ที่จริงแม้ นาโงย่า จะเป็นเมืองที่มีอะไรน่าสนใจให้ชมหลายอย่างแต่เราก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเมืองนี้เพื่อเที่ยวชม แต่ต้องมาเพื่อเปลี่ยนรถไฟเป็นขบวนที่จะพากันขึ้นไปภูมิภาคชูบุ จะไปเมืองทาคายาม่า ที่สวยงามเลื่องลือ

ข้อมูลบอกว่า นาโงย่า นั้นตั้งอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่าง โตเกียว และ เกียวโต ในอดีตจึงเป็นหัวเมืองสำคัญ สมัยท่านโชกุน โตกุกาว่า อิเอยะสุ (ที่เราได้ไปคารวะที่ฝังศพท่านที่ นิกโก้ เมื่อมาชมใบไม้แดงเมื่อสองปีก่อน) จึงได้พัฒนาเมืองนาโงย่าให้เป็นศูนย์กลางการปกครองอีกแห่ง

ได้มีการสร้าง ปราสาทนาโงย่า ให้เป็นฐานบัญชาการ ซึ่งเป็นจุดหมายหลักแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักไปชมเมื่อมา นาโงย่า

 

 

http://www.japan-guide.com/e/e2155.html

นาโงย่ามีอะไรน่าชมบ้าง เช็คได้ที่ลิงค์ข้างบนเช่นกันค่ะ

ในยุคปัจจุบัน นาโงย่า ก็ยังมีความสำคัญ ก็เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม ขนส่ง เป็นชุมทางรถไฟ มีสนามบินนานาชาติ จากเมืองไทยจะบินมาลงนาโงย่า เลยก็ได้ค่ะ และต่อเที่ยวบินในประเทศไปไหนๆได้ทั่วญี่ปุ่น เขามีสนามบินชื่อ Centrair ที่สร้างจากการถมทะเล เพื่อนผู้เขียนบอกว่าคล้ายๆสนามบินคันไซที่ โอซาก้า ทันสมัยแต่เล็กๆ

มองจากสถานีรถไฟก็เห็นห้างนี้เลยค่ะ

รถยนต์โตโยต้า ก็มีกำเนิดมาจากเมืองนี้ ใครมีเวลามากหน่อยสามารถไปทัวร์โรงงานและชมพิพิธภัณฑ์ของบริษัทได้ ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ของ โตโยต้า ก็อยู่นอกเมืองนาโงย่า ไปนิดเดียว

ป้าๆมีเวลาจำกัดเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงรอรถไฟไป ทาคายาม่า จึงสนใจจะไปชมสิ่งขึ้นชื่อของ นาโงย่า ที่คนไทยคุ้นเคยมาก คือ เครื่องถ้วยชามกระเบื้องดินเผา หรือ พอร์ซเลน ยี่ห้อ นอริตาเกะ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟนาโงย่า เขาทำ Noritake Gardenไว้ต้อนรับผู้สนใจ เข้าชมฟรี ไม่ได้มีแค่ถ้วยชามให้ชม แนะนำให้แวะกัน คุ้มค่าเวลาค่ะ

นั่งแท็กซี่แพล็บเดียวก็ถึง Noritake Garden (หากเดินราวสิบห้าถึงยี่สิบนาที) หรือมีเวลาก็นั่งรถเมล์ แต่ไปกันสี่คนนั่งแท็กซี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

 

 บริษัทนอริตาเกะ นั้นที่จริงเป็นบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมเซรามิคมากว่าหนึ่งร้อยปี  ไม่ใช่แค่เรื่องถ้วยชาม แต่เป็นการใช้วัสดุเซรามิคชั้นสูงในผลิตภัณฑ์นานาชนิด เช่น เครื่องกรองน้ำ ส่วนประกอบเครื่องจักร เครื่องกล เครื่องใช้อิเลคทรอนิกส์ ไปจนถึง ยานอวกาศ

ผ่านประตูเข้าไปก็มองเห็น ต้นซากุระ สองต้น ต้นใหญ่มากอยู่คนละมุม เป็นฤดูซากุระบานพอดี บานสะพรั่งสว่างไสว อีกทั้งมีดอกไม้สีสันสวยงามในทุกทิศที่หันไป สมกับคำว่า สวน ที่เขาใช้

 

ภายในบริเวณมีอาคารหลายอาคาร เห็นอาคารที่ก่อด้วยอิฐและปล่องไฟอิฐตั้งเรียงในที่โล่ง ทำให้รู้สึกแปลกตาที่เห็นสิ่งก่อสร้างเป็นอิฐดูเก่าๆคลาสสิค อยู่ท่ามกลางความสมัยใหม่ของอาคารอื่นๆ อ่านประวัติจึงสรุปได้ว่า ที่เห็นเป็นอาคารโรงงานเมื่อครั้งตั้งใหม่ๆ เป็นมรดกจากยุคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดรับชาติตะวันตกหรือเปิดประตูสู่โลกภายนอกหลังจากปิดประเทศมายาวนาน

http://www.japan-guide.com/e/e3309.html

ปลายสมัยเอโดะ ญี่ปุ่นนำเข้าอิฐจากต่างประเทศ จากนั้นในสมัยเมจิจึงเริ่มผลิตอิฐใช้เองนำมาสร้างอาคารต่างๆ จัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นตะวันตก (Westernization)

 

 

การชม สวนนอริตาเกะ น่าจะเริ่มที่ Welcome Center และ

CELABO Showroom  CELABO นั้นเป็นห้องแสดงนิทรรศการให้ความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยีเซรามิค ทำได้ดีทีเดียว

จากนั้นจะชม Noritake Gallery, Craft Center Museum แล้วค่อยไปที่อาคาร Palette ซึ่งเป็น Outlet Shop ของนอริตาเกะ เห็นถ้วยกาแฟ ชุดน้ำชา เครื่องครัวมากมาย แล้วอยากซื้อจังค่ะ ถูกกว่าที่เมืองไทยมาก แต่คิดแล้วว่าไม่มีปัญญาหอบ ต้องไปอีกหลายที่ ชมแล้วเก็บไว้ในความทรงจำก็พอ ออกจากอาคารไปชมสวน ชมดอกซากุระดีกว่า หากหิวเขามีร้านกาแฟ ภัตตาคาร น่านั่ง ไปใช้บริการได้ตามสะดวก

ชมทั้งภายในอาคาร นอกอาคาร ซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆที่ไม่แตก แล้วเราก็กลับไปสถานีรถไฟเพื่อจับรถไฟ JR Hida Wideview เป็นรถที่มีหน้าต่างกว้างให้เห็นวิวงดงามที่รถไฟพาลัดเลาะไปตามที่ราบ เชิงเขา ลำธาร แม่น้ำ สวยงามมาก

ตอนหน้าจะพาไปนั่งรถไฟขบวน Hida Wideview ชมวิวแล้วไปยังเมือง ทาคายาม่า กันค่ะ