บันทึกการเดินทาง Japan Spring 2017: Noritake Garden, Nagoya





นาโกย่า หรือ เรียกแบบญี่ปุ่นคือ นาโงย่า จัดว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่บ้าง ที่ท่องเที่ยวแบบสวยงามธรรมชาติล้วนอยู่นอกเมืองนะคะ ในตัวเมืองจึงเห็นแต่ความเป็นเมืองสมัยใหม่(ที่มีต้นไม้ใหญ่เขียวชื่นตาทั้งเมือง)และรู้จักกันในฐานะของศูนย์กลางการผลิตวัสดุก่อสร้างและรถยนต์

หากศึกษาด้านประวัติศาสตร์เมืองนาโงย่าก็มีรากยาวนานตั้งแต่สมัยโชกุนโทกุกาว่าซึ่งเล็งเห็นว่า นาโงย่านี้ตั้งอยู่แทบจะกึ่งกลางของประเทศ จึงสร้างปราสาทนาโงย่าเป็นฐานอำนาจแล้วให้ลูกชายมาครองเมือง แต่เมืองก็ไม่ได้เติบโตดังใจหวัง

ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นาโงย่าถูกระเบิดลงจนราบ ขนาดต้องวางผังสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ทีเดียว สร้างของใหม่แต่ยังให้คุณค่าของเก่าอยู่อย่างมั่นคงเขาจึงสร้างพิพิธภัณฑ์มากมายไว้ทั่วมุมเมือง มีทั้งพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของโบราณระดับคู่บ้านคู่เมือง ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ของสมัยใหม่ ไฮเทค ทำให้ผู้เขียนนึกถึงคำของนักปราชญ์ไม่ทราบท่านใดกล่าวไว้ว่า เมื่อรู้ที่ที่มา ก็จะรู้ที่ที่จะไป

คณะเราเลือกชมพิพิธภัณฑ์เพียง 2 แห่ง ตามเวลาและสังขารที่อำนวย

หลังจากนั่ง Sight-seeing Bus ซึ่งเป็นตั๋วที่ใช้ได้ 1 วัน ขึ้นลงตามจุดท่องเที่ยวที่กำหนดครบหนึ่งรอบ เราไม่แวะลงที่ใดเลย รอจนรถวนอีกรอบ เราก็ลงที Noritake Garden


Noritake Garden เป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์

ต้นเดือนพฤษภาคม วันที่ 5 จะเป็นเทศกาล วันเด็กผู้ชาย หรือโคโดโมะโนฮิ (Kodomonohi)

(ปัจจุบันกลายเป็น วันเด็กแห่งชาติแล้ว Children's Day รวมชาย และหญิง) ในเทศกาลนี้นอกจากมีพิธีบูชาตุ๊กตานักรบ ซึ่งเราไม่มีโอกาสเห็น แต่เราจะเห็นตามบ้านเรือนตั้ง เสาธงปลาคาร์พว้ภายในบริเวณ หรือแม้แต่ตามวัด ตามสถานที่ที่มีเด็กๆไป เช่นที่สนามเด็กเล่นที่ Noritake Garden เดินเข้าประตูมาขวามือเป็นสนามเด็กเล่น ธงปลาคาร์พปลิวไสว

ธงปลาคาร์พจะมีปลาคาร์พอย่างน้อยสามตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วย พ่อปลา แม่ปลา และลูกปลา ให้ขึ้นไปแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้า เพื่อแสดงความยินดี และขอให้บุตรชาย มีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ ไร้โรคภัยไข้เจ็บ เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย โตวันโตคืน เป็นการแสดงความรักและให้ความสำคัญกับบุตรชาย แต่ชาวญี่ปุ่นผู้หญิงจะนิยมสวมชุดกิโมโนที่ตกแต่งลวดลายไว้อย่างสวยงามเช่น ลายดอกไม้ฯลฯ โดยเน้นสีพื้นของตัวชุดเป็นสีดำ ส่วนผู้ชายจะนิยมใส่ชุดสูทสีดำ

เหตุที่ใช้ปลาคาร์พในเทศกาลนี้ เนื่องมาจาก ปลาคาร์พ ถือเป็นปลาที่แข็งแรง มีความเชื่อมาจากตำนานจีนว่า ปลาคาร์พนั้นสามารถว่ายทวนกระแสน้ำในแม่น้ำฮวงโหได้จนกลายเป็นมังกร ชาวญี่ปุ่นจึงเอามาแทนเด็กผู้ชาย ลูกผู้ชายควรมีใจสู้ความยากลำบากในชีวิตอย่างไม่ย่อท้อ เช่นเดียวกับปลาคาร์พว่ายทวนน้ำ ดังนั้น ธงปลาคาร์พจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวันนี้ไปในที่สุด

ข้อมูลจาก http://www.his-bkk.com/th/article/article_3.php

ยิ่งได้ท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่างศึกษาข้อมูลแต่ละเมือง จะพบว่าอะไรที่มีชื่อเสียงโดดเด่นของเขาหลายอย่างรับแนวคิดมาจาก จีน และนำมาใช้ มาปรับกับวิถีของตนเองจนมีเอกลักษณ์โดดเด่น นักท่องเที่ยวแทบไม่ทราบเลยว่าเป็นสิ่งที่รับมาจากจีน ที่สำคัญคือเขาไม่ปกปิด หรือ ทำท่าอ้อมแอ้ม อยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจ สนใจใคร่รู้หรือไม่ เช่นแนวคิดสัญลักษณ์เทศกาลเด็กชาย และ ชาเขียว/พิธีชงชา หรือแม้แต่การปลูกข้าว/กินข้าว





ซ้ายมือของประตูทางเข้า เป็นที่นั่งพักผ่อน เดินต่อเข้าไปเป็นกลุ่มอาคารต่างๆ โดดเด่นด้วยอาคารเก่าที่ทำจากอิฐแดง



หน้ากลุ่มอาคารก็ยังเป็นสวนอีกค่ะ ผู้เขียนเคยมาเมื่อหลายปีก่อนหน้าซากุระบานพอดี ซากุระต้นใหญ่หลายต้น บานทั้งต้นสวยมาก

https://www.gotoknow.org/posts/412246

ส่วนใหญ่เรารู้จัก Noritake ในด้าน Tableware พวกเครื่องกระเบื้องถ้วยจานชามเนื้อละเอียดที่เรียก Bone China ซึ่งมีชื่อเสียงมากว่าร้อยปีแล้ว เป็นสินค้าญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงทั่วโลกถึงคุณภาพและศิลปะวิจิตรในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น แน่นอนค่ะ แพงมาก ที่เมืองไทยมีวางจำหน่ายที่ห้างอิเซตัน กรุงเทพ ผู้เขียนได้แต่ไปชื่นชม แต่อันที่จริงนอริตาเกะ ยังผลิตเซรามิคชั้นสูงที่นำไปใช้ในหลากหลายวงการเช่น วงการรถยนต์ การแพทย์ พลังงานและอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์

มาครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าเขามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำได้ดีขึ้นมาก เชิญชวนให้เข้าชมมากขึ้น ควรจะเริ่มที่

Welcome Center ซึ่งจะให้ข้อมูลกว้างๆนำเสนออย่างน่าสนใจทั้งเป็นวิดีทัศน์สั้นๆและ นิทรรศการ ถึงประวัติการเริ่มต้นและการทำธุรกิจของบริษัท กว่าจะประสบความสำเร็จนั้นต้องต่อสู้ ฟันฝ่า ผ่านอะไรมาบ้าง เรียนรู้อะไรจากอุปสรรค และวิสัยทัศน์ในอีก 100 ปีข้างหน้า

Noritake Garden Gallery ในอาคารส่วนนี้จัดแสดงไม่เฉพาะผลงานของบริษัทแต่ยังมีผลงานของศิลปินมีชื่อเสียงและศิลปินท้องถิ่นให้มีพื้นที่นำเสนองานต่อสาธารณชน ผู้เขียนว่าเยี่ยมมากนะคะ เป็นการบ่มเพาะศิลปะ ศิลปินในสังคมให้มีพื้นที่งอกงามและเป็นแรงบันดาลใจอีกด้วย

Craft Center/Noritake Museum อยู่อาคารเดียวกัน เป็นส่วนที่ต้องเสียค่าเข้าชม คุ้มค่ามากค่ะ ที่ Craft Center เข้าไปดูจะเห็นกระบวนการผลิตตั้งแต่การขึ้นรูปและการตกแต่งลวดลาย ในส่วนของ Museum ดูแล้วต้องถอนหายใจกับCollection ผลงานที่จัดแสดง Old Noritake เป็นชิ้นงานที่งดงามหรูหรา และเขายังจัดแสดงเครื่องมือที่ใช้ในการทำลวดลาย แม้กระดาษร่างลาย ตั้งแต่การผลิตในยุคเมจิ และ ไทโช เขาก็จัดเก็บ จัดแสดงอย่างน่าชื่นชม

Noritake Square Nagoya ส่วนนี้จัดให้ ชม ช้อป และพักจิบชากาแฟกับอาหารเบาๆ เดินเพลินมากค่ะ เขาทำใหม่จากที่ผู้เขียนมาเมื่อสองปีที่แล้ว เห็นแล้วอยากมีบ้านสวยที่เหมาะกับการใช้เครื่องครัว ชุดอาหาร การตกแต่งที่เขาจัดวางไว้ให้เกิดกิเลส ตรงนี้เราใช้เวลาไม่มากเพราะทริปของเราต้องอยู่ต่ออีกหลายวัน ไปอีกหลายเมืองไม่ควรแบกอะไรให้เป็นภาระค่ะ และสมาชิกทริปนี้ไม่ชอบช้อปปิ้งค่ะ เลยไม่มีการขัดใจกันว่าอยากช้อปแล้วไม่ได้ช้อป

เชิญชมภาพจานชาม ของใช้ เครื่องกระเบื้องเคลือบนอริตาเก้แสนสวยให้เพลินตากันนะคะ














ไม่ได้ส่องดูความละเอียดของลวดลายนะคะ แต่เขาให้ส่องดูว่าชิ้นงานที่มีตำหนิแม้มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น ใช้แว่นขยายยังแทบไม่เห็น เขาก็จะทำลายงานชิ้นนั้นไม่เอาไปวางจำหน่ายหรือส่งมอบให้ลูกค้า แสดงถึงความมีมาตรฐานสูงเป็นเลิศ

สำหรับคนญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์Noritake มีคุณค่าสูงมากเป็นที่ภาคภูมิใจ เหมือนคนอังกฤษที่ภูมิใจกับผลิตภัณฑ์ Wedgewood เชียวนะคะ

พวกเราแค่ได้มาชื่นชมก็รู้สึกดีมาก เห็นการที่เขาใส่ "ใจ" ลงไปในงาน ตั้งแต่ครั้งทำจานใบแรก มาจนถึงปัจจุบันและยังจัดทำพิพิธภัณฑ์อย่างดีให้เราได้ชมอย่างมีความสุขด้วยค่ะ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน K-creation



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมาก

ธงปลาที่เป็นของเด็กผู้ชายสวยมาก

ทึ่งอุปกรณ์ของใช้เยอะมากๆครับ