ทำไมจึงต้องมีธนาคารสหกรณ์ในประเทศไทย น้ำธรรมดา น้ำหอม กะละมัง ขันน้ำ

ทำไมจึงต้องมีธนาคารสหกรณ์ในประเทศไทย น้ำธรรมดา น้ำหอม กะละมัง ขันน้ำ


ธนาคารสหกรณ์ ก็ดั่งเช่น ธนาคารอื่น ๆ เปรียบเหมือน กะละมัง
เงินที่หมุนเวียนในธนาคารทั่วไปรวมทั้ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปรียบเหมือน น้ำธรรมดา
เงินที่หมุนเวียนในธนาคารสหกรณ์ เปรียบเหมือน น้ำหอม (เพราะเป็นเงินเพื่อ ช่วยตน ช่วยกัน ด้วยน้ำใจไมตรี ระหว่างสมาชิกสหกรณ์)

ขันเล็ก เปรียบเหมือน สหกรณ์เล็ก (small scale)
ขันกลาง เปรียบเหมือน สหกรณ์ขนาดปานกลาง (medium scale)
ขันใหญ่ เปรียบเหมือน สหกรณ์ ขนาดใหญ่ (large scale)

การใช้ขันตักน้ำออกจากกะละมัง เปรียบเสมือน การกู้เงินของสหกรณ์จากธนาคารสหกรณ์ มาใช้ตามความจำเป็น (need)

การนำน้ำในขันบางส่วนที่จะล้นเสีย ใส่ในกะละมัง เปรียบเหมือน การนำเงินที่เหลือจากการให้บริการของสมาชิกเพื่อตอบสนองความต้องการอันจำเป็น (need) ได้แล้ว ก็แบ่งปันให้เพื่อนสหกรณ์อ่านในขบวนการสหกรณ์ ได้โอกาสในการใช้เงิน โดยนำไปฝาก หรือถือหุ้นในธนาคารสหกรณ์

เงินที่หมุนเวียนอยู่ในขบวนการสหกรณ์ทุกประเภท เปรียบประดุจดั่งน้ำหอม เนื่องเพราะ เป็นเงินที่ สมาชิกสหกรณ์ ตั่งใจทำมาหากิน และอดออมสะสมไว้ ปรารถนาจะนำมาแบ่งปันช่วยเพื่อนสมาชิก ตามปรัชญาของการสหกรณ์ ช่วยตน ช่วยกัน (self help mutual help) โดยเพื่อนช่วยเพื่อนสมาชิกด้วยกัน บนความพอเพียง ตามความจำเป็น เพื่อใช้ก่อร่างสร้างตัว ครอบครัวมีความสุขตามควรแก่อัตภาพ มิได้หวังเป็นการลงทุน เป็นเงินที่แบ่งปันมาด้วยน้ำใจไมตรี ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การให้สหกรณ์ไปใช้บริการธนาคารสหกรณ์ (กะละมังน้ำหอม) ก็ย่อมจะทำให้น้ำใจไมตรี(น้ำหอม) ที่สมาชิกสหกรณ์จะหยิบยืนให้เพื่อนสมาชิก ได้ถูกนำไปแบ่งปัน ตามปรัชญาของการสหกรณ์ ธนาคารสหกรณ์จะไม่เชื่อมโยงกับ ธนาคารพาณิชย์ และ ธนาคารของรัฐ เนื่องจากเงินที่ได้มา และวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเหล่านั้นแตกต่างกัน

https://www.gotoknow.org/posts/595733
https://www.gotoknow.org/posts/610130

เมื่อไม่มีธนาคารสหกรณ์ (กะละมัง น้ำหอม) ต้องไปฝากเงินในธนาคารทั่ว ๆ ไป เงินดังกล่าวก็จะไปปนกับ เงินน้ำธรรมดา ทำให้ความหอมของเงินในธนาคารหรือสถาบันการเงินที่สหกรณ์นำไปฝากไม่ได้ใช้ตามวัตถุประสงค์ทางสหกรณ์ ความหอมลดลง

เมื่อไม่มีธนาคารสหกรณ์ สหกรณ์ใดเงินสหกรณ์ล้น (น้ำหอมล้น) ก็ไม่มีกะละมังใหญ่ไว้รองรับ ให้กู้ไปมาระหว่างกัน ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงกว่า เกิดน้ำหอมหกเสียของบางส่วน

เมื่อไม่มี ธนาคารสหกรณ์ สหกรณ์ใดเงินขาด ก็ต้องไปกู้ธนาคารทั่วไป ซึ่งวัตถุประสงค์ แตกต่างจากปรัชญาของการสหกรณ์ น้ำหอมในสหกรณ์ ก็เจือจางด้วยน้ำธรรมดา

การมีธนาคารสหกรณ์ย่อมจะทำให้น้ำหอมในขันใหญ่ ขันกลาง ขันเล็ก ไม่ล้นหก เมื่อล้นก็นำไปเทใส่กะละมัง หากขันใหญ่ ขันกลาง ขันเล็กใด น้ำพร่องไปก็นำน้ำจากกะละมังน่ำหอม มาเติมได้ ทำให้กระแสเงิน (น้ำหอม) ในขบวนการสหกรณ์สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง ภายในขบวนการสหกรณ์ สมประโยชน์ตาม ปรัชญาของการสหกรณ์

ประเทศไทยจึงต้องมี ธนาคารสหกรณ์โดยเฉพาะขึ้นมา จะโดยบัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสหกรณ์ที่จะมีขึ้นในภายภาคหน้า ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง ต่อขบวนการสหกรณ์ไทย

https://www.gotoknow.org/posts/609008

ในเวลาเดียวกัน หากมีการพิจารณา พัฒนาพระราชบัญญัติสหกรณ์ขึ้นใหม่ นอกจากจะให้มีบทเกี่ยวกับ ธนาคารสหกรณ์แล้วก็ขอให้มีบทที่เกี่ยวกับ

1. สหกรณ์ประกันภัย ไว้ประกันภัยพืชผลเกษตรของสมาชิกสหกรณ์ภาคเกษตร ด้วยก็จะดียิ่ง


2. สหกรณ์ประกันชีวิต สหกรณ์ประกันสุขภาพ จะได้ไม่ต้องหลบเลี่ยงเป็น บริษัทสหประกันชีวิตจำกัด และ ฌาปนกิจสงเคราะห์ในสหกรณ์ หรือชุมนุมสหกรณ์ อย่างที่เห็นกันอยู่


3. ขอให้สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กลับเป็น สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด อีกครั้งเหมือนเมื่อแรกตั้ง


4. ขอให้ พระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับใหม่ สอดรับ digital economy ได้คำนึงถึง digital co-operatives ที่เกิดขึ้น ในสภาพแวดล้อม fintech ใน Thailand 4.0 ด้วยก็จักขอบคุณยิ่ง

https://www.gotoknow.org/posts/609342
https://www.gotoknow.org/posts/606248


Peeraphong Varasen
วันเด็ก ที่ 14 มกราคม 2559
FB_การสหกรณ์ไทย By พีระพงศ์ วาระเสน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)