จิตอาสาที่โรงเรียนสอนคนตาบอด

ในวันที่เสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เราและเพื่อนๆได้ไปทำจิตอาสาที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งภายในก็จะมีโรงเรียนสอนคนตาบอด เมื่อเข้าไปตอนแรกก็รู้สึกประหม่า เพราะว่าไม่เคยสอนหนังสือ และเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูด จึงทำให้กลัวว่าจะสอนหนังสือน้องแล้วน้องไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้เข้าไปแล้ว พี่ที่ดูแลเรื่องของอาสาสมัครเขาก็ให้เราจับคู่กับเพื่อนแล้วสอนน้องมาย(นามสมมติ) ทำให้ความประหม่าลดลงเพราะว่ามีเพื่อน วิชาที่น้องให้สอนคือวิชาประวัติศาสตร์ การสอนของเราก็จะเป็นการสอนที่เราจะต้องเขียนสรุปเป็นเนื้อหาให้น้องส่งคุณครูให้ พร้อมทั้งอ่านให้น้องฟัง ตอนแรกก็คิดว่าน้องจะจำได้ได้ยังไง เพราะอย่างเรา เราฟังเฉยๆแบบที่ไม่ได้เห็นหรืออ่านไปด้วย เราก็มักจะตามไม่ทันอยู่เสมอ แต่พอถามทวนน้อง เกี่ยวกับสิ่งที่สอนไป น้องก็สามารถจำได้อย่างแม่นยำ ระหว่างที่ได้สอน ก็มีพี่ที่จบจากโรงเรียนนี้ไปกลับมาเยี่ยมเยียนน้องๆ ซึ่งพี่เอและพี่นิว(นามสมมติ)ก็ได้เข้ามาพูดคุยกับเรา และพี่เอก็ได้เล่าให้เราฟังว่าน้องมายตอนแรกไม่ค่อยมีเพื่อนคุยด้วย และมีความน้อยใจที่แม่ไม่สนใจตนเอง น้องเลยเก็บตัวอยู่คนเดียว พอพี่เอได้มาเจอน้องก็เข้าใจได้ทันทีว่าน้องเป็นอะไร เพราะตนเองเคยมีประสบการณ์มาก่อน น้องมายจึงมีความสุขขึ้น หลังจากที่ติวจนเย็นแล้ว น้องก็ไปช่วยเพื่อนทำงานส่งคุณครู ส่วนเราก็ได้นั่งคุยกับพี่นิว พี่นิวก็ได้ขอให้เราอ่านหนังสือเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่9 เราก็บอกไปว่าได้ค่ะ เราจะอ่านให้ แต่ความจริงแล้วเราเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกลัว เพราะเราอ่านหนังสือออกเสียงไม่เก่ง ชอบอ่านติดๆขัดๆ แต่พี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร และคอยช่วยในคำที่ยาก ซึ่งเราอาจจะออกเสียงได้ไม่ถูกต้อง หลังจากนั้นเราก็กลับไปรวมกับเพื่อนๆที่มาด้วยกัน เพื่อนๆก็กำลังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานอยู่กับน้องอีกคนหนึ่ง เราเลยเข้าไปร่วมวงร้องเพลงด้วยอย่างสนุกสนาน เมื่อถึงเวลาทานอาหารเย็นเราก็ได้เข้าไปช่วยเพื่อนๆที่มาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขามีจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารน้องๆ และขายของทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยการที่ผู้ซื้อก็ซื้อสินค้า คือ กระเป๋า และ หมวก ใบหนึ่งก็จะเป็นของผู้ที่ซื้อ อีกใบหนึ่งก็จะนำมาให้น้องๆที่โรงเรียนสอนคนตาบอด เราก็ได้ไปพูดคุยกับน้องๆในระหว่างที่ทำกิจกรรม น้องๆก็น่ารักและเป็นกันเอง ชวนเราคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ เรารู้สึกมีความสุขมากๆที่ได้มาดูแลน้องๆ ถึงเม้จะช่วยไม่ได้มาก ไม่ได้มีเงินทองหรือสิ่งของที่จะช่วยเหลือ มีแรงกายที่ทำให้เราได้มาเจอกัน พูดคุยกัน ช่วยเหลือกัน ถึงแม้น้องจะมองไม่เห็นพวกเรา น้องคงรับรู้ได้ถึงความสุขที่เรานำมามอบให้ น้องบอกกับเราว่าน้องดีใจที่เรามาหาน้อง อยากให้มาอีก และเราก็ได้รับความสุขจากการที่ได้ดูแลน้องตลอดทั้งวัน ได้คลายความกังวลในเรื่องต่างๆ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ จริงๆแล้วการที่เราไปช่วยแบบนี้เหมือนเราเป็นคนที่ให้ฝ่ายเดียว แต่จริงๆแล้วเราก็ได้รับนะ เรารู้สึกว่าเราได้รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เราไม่ควรหนีมัน เราควรเผชิญหน้ากับมัน ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว ผลที่เกิดขึ้นก็จะออกมาดี เหมือนเรื่องความประหม่าของเราที่เราลองสอนน้องดู ก็ทำให้เราได้ฝึกตัวเอง ทั้งการอ่าน การเขียน และการกล้าแสดงออก หลังจากที่ทำเสร็จ เราก็กลับมาหอ แต่ความรู้สึกที่ดี ยังจะคงอยู่ในใจของเราไปตลอด และเราก็คิดว่า ุ้ามีเวลาเราก็อยากแวะไปหาน้องๆอีก อยากจะไปช่วยเหลือน้องๆอีก อยากให้น้องๆมีความสุขค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ณัชชา เพชร์สินธพชัย



ความเห็น (0)