ชีวิตคนเราหมุนเวียนเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ในโลกเรานี้แม้ว่ามีศาสนามาปรากฏกายบนโลกเรา ที่สุดของที่สุดเรือนร่างท่านที่เคารพที่ถือเป็นศาสนาก็ต้องดับเป็นธุลีดิน จนมีคำกล่าวว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนอะไรประมาณนั้น อันที่จริง คนที่จับหลักได้หรือมีหลักดีไม่ค่อยมีปัญหาอะไร สำหรับคนที่ไหลลื่นหรือหลักลอย ท่านมักจะปร่ำบ่นก่นโทษปี่โทษกลองไปเรื่อย ๆ จนคนฟังงุนงง สงสัย ว่า ชีวิตเราญาติสนิทชิดเชื้อจะไปแนวทางใดกัน
ชีวิตคนน่านไม่ต่างจากชีวิตผู้คนในเมืองอื่น หรือจังหวัดอื่นบนแผ่นดินไทย สมัยโบราณแผ่นดินน่านดูห่างไกลความเจริญ จนมีคำกล่าวขาน ถามไถ่กันว่า มีด้วยหรือ น่าน หรือ จังหวัดน่าน เวลาเราไปเรียนเมืองกรุง บางกอก ไม่ค่อยพูดจาภาษาน่าน กำเมืองน่าน กันสักเท่าไหร่เพราะสมัยก่อน เมื่อเวลาเราพูดมักถูกมองว่า เหมือนคนแปลก ๆ ประมาณนั้น เวลาล่วงเลยมานา สถานการณ์เปลี่ยนไป จากน่านธรรมดาเริ่มเป็นน่านไม่ธรรมดา ประมาณนี้ครับท่านผู้อ่่านทุกท่าน
9 เม.ย.2560