ค่ายธรรมะเยียวยาครอบครัวสูญเสีย อยู่อย่างไรเมื่อใจเป็นทุกข์ (ตอนที่ 1 )

ค่ายวันที่ 4-7 เมษายน 2560 ค่าย ธรรมะเยียวยา สำหรับครอบครัวสูญเสียในโปรแกรมการดูแลแบบประคับประคอง

ผู้เข้าร่วมมีครอบครัวที่พึ่งผ่านการสูญเสียของทีมการุณรักษ์ และ เครือข่าย จาก รพ. แก้งคร้อ และโรงพยาบาลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิรวมทั้งหมด 11 คน 5 ครอบครัว กิจกรรม เริ่ม ตั้งแต่ ครึ่ง วัน ที่ 4 เมษายน ที่ ผาศิวิไลซ์



โดยเรารวมตัวกันที่วัดป่ามหาวัน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ วัดอยู่บนภูเขาสูง จากนั้นเดินทางไปที่ผาศิวิไลซ์ พร้อมกันโดยรถยนต์ ผู้ใหญ่บ้านนักบริการ บรรยากาศเมื่อเดินเข้าไปถึง ต้องบอกว่า สวยงาม มาก เป็นป่าไม้เต็ง เย็นสบาย หน้าผา ถ้ามองลงไปแล้วชวนให้หวาดเสียว และ เมื่อพร้อมจึงเริ่มกิจกรรมรู้จักทักทาย และ ค้นหาความคาดหวังของแต่ละคนที่มาร่วมค่ายในครั้งนี้ ค้นหาความคาดหวังของการมาค่าย รู้จักทักทาย ละลาย พฤติกรรม ทำให้ เรา ทราบว่า แต่ละคนมา มีมุ่งหวังอะไร

  1. อยากมีวิชาติดตัว แล้วไปช่วยคนอื่น
  2. มาฝึกเจริญสติ
  3. อยากได้คำแนะนำ การดูแลตัวเองเมื่อสูญเสียคนที่รัก
  4. อยาก เรียนรู้ร่วมกับคนทีสูญเสีย เหมือนกัน
  5. ตั้งใจมาเยียวยา มา เรียนรู้ เพื่อไป ช่วย คน ที่ ทุกข์ เหมือนเรา เคยได้รับการช่วยเหลือ ที่มี ทีม เข้ามา ช่วยในช่วงที่ตัวเองเผชิญ เมื่อคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะท้าย รู้สึกว่ามี หนทางสว่าง จึง ขออาสา จะมาช่วยงาน มา เรียนรู้

ผู้สูญเสียส่วนใหญ่อยู่ในระยะต้องดูแลใกล้ชิดคือยังไม่ถึง 6 เดือน (acute grief)ใหม่สุด คือ ยังไม่ถึงเดือน มีคุณลุงที่สูญเสียภรรยาที่ 8 เดือนแล้ว แต่ก็ยังคิดถึง กิจกรรม ที่ทำทุกวัน และทุกคนจะได้ ร่วมกันทำตลอด 4 วันคือ ตื่น ตี 4 เพื่อมาทำวัตรเช้า สวดมนต์ พร้อมกัน ตี สี่ครึ่ง และ ฟังธรรมะจาก พระ อาจารย์ไพศาล และ ท่าน เทศน์ รวม 6 ครั้ง เช้า - เย็น และ ตอบ ปัญหาธรรม และ ข้อ คำถามที่ค้างคาใจ ครอบครัว



นอกจาก นี้ กิจกรรมช่วงเช้าคือเดิน ตาม บิณฑบาต ระยะทาง 6 กิโล ไปกลับก็ 12 กิโลเมตร เดินไปกลับแบบไม่เหนื่อย เพราะ บรรยากาศ ข้างทาง อากาศ ยามเช้า เย็นสบาย หน้าที่ ของ ผู้เดินตาม คือช่วย เอาของที่ชาวบ้าน มาใส่บาตร มาใส่ถุง ย่าม ช่วยพระท่านไม่ให้หนัก เพราะท่านต้องเดินเท้าเปล่า บาตรก็หนักอยู่แล้ว แม่ชีฟิน จะ กระตุ้น ให้ทุกคนได้ทำทุกกิจกรรม การ ทำอาหาร ปัดกวาด เช็ดถูวัด ช่วยกัน ทุกวัน ซึ่ง ใครที่ได้ ทำอาหาร ถวายพระ ก้อถือว่า เหมือน ได้ ทำ สังฆทาน พระมี 4รูป รวม พระ อาจารย์ไพศาล ถือเป็นสังฆทาน อัตโนมัติ และ ภารกิจ ตอนเช้า หลัง บิณฑบาต ก็ ถวายจังหัน รับพรและทานข้าวส่วน การ

ทำวัตร เย็น ก้อ ทำ ร่วมกัน ทำ เสร็จก้อ ฟังเทศน์พระอาจารย์ ไพศาล และ ฝึกเจริญสติ ต่อ เดินจงกรม โดย พระ อาจารย์ เอ็ม สอน พื้นฐาน ให้ ก่อน ทำไม จึงต้องเจริญสติ วิธีที่ถูกต้อง ฝึก ทำบ่อยๆ ซ้อม ทุกวัน เหมือนนักมวย เวลา ขึ้นชก ก้อจะได้ ชนะ ชนะความคิดปรุงแต่ง ชนะ ความคิด ที่ เป็น อกุศล

กิจกรรม ของ การเยียวยา วันที่ 2 ก็ เริ่ม จาก พาทุกคนหาพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ ปลอดภัย ส่วนใหญ่ ครอบครัว และ ภาพที่มี คนที่จากไป อยู่ ด้วย แม่น้องสายปอ ภาพ สายปอ รับปริญญา เป็นภาพที่แม่นึกแล้ว ก้อ มีความสุขถึงแม้จะ ไม่สามารถเป็นไปได้ แล้ว กิจกรรมต่อมา ให้ทุกคน เล่าเรื่อง การสูญเสีย จากนั้น มี ก็ เขียน แผนที่ ความเศร้า แต่ก่อนเขียน ในช่วงที่เล่าเรื่อง แบ่งปัน การสูญเสีย ได้สอดแทรก ความรู้ เรื่อง grief process เข้า มา เป็นระยะตามจังหวะ ของกลุ่ม และจาก ที่เล่า เพื่อให้ เห็นภาพ ให้ ทุกคน เขียน แผนที่เดินทาง จาก จุดเริ่มต้น เมื่อ สูญเสีย เกิด อะไรขึ้น เมื่อ ออกดินทาง มี การ แวะปั๊ม เติมกำลังใจ มี ศาลาระบายใจ มี สะพาน ข้ามผ่าน จุดสิ้นสุด คือ บอก ได้ว่า ตอนนี้ อยู่ ตรงจุดไหน process ไหนของความเศร้า และ เจอหลุม เจอเหว อะไร บ้าง นั่นคือ มีอะไรที่เหนี่ยว รั้ง ความ เศร้าไว้ ไม่ให้ เดินไป ต่อได้ ตาม process สรุป บทเรียนนี้ คือ ทุกคน ต่างก้อมองเห็นตัวเอง และ เข้าใจ ตัวเองมากขึ้น ซึ่ง แต่ละคน มีความ เป็น ปัจเจก แต่ละคน มี จุด ที่เป็นเหว คือ ความ คับข้องในใจ คือ การไม่บอกความจริง ความรู้สึกผิดต่อ

ยกตัวอย่าง แม่ สายปอ (นามสมมุติ) เคส มะเร็งสมอง เคสนี้พยาบาลเจ้าของไข้คือคุณปาริชาติ สิ่ง ดึงรั้ง ความเศร้า คือ พ่อกับแม่ ร่วม มือกันโกหก ลูก ทำให้ ลูกไม่ อยู่ กับความหวัง ที่เป็นจริง บอก ลูกตลอดว่า หายๆ โรคของหนู ไม่มีระยะ

และ อีกอย่างคือ แอบส่งเฟสเพื่อนสายปอ ไปฝึกงาน โห...มันเจ็บแปล๊บๆ เราไม่มีวาสนา

ครอบครัวคุณลุงใหญ่(นามสมมุติ) ที่เขียน จดหมายคร่ำครวญมา ถึงทีม สิ่งดึงรั้งคือ ความคิดถึง

ช่วงแรก ยิ่ง คิด ยิ่ง เศร้า ภาพที่ ทรมาน ของ คน ป่วย การตัดสินใจ เซนต์ ให้หมอผ่าตัด ผ่าแล้วยิ่งแย่ กว่าเดิม ไม่น่า ผ่าเลย รู้สึกผิด กิจกรรทุกกิจกรรม ใช้เวลา เพราะ มีบางจังหวะที่ต้อง ทอดเวลา ให้ เปิด อารมณ์ เต็มที่ และเปิด พื้นที่ ระบาย




และ ก่อนจบ ได้ สรุป เติม ความรู้ ผ่าน บทเรียน ของ แต่ละคน

1. จุดเริ่มต้น ก้อคือทุกคนมีจุด เริ่มต้นเหมือนกันคือสูญเสีย

2.ระหว่างเดินทาง การเดินทางของความเศร้า มีคนคอยประคอง มีคนคอยรับฟัง (ศาลาระบายใจ)ซึ่งทุกคนถ้ามี จะดีมาก แม่สายปอ มีสามี เป็นศาลาระบายใจ

เพราะคนที่ไม่มี อาจทำให้เศร้าผิดปกติได้

3. กำลังใจจากคนที่รัก เหมือน ปั๊มเติมกำลังใจ

การให้กำลังใจจากเพื่อนร่วมงาน

4. หลายคนพูดถึงการทำบุญระหว่างทาง มี ทำบุญหา อุทิศให้ นี่คือ การใช้ จิตวิญญาณในการเยียวยาสำคัญ

5.ความทุกข์ทรมานของ ผู้จากไป ก็มีผลต่อ การ ดึงรั้ง เป็น หุบเหวไม่ให้สามารถก้าวผ่านกระบวนการความเศร้าโศกได้

6.สะพานข้าม ความเศร้า แม่โล่งนะ เมื่อลูก เสีย ลูก อยู่คือลูกทรมาน มันสบายใจบอกไม่ถูก คิด แล้ว ก้อ ไม่เศร้า


.........♡♡♡........






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกของผู้หญิงสีขาว



ความเห็น (4)

การเลือกกิจกรรมมีความสำคัญมากนะครับ กุ้ง

อยากรู้ว่า เวลาส่วนใหญ่อยู่คนเดียว หรืออยู่รวมกัน ผมหมายถึง เราควรปล่อยให้เขามีเวลาทบทวนคนเดียว หรือ ใช้กระบวนการจากกิจกรรมต่างๆ ให้เขาคิดตามไป เลยอยากรู้เรื่องสัดส่วนของเวลาครับ

อาจารย์เต็ม คะขอบพระคุณมากๆ ค่ะสำหรับข้อเสนอแนะ

สัดส่วนของเวลา

ทุกคนจะอยู่ในกิจกรรมตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง จนถึงประมาณ 1 ทุ่ม มีเวลาให้พัก เบรค และผ่อนคลาย ช่วงอยู่กับตัวเองคือเป็นช่วงที่ฝึกเจริญสติ ประมาณ วันละ ชั่วโมง และก่อนนอนให้เขียน diaryบันทึกกิจกรรมและความรู้สึก สำหรับค่ายแรกที่จัด แต่ค่ายนี้ไม่ได้เขียนค่ะ อาจารย์ เต็ม อาจารย์เสนออะไรเพิ่มเติมช่วยกุ้ง อีกคะ

ตอนนี้กำลังเรียนรู้บริบทและปรับ module ตามบริบทด้วยค่ะ

ที่กุ้งจัด แสดงว่า ผู้เข้าร่วมใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว

ผมไม่มีคำแนะนำ แค่อยากรู้ครับว่า เรื่องแบบนี้ ควรจัดเวลาอย่างไร


พี่แก้วเห็นงานกุ้งทำ เพื่อเยียวยาผู้สูญเสีย

ขอชื่นชม

พี่แก้วก็สูญเสียแม่ ไป 26 กันยายน2559

ผ่านความรู้สึกเสียใจ guilty สารพัด เหมือนเราดูแลแม่ได้ไม่ทัน

8 เดือน รู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าเห็นภาพแม่ทีไร ยังรู้สึกคิดถึงมาก

บางทีก็บอกกันว่า แม่ไปสบายแล้ว ค่อยผ่อนคลายได้บ้าง

ถ้ากุ้ง ถอดบทเรียนคนที่สูญเสียออกมาได้ชัด

จะช่วยคนเหล่านี้ได้มากจริงๆ

พี่แก้ว

14 พค256