“Priceza” เปิดกลยุทธ์มัดใจนักช้อปยุค Millennials ชูจุดขาย “นำเสนอตรงใจ ทันกระแส สร้างความแตกต่าง”

“Priceza” ผู้ให้บริการเครื่องมือค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา (Shopping Search Engine) อันดับ 1

ของประเทศไทย จัดงาน “Priceza Awards 2016” มอบรางวัลให้กับสุดยอดอีคอมเมิร์ซไทย พร้อมดึง “กูรู” ระดับประเทศร่วมเผย “เทคนิคและกลยุทธ์มัดใจนักช้อปยุค Millennials” ต้องทันกระแส ตรงใจตรงความต้องการคนรุ่นใหม่ และสร้างความแตกต่าง


นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ให้ความเห็นถึงหัวข้อเสวนา “กลยุทธ์มัดใจนักช้อปยุค Millennials” ที่จัดขึ้นภายในงานมอบรางวัล “Priceza Awards 2016” ให้กับร้านค้าอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้บริโภค โดยระบุว่า วันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้เลือกซื้อสินค้าที่ราคาถูกเสมอไป จากฐานข้อมูลผู้ใช้บริการกว่า 100 ล้านครั้งต่อปี ทำให้เราพบว่าสินค้าที่ “ดี มีคุณภาพ และน่าเชื่อถือ” คือตัวแปรสำคัญของการตัดสินซื้อของผู้บริโภค

โดย นายขจร เจียรนัยพาณิชย์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MacThai.com กล่าวถึงกลยุทธ์มัดใจนักช้อปยุค Millennials ว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายคนมักบ่นว่าขายของยาก เนื่องจากสูตรหรือวิธีการต่างๆ ที่เคยใช้มา ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาบนทีวี หรือภาพสวยๆ ไปวางไว้ในนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ไม่สามารถใช้ได้ผลหรือจูงใจผู้ซื้อได้แล้วในปัจจุบัน แล้วอะไรที่ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อ ในมุมมองของตนเองนั้นคิดว่าอะไรที่ตรงใจกับสิ่งที่ผู้ซื้อมองหาอยู่นั่นคือสิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้นักช้อปตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ

“เราต้องรู้ธรรมชาติของคน Gen-M ว่าไม่ดูทีวี ไม่เสพสื่อรุ่นเก่า อ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารน้อยลง วันนี้คนไทยติดมือถือมากขึ้น โฆษณาบนโลกโซเซียลเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ต้องสั้น ต้องสร้างกระแสให้เกิดในโลกออนไลน์ให้ได้ ต้องผูกตัวเองให้เข้ากับกระแสในโลกออนไลน์ก็จะช่วยการขายได้มากขึ้น เพราะพฤติกรรมของคนไทยจะเห่ออะไรเป็นพักๆ ดังนั้นการโฆษณาให้เข้าถึงคนกลุ่มนี้จะต้องเข้าไปแย่งชิงพื้นที่ timeline ใน Facebook หรือ IG ของเขาให้ได้ก็จะสามารถทำให้เขาตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้”

นายศุภเดช สุทธิพงศ์คณาศัย พิธีกรรายการล้ำหน้าโชว์ กล่าวเสริมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันว่า ผู้ประกอบการร้านค้าต้องเรียนรู้ว่า Gen-M User นั้นอยู่ที่ไหน ทำอะไร แต่ละวันคนกลุ่มนี้จะใช้ชีวิตอยู่แต่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดูจากแพ็กเกจของโทรศัพท์มือถือในบ้านเราจะเห็นว่าให้ในเรื่องของบริการข้อมูล Data ทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมหาศาล เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ สิ่งเหล่านี้แสดงว่าพฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่นั้นอยู่บนถือมือ

“คนรุ่นใหม่หรือ Gen-M มีความสนใจในเรื่องของการเปรียบเทียบราคาเป็นสำคัญ ส่วนการตัดสินใจซื้อจะเกิดขึ้นมาจากชื่อเสียงและความมั่นใจในตัวของผู้ขายมากกว่าที่จะดูเรื่องของราคาเพียงอย่างเดียว นอกจากการเปรียบเทียบราคาแล้วการตัดสินใจซื้อยังเกิดจากการดูรีวิวและอ่านประสบการณ์จากผู้ใช้ ถ้าประสบการณ์นั้นตรงกับปัญหาที่เขามีอยู่ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างไม่ยาก โดยคนกลุ่มนี้ถ้าจะซื้ออะไรก็ตาม สิ่งนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือ the best ในกลุ่มของตนเอง ประกอบกับพฤติกรรมของคนสมัยใหม่ที่มีความอดทนต่อการรอคอยที่ลดลง ชื่นชอบความรวดเร็วทันใจก็จะเป็นโอกาสในการพัฒนาการให้บริการในด้านต่างๆ ทั้งการตอบคำถาม การจ่ายเงิน และบริการจัดส่งที่รวดเร็วของผู้ขายให้โดนใจผู้ซื้อ ร้านค้าเองก็ต้องเร็วและเกาะกระแสให้ทัน และผูกสินค้าของเรากับกระแสในโลกโซเซียลให้ได้”

“วันนี้ผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจในความต้องการของคนในยุคนี้เป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอประสบการณ์ให้ตรงกับใจของคนรุ่นใหม่ การนำเสนอสินค้าที่ตรงกับกระแสและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค การพยายามเดาว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคของเรานั้นต้องการอะไร และค้นหาช่องทางต่างๆ การสำเสนอสินค้าของตัวเองไปสู่คนกลุ่มนี้ให้ได้ก็จะทำให้ร้านค้า ต่างๆ ประสบความสำเร็จในการขายกับคนรุ่นใหม่ได้” ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MacThai.com ระบุ

สอดคล้องกับมุมมองของ พิธีกรรายการล้ำหน้าโชว์ ที่ยืนยันว่าการขายในยุคนนี้นั้นต้องทำเนื้อหาให้เอาชนะใจผู้บริโภคให้ได้ในขณะเดียวกันก็จะต้องรวดเร็ว สั้น และเข้าใจง่าย “จุดหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับผู้ขายก็คือต้องรู้ใจและรู้ปัญหาว่าคนกลุ่มนี้เขาต้องการอะไร หาจุดนั้นให้เจอ หาปัญหาของเขาให้เจอ ช่วยแก้ปัญหาและความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ เราก็จะได้ใจของเขามา ทำอย่างไรให้เขารู้สึกว่าต้องซื้อ และสินค้านั้นๆ สามารถช่วยเขาได้ สร้างความพิเศษให้กับสินค้าของคุณ เพราะวันนี้คนรุ่นใหม่ต้องการความแตกต่างและไม่ได้ต้องการสินค้าแบบที่ใครคนอื่นๆ ก็มี” นายศุภเดชกล่าวเสริม

จากผลวิจัยของกูเกิลและเทมาเส็กล่าสุดที่ระบุว่าตลาดออนไลน์ในประเทศไทยจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 29 จากมูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025มีประเทศไทยเป็นผู้นำในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีความเป็นไปสูงมาก เพราะถ้าดูจากข้อมูลวันนี้ประเทศไทยที่มี Gross Merchandise Value สูงที่สุดในกลุ่ม และคาดว่าในปี 2017 นี้มูลค่าการซื้อขายจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 20 อันเนื่องมาจากการเข้าถึงการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาและลงทุนในระบบ E-payment ในแพลทฟอร์มต่างๆ จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจ E-commerce ไทยเป็น Eco-System ที่มีความแข็งแกร่ง” CEO Priceza กล่าวสรุป.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แม่นักเล่า



ความเห็น (0)