เก็บตกวิทยากร (33) : พัฒนาศักยภาพสภานักเรียนโรงเรียนเมืองพลพิทยาคม (สิ่งที่คิดและสิ่งที่อยากจะทำ)

ผมอยากจะบอกว่านี่คือกระบวนการทำแผนกิจกรรมของสภานักเรียนที่อิงกรอบการ SWOT แบบกรายๆ แต่ด้วยความเป็นนักเรียน ผมจึงไม่ได้เอากระบวนการทั้งหมดมาใช้กับพวกเขา เน้นประยุกต์ให้เกิดการเรียนรู้แบบบันเทิงเริงปัญญา แต่ก็แอบอิงอยู่กับข้อมูลจริงทั้งที่เป็นจุดอ่อน จุดแข็งและการถกคิดแบบมีส่วนร่วม

กระบวนการจัดการเรียนรู้ของผมเริ่มต้นอีกครั้งในช่วงประมาณเกือบๆ จะ 11 นาฬิกาของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 อันเป็นช่วงที่นักเรียนกลับจากการ "เดินป้า" ศึกษานิเวศวัฒนธรรมของมหาชีวาลัยอีสาน


อันที่จริงกระบวนการทั้งปวงของวันนี้ ผมต้องเริ่มจากการบ้านที่ฝากให้แกนนำนักเรียนในแต่ละกลุ่มได้ขบคิดตั้งแต่เมื่อคืน (วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560) นั่นก็คือ “โครงการ หรือกิจกรรมที่อยากจะทำในโรงเรียนเมืองพลพิทยาคมซึ่งในค่ำคืนที่ผ่านมา ผมให้แต่ละคนได้ "นึกและเขียน" ถึงเรื่องที่อยากจะทำ โดยบอกกับนักเรียนว่า หากเขียนเป็นชื่อโครงการเลยยิ่งดี หรือเอาแค่ประเด็นที่อยากจะทำก็ได้ ซึ่งกระบวนการที่ว่านั้น ผมออกแบบให้ต่อยอดมาจากตาราง 4 ช่องที่ผมแทรกไว้ในกระบวนการก่อนหน้านี้







ย้อนกลับไปอีกสักนิด- กระบวนการที่ว่านั้นผมให้นักเรียนเขียนถึงเรื่องราวดีๆ ในในโรงเรียนไว้โดยสังเขป เสมือนการค้นหาต้นทุนดีๆ ในโรงเรียนแบบกรายๆ โดยที่เขาไม่รู้ตัว เป็นกระบวนการเสาะหาข้อมูลบางอย่างเพื่อเตรียมผูกโยงมาสู่การจัดทำแผนงานกิจกรรมของสภานักเรียน ซึ่งกระบวนการที่ว่านั้น ผมไม่ได้อธิบายว่าจะต่อยอดมาสู่กิจกรรม หรือกระบวนการที่ว่านี้

และกระบวนการถัดมา ผมก็ให้แต่ละคนได้เล่าสู่กันฟังว่าแต่ละคนมีความคิดความฝันที่จะจัดกิจกรรมอะไรบ้าง พร้อมๆ กับการให้แต่ละกลุ่มลองโสเหล่และเลือกกิจกรรมที่อยากจะทำมาสักกิจกรรม หรือสองกิจกรรม โดยใช้หลักคิดของอริยสัจ 4 เป็นกรอบในการขบคิด ได้แก่ ค้นหาปัญหา ค้าหาสาเหตุของปัญหา กำหนดเป้าหมาย และกำหนดแนวทางของการทะลุทะลวงไปสู่เป้าหมาย - อันหมายถึงคลี่คลายปัญหา


ผมอยากจะบอกว่านี่คือกระบวนการทำแผนกิจกรรมของสภานักเรียนที่อิงกรอบการ SWOT แบบกรายๆ แต่ด้วยความที่ว่าพวกเขายังเป็นนักเรียน ผมจึงไม่ได้เอากระบวนการทั้งหมดมาใช้กับพวกเขาให้เคร่งเครียดและเป็นทางการมากนัก จึงเน้นประยุกต์ให้เกิดการเรียนรู้แบบบันเทิงเริงปัญญา แต่ก็แอบอิงอยู่กับข้อมูลจริงทั้งที่เป็นจุดอ่อน จุดแข็งและการถกคิดแบบมีส่วนร่วม





กำหนดการ (...เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา...)


เอาเข้าจริงๆ ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงกัน “หน้างาน” อยู่ดี - เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องร้องถามผู้เข้าร่วมกระบวนการว่าทำอะไรถึงไหนแล้ว... ทว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงจากมุมมองการสังเกตการณ์ของผมนี่แหละ


สรุปคือผมรู้ว่าเด็กยังไม่ได้ทำการบ้านที่ผมมอบให้ เพราะเมื่อเช้าเดินสวนป่าเพลินซะนาน ทานข้าวเช้าก็เสร็จเอาในราวเกือบๆ จะ 11 นาฬิกา ดังนั้น ไม่มีเหตุผลกลใดที่ผมจะไม่ปรับแต่งกระบวนการ หรือกำหนดการใหม่




ผมเริ่มกระบวนการจากการมอบโจทย์เพิ่มเติม กล่าวคือให้แต่ละกลุ่มโสเหล่กันใน 2 ประเด็น คือ (1) สะท้อนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทัศนศึกษาในสวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน (2) สะท้อนกิจกรรม/โครงการที่อยากจะทำในโรงเรียนของตนเอง โดยกำหนดให้ไปโสเหล่กันที่ไหนก็ได้ แต่ต้องกลับมาอย่างพร้อมเพรียงในราว 11.30 น.


ใช่ครับ-เวลาแสนจำกัดนัก แต่นี่คือการฝึกทักษะของการทำงานในสถานการณ์ที่บีบรัด ซึ่งผมมองว่านี่คืออีกหนึ่งทักษะของผู้นำที่เขาต้องมี

และด้วยความที่เวทีครั้งนี้จำกัดด้วยวัสดุอุปกรณ์ ผมจึงเน้นการให้บอกเล่า หรือบรรยายผ่านกระดาษขนาดเล็กมากกว่าการทำผังมโนทัศน์แผ่นใหญ่ๆ เพื่อบอกย้ำว่าผู้นำที่ดีต้องมีทักษะในการสื่อสารสร้างพลังผ่านคำพูด โดยไม่ติดยึดเรื่องตัวช่วยอันเป็นสื่ออื่นๆ ไปเสียทุกเรื่อง





ที่เขาคิด และอยากจะทำ

ก่อนที่แกนนำนักเรียนจะมานำเสนอตามโจทย์ที่กำหนดให้ ผมประสานบรรดาอาจารย์ทั้งที่เป็นที่ปรึกษาและที่เกี่ยวข้องได้ช่วยรับฟัง พร้อมทั้งรับฟังว่ากิจกรรมไหนเป็นกิจกรรมใหม่หรือกิจกรรมเก่า สอดคล้องกับข้อมูลในกระบวนการที่ผ่านมากี่มากน้อย รวมถึงการเตรียมความพร้อมที่จะร่วมโส่เหล่ร่วมกับนักเรียน


การเตรียมการที่ว่านี้ผมก็ไม่ได้แจ้งนักเรียนเลยนะครับ เพราะอยากให้เขาทำหน้าที่ของเขาแบบเต็มที่โดยไม่ต้องมาพะวงว่าจะมีคนมาตีกรอบ หรือท้วงทัก !

พอได้เวลา – ผมก็เปิดเวทีตามความพร้อม หมายถึง ใครพร้อมก็มานำเสนอ ไม่บังคับกะเกณฑ์ว่าใครก่อนใครหลัง แต่มีแซวบ้างว่า พอกลุ่มที่นำเสนอเสร็จแล้ว พึงใจอยากฟังกลุ่มใดออกมานำเสนอก็ “โยนไมค์” ไปได้เลย 555




ดังนั้นกระบวนการที่นำเสนอจึงเริ่มจากการสะท้อนผลการเรียนรู้ของภาคเช้าในการเดินสวนป่ามหาชีวาลัย ซึ่งนักเรียนก็สะท้อนได้อย่างน่าชื่นชม เก็บรายละเอียดได้เยอะมาก ทั้งปรากฏการณ์ของต้นไม้ต้นหนึ่งประกอบด้วยอะไร เติบโตอย่างไรมีสรรพคุณอย่างไร บางกลุ่มพูดถึงสวนผักปลอดสาร บางกลุ่มพูดถึงการเลี้ยงแพะ บางกลุ่มพูดถึงพลังงานทางเลือก (พลังงานแสงอาทิตย์) ฯลฯ


และที่ผมชอบมากก็คือบางคนถึงกลับอุทานหลุดออกมาว่า “ลืมไปเลยว่าที่โรงเรียนก็มีต้นไม้ประเภทนี้เหมือนกัน” --- เข้าตำรา “หันกลับไปดูบ้านเกิด” หนึ่งในแนวคิด 9 ข้อของการเรียนรู้ชุมชนที่ผมเขียนไว้อย่างมหัศจรรย์





ส่วนกรณีประเด็นกิจกรรมที่อยากจัดขึ้นในนามสภานักเรียนนั้น ต้องบอกว่าชวนคิดตามเป็นที่สุด เกือบ 100 % คือ “คิดใหม่” แทบทั้งสิ้น ประหนึ่งการตอกย้ำว่าที่ผ่านมาพวกเขายังไม่ได้คิดและทำในสิ่งที่พวกเขาเฝ้าฝันเลยก็ว่า เป็นต้นว่า

  • เขาอยากซ่อมแซมห้องน้ำในโรงเรียน
  • เขาอยากปลูกต้นจานไว้ให้มากๆ เพราะ “ถนนต้นจาน” เป็นต้นไม้ประจำโรงเรียน และถูกตัดทิ้งไปก็หลายต้น
  • เขาอยากติวเตอร์พี่กับน้อง ติวเตอร์เพื่อนกับเพื่อน
  • เขาอยากตกแต่งห้องเรียนด้วยไม้ประดับที่มีชีวิต
  • เขาอยากให้แต่ละห้องมีคนดูแลประจำ เพราะที่นี่นักเรียนส่วนหนึ่งไม่มีห้องประจำ ต้องเดินเรียนทั้งวัน เพราะห้องไม่เพียงพอ
  • เขาอยากให้นักเรียนทั้งโรงเรียนท่องศัพท์เขียนศัพท์และความหมายอันเป็นภาษาต่างประเทศผ่านหน้าเสาธงร่วมกันอย่างน้อยวันละคำ
  • เขาอยากมีแปลงผักและการเลี้ยงสัตว์ในโรงเรียน
  • เขาอยากมีเวทีให้แสดงความสามารถที่หลากหลายเดือนละครั้งสองครั้ง และมีพื้นที่รองรับอย่างเป็นรูปธรรม
  • เขาอยากมีกิจกรรมกับศิษย์เก่าเป็นระยะๆ
  • เขาอยากจัดการเรื่องขยะในโรงเรียน
  • เขาอยากจัดการเรื่องวินัยจราจร
  • ฯลฯ



ใช่ครับ – สิ่งที่เขาสะท้อนออกมานั้น ล้วนเป็นกิจกรรมใหม่ๆ ที่ยังไม่มีขึ้นในโรงเรียน ทั้งเขาและอาจารย์ต่างยืนยันว่าเป็นการคิดใหม่และอยากจะทำขึ้นใหม่ ไม่ใช่การทำหน้าที่แค่เพียงเฝ้าระวังและเฝ้าจับผิดพฤติกรรมของนักเรียนด้วยกันเองในแบบวันต่อวัน หรือกระทั่งการจับคนมาสายเพื่อให้มาคัดเพลงชาติไทยหลายๆ จบ แต่กลับไม่ออกแบบให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมควบคู่กันไป .....

นั่นคือสิ่งที่เขาคิด และพูดออกมา

ผมว่า “เข้าท่าดี” นะครับ

เข้าท่าดีในที่นี้หมายถึง ให้เขาได้ทำในสิ่งที่คิด เพราะสิ่งที่เขาคิดมีนัยสำคัญชวนคิดตามเป็นอย่างมาก

โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากให้เขาได้ลองทำในสิ่งที่เขาคิดและอยากจะทำจริงๆ เพราะเหมือนที่พูดมานานแล้วว่า ผู้นำที่ดีในมิติของผมก็คือ กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ ----

ถ้าคิดแล้วไม่ได้ทำ จะรู้ได้อย่างไรว่าดี หรือไม่ดี สำเร็จ หรือล้มเหลว

ถ้าไม่ได้ทำ แล้วจะเรียนรู้กับคำว่า “รับผิดชอบ” ได้อย่างไร

นั่นคือสิ่งที่ผมสะท้อนคืนกลับไปยังนักเรียนและคณะครูในเวทีนั้น


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#กิจกรรม#swot#กระบวนการ#มหาชีวาลัยอีสาน#โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม

หมายเลขบันทึก: 623522, เขียน: 17 Feb 2017 @ 16:52 (), แก้ไข: 29 Mar 2018 @ 00:12 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 4, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ฝึกความเป็นผู้นำนะครับ ;)...

เขียนเมื่อ 


สวัสดีจ้ะ แวะมาทักทายก่อนนอนจ้ะ

เป็นการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

เขียนเมื่อ 

ครับ .

อาจารย์ Wasawat Deemarn


จริงๆ กระบวนการเหล่านี้ มีเรื่องที่เกี่ยวกับผู้นำแทรกไว้เนียบๆ เช่น จิตนาการ การวิเคราะห์ปัญหา ประชาธิปไตย การสื่อสาร การอธิบาย การอภิปราย คามเป็นทีม ฯลฯ

ก็ได้แต่หวังว่านักเรียนจะเข้าใจ เพราะไม่อยากบรรยายภาคทฤษฎีมากจนเกินเหตุ ครับ


เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากๆ ครับ

พี่ คุณมะเดื่อ


อากาศทางโ้นเป็นยังไงบ้างครับ ทะเลไร้คลื่นบ้างมั๊ย 555


เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

พี่ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช

ใจจริงก็อยากเจาะลงที่การระดมแผนงานของสภานักเรียนเลยครับ แต่ด้วยเหตุบางอย่างเช่น แกนนำมาไม่ครบ และกลัวจะออกแนววิชาการเกินไป เลยผ่องถ่ายผ่านกระบวนการในแบบบันเทิงเริงปัญญา เป็นหลัก ซึ่งถ้าไม่เข้าข้างตัวเองมากนัก นักเรียนก็มีปฏิกริยา -ตื่นตัวและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งเลยครับ