาแล้วไส้แห้ง ...



แยกนิด... IKIGAI เน้นช่วยคนอื่น 

เช่นคุณตัดไม้เก่ง หลงใหลการตัดไม้เลยสร้างวิสัยทัศน์ เราจะตัดไม้ให้เกลี้ยงป่า..นี่ไงผมก็มี IKIGAI ... ไม่ใช่ครับ...

IKIGAi เป็นอะไรที่ไม่ได้หาง่ายๆ ด้วย Model มันเองก็ตอบคำถามยาก จบในวันเดียวยาก ...ผมเลยเริ่มมองหาว่าจะมีตัวช่วยอะไรไหม ก็เริ่มเจอ...มีตัวช่วยที่จะช่วยให้คุณค้นหา IKIGAI  

IKIGAI คือสิ่งเดียวกับที่ฝรั่งเรียกว่า Purpose มันคือกาารเอาพรสวรรค์ตัวเองไปแก้ปัญหาคนอื่น...

เวลาหามีตัวช่วยคือ Play Purpose Potential

Play คืออะไรที่คุณทำสนุกๆ เช่นชอบทำอาหาร Clean

Purpose คุณเห็นว่าเออ...พระเป็นเบาหวานเยอะ ญาติโยมที่ไปทำบุญก็รู้ว่าอาหาร Clean มันดี ..แต่หาซื้อยาก ...คุณเลยเปิดธุรกิจขายอาหาร Clean ให้คนที่อยากให้พระมีสุขภาพดีซื้อไปใส่บาตร ..

Potential อะไรที่จะเป็นตัวช่วยให้ Purpose มีโอกาสเป็นจริง ... คุณเลยคิดว่าอย่างนี้ลองไปลง Course เรื่องโภชนาการเพิ่มเติม จะได้เป็นตัวช่วย... นอกจากนี้ยังอาจเริ่มหาพันธมิตรมาร่วมธุรกิจ หาคนเขียน App ซึ่งตอนนี้ก็รู้จักอยู่ มาพัฒนา Model ธุรกิจร่วมกัน  

เช่นผมเองที่เจอ IKIGAI ของตัวเองมาจากสามองค์ประกอบเช่นกัน

Play   สมัยเด็กๆ เรียนเก่งเป็นเด็กโคราช อยากมาเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม ..ต้องอ่านหนังสือ เรียนหนัก เพราะต้องสอบเข้าให้ได้ ไม่ได้ ไปไม่เป็น เพราะไม่มีเส้นสายที่ไหน ...แต่อ่านแล้วเครียด ก็เลยเริ่มอ่านว่าทำไงหายเครียด และอ่านอีกทำไงจะฉลาด ก็เจอเรื่องนั่งสมาธิ...จำได้สมัยม. 1 (ผมคิดจะเข้าเตรียมตั้งแต่ม. 1)  ไปนั่งสมาธิตามความคิดในสนามบาส...สุขสงบมากๆ นอกจากนี้ยังดูหนังสือ หาเคล็ดลับทำไงไม่เครียด..ก็เรียนไป ศึกษาอะไรทางจิตวิทยา..จำได้เคยอื่นหนังสอหมอวิทยา นาควัชระ จนนำได้ทุก Case ...เรียนไปอ่านไป จนไปถึงอเมริกา...อ่านเล่นๆ จนไปเจอหนังสือ Flow ... ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ศึกษาจิตวิทยาต่อ  ของผมยังไม่เจอ

Purpose ผมเริ่มเอาแนวคิด Flow ไปให้คำปรึกษาปัญหาของน้องๆ เพื่อน  ..แล้วที่สุดก็เจอ Psychology of Creativity and Innovation ในปี 96-87 ตอนเรียนป.โท เล่มนี้แต่โดยอาจารย์ Chieckzenmehai คนเดียวกับที่แต่ง Flow ทฤษฎีที่ผมหลงใหล  เล่มนี้ต่อยอด Flow ไปทางความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม...ความที่จบวิศวะมา ชอบ Creativity อยู่แล้ว ก็เลยเริ่มมีเป้าหมายเอาวิชานี้มาช่วยผู้ประกอบการในไทยให้คิด Innovation ใหม่ๆ

Potential นี่คือการหาโอกาส แล้วสร้างโอกาสให้ Purpose เราเติบโต...เรามาหาโอกาสกัน คราวนี้มาเป็นอาจารย์สอนการเงินและ Creativity แต่ถึงคราวไปเรียนต่อเอก...ที่ไหนน๊ามีในเมืองไทย มีครอบครัวแล้ว ก็ไม่อยากไปนอกอีก...ที่สุดไปเจอหลักสูตรปริญญาเอก Organization Development ของ ABAC ที่มีรายวิชา Creativity ...นี่คือ Potential เลย ..เพราะจะทำให้ Purpose ของเราเป็นจริง ..และที่สุดก็มาเจอวิชา Appreciative Inquiry (AI) และผมก็ทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้โดยเฉพาะ AI เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ Positive Psychology และ Creativity เอาแก้ปัญหาส่วนบุคคลก็ได้ เอาไปสร้างนวัตกรรมก็ได้   และก็ทำให้ผมเจอ IKIGAI ของผมนั่นคือการเป็นอาจารย์/วิทยากร/ที่ปรึกษา ด้าน Appreciative Inquiry แบบประยุกต์ เพื่อช่วยให้คนดีมี Passion ในสังคมไทยในทุกเศรษฐานะเข้าถึงศาสตร์การพัฒนาองค์กรระดับ Worldclass สร้างสรรค์นวัตกรรมดีๆที่สำคัญ มีความสุขด้วย...  




แล้วผมก็มาเป็นอาจารย์ สร้างเครือข่าย AI Thailand (www.aithailand.org
 

นี่ครับทำ IKIGAI อาจต้องหาตัวช่วย ตอบคำถามสามข้อ แล้วเชื่อมโยงมาเป็นอาชีพ...

สรุปแล้วอะไรที่คุณเล่นๆ อยู่ ลองมองดีๆ มันเปลี่ยนชีวิตคุณและสังคมได้ แถมทำให้คุณไม่เบื่อ เพราะจะไม่รู้สึกว่าทำงานเลย..เล่นไป ได้ช่วยคนไป ได้ตังค์ไป ..ชีวิตดีกว่านะครับ  

ดังนั้น ลองตอบคำถามดู

Play อะไรที่ท่านทำแล้วสนุก มีความสุข เป็นงานอดิเรกอะไรก็ได้ ...ลูกศิษย์ผมคนหนึ่งบอกว่าชอบ Shopping ชอบจับคู่เสื้อผ้า

เราเลยคุยกันต่อ...Purpose แล้วจะเอาเรื่องการ Shopping ไปช่วยชาวโลกอย่างไร...  ดิฉันทำงานในภาคธุรกิจ เห็นเลยการแต่งตัวสำคัญ  และรู้ว่าคนในโลกแต่งตัวไม่เป็น  เลยอยากเป็นโค้ชสอนแต่งตัว

Potential  ผมแนะนำเรื่องโค้ชสอนแต่งตัว และเล่าเรื่องสมาคม Thai Coach ให้ฟัง ..เธอเลยมาเรียน Coaching ปัจจุบันนอกจากงานประจำ เธอยังเป็นโค้ชสอนแต่งตัว โดยดึง Inner ของคนมาเชื่อมโยงการสไตล์การแต่งตัว   ตอนนี้มาเป็นอาจารย์พิเศษในมหาลัยด้วย  


ได้หมดครับ ลองเชื่อมโยงลองเขียนดู


และสำหรับใครที่ต้องการรู้เรื่อง IKIGAI ลองดูบทความผมที่ผ่านๆมาเป็นพื้นฐานจะครับ 

https://www.gotoknow.org/posts…
วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ
และที่มาของ IKIGAI ดูจาก Clip นี้ครับ 




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

มีประโยชน์มากๆครับ

ขอบคุณครับ

อาจารย์สบายดีนะครับ

หายไปเลย

สบายดีครับ อาจารย์สบายดีนะครับ