​กฎของแคมป์เบลล์ กับความฉ้อฉลในวงการศึกษา


หนังสือ ปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ บทเรียนแนวใหม่จากฟินแลนด์` หน้า ๑๘๐ - ๑๘๑ กล่าวถึง Campbell’s Law ว่า “ยิ่งเราใช้ตัวชี้วัดทางสังคมเชิงปริมาณตัวใดตัวหนึ่งในการตัดสินใจทางสังคมมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงที่ตัวชี้วัดนั้นจะตกอยู่ภายใต้การฉ้อฉล และมีความเป็นไปได้ที่จะไปบิดเบือนและบ่อนทำลายกระบวนการทางสังคมที่มันเองต้องการสอดส่องมากขึ้นเท่านั้น”

การสอบ ONET ของไทย ตกอยู่ใต้กฎนี้แค่ไหน????

การติวสอบอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ละทิ้งการปลูกฝังพัฒนาการรอบด้านของเด็ก ถือเป็นการฉ้อฉลหรือไม่?????



วิจารณ์ พานิช

๕ มี.ค. ๖๐


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยเลยครับ อาจารย์หมอ ;)...

sr
IP: xxx.68.47.250
เขียนเมื่อ 

This reminds me of the time when I still worked in a government department.

Parkinson's Law: Work expands to fill the time available for its completion definition.
[A proverb coined by the twentieth-century British scholar C. Northcote Parkinson. It points out that people usually take all the time allotted (and frequently more) to accomplish any task.]


And one of its corollary: Work accounted for a key-performance measure gets done just-in-time.

prasak09
IP: xxx.68.106.44
เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยครับ การศึกษาไม่ใช่บริษัท KPI หลายตัวใช้ไม่ได้ทางการศึกษา