ตรังแห่งความสุข ใช้นวัตกรรมในการสร้างสุขร่วม 3 ภาค ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รุกจัดการประเด็นร้อน เรื่อง ดิน น้ำ ป่า นา เล เป็นพื้นที่ร่วมปฎิบัติการ


>คน วปช แม้สูงวัยแต่ใจเกินร้อย นั่งถกแถลงเรื่องเกษตรประณีต มาสู่เรื่อง เมืองไทย 4.0 ในการป้องกันชุมให้อยู่รอด
ปลอดภัย แม้ล่วงเลยเวลาพักผ่อน ก็ยังคงมีความสุขในถกแถลงแลกเปลี่ยนความคิด เพราะมีชาวบ้านผู้สนใจ ยังคง
สนทนา ซักถามในการรู้เท่าทัน นโยบายรัฐ ที่ทาง นักวิชาการชาวบ้านวปช.ได้ตกผลึกความคิด ออกมาเป็นวาทะกรรม
ของชุมชน ว่า
“เราต้องทำเอง เราต้องดักทางนโยบาย ตางค์ยัง “(เงินมี)
จากเกษตรประณีต จะร่วมสร้างเครือข่ายให้เกิด ตรังแห่งความสุข ซึ่งอาจารย์ ชัยพร จันทร์หอม ได้เล่าให้ฟังถึง
ยุทธศาสตร์ ตรังแห่งความสุข ว่า วันนี้ คนตรังได้ทำเรื่องสุขภาพด้วยตัวเอง ไปดักทางนโยบายรัฐ โดยการทำเอง
ทำในพื้นที่
ทำในสิ่งชุมชนถนัด
ตรงตามยุทธศาสตร์ชาติและความพอเพียง
ดักทางประชารัฐ ว่าด้วยเรื่องตรังแห่งความสุข การสร้างพื้นที่ 5 ดี
อาหารดี
สุขภาพดี
การศึกษาดี
รายได้ดี
และสังคมดี
ที่ขยายเครือไป 51 พื้นที่แล้วเพราะเชื่อว่า
เรื่องบางเรื่องเราไม่รู้เราไม่ทำ แต่เพื่อนรู้เพื่อนทำ
เรื่องบางเรื่องเพื่อนไม่รู้เพื่อนไม่ทำ แต่เรารู้เราทำ
แต่ทุกเรื่อย่อมีคนที่รู้และคนที่ทำ
ดังนั้นจึงต้องสะสมกำลัง รุกด้วยยุทธวิธี สู้ด้วยนวัตกรรมแบบบ้าน ตัวอย่าง ตรังแห่งความสุข
ใช้นวัตกรรมในการสร้างสุขร่วม 3 ภาค ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รุกจัดการประเด็นร้อน
เรื่อง ดิน น้ำ ป่า นา เล เป็นพื้นที่ร่วมปฎิบัติการ โดยการนัดโหมตรังคุยกัน ในสภากาแฟตรัง เป็นการ
สืบโยด สาวย่าน สานโยง สายใยเพื่อนเกลอ เกิดเป็นคณะกรรมการสุขภาพจังหวัดตรัง เชื่อมโยง นโยบายจังหวัด
เกิดการท่องเที่ยวชุมชน เขาหลัก ป่าลำขนุน นาหมื่อนสี เลเกาะลิบง สิ่งเหล่านี้ คือการทำเอง ดักทาง ตางค์ยัง
ตรงตามแนวคิดของนักวิชาการ บ้านๆ วปช ที่รุกดักทางป้องกันชุมชน…………………………………………… </p> <p “=””> ล่วงเลยเวลามาหลายชั่วยาม อาจารย์ ชัยพร ลากลับไปพำนัก ลุงโหม้ง ไปตัดยาง ก่อนจากลาย้ำหนักหนาว่า
ให้แวะไปชมสวนท่านด้วย แล้วที่ประชุมโต๊ะกลม คน วปช.ก็นุ่งผ้าขะม้าอาบน้ำในโอ่ง ในถัง ในคืนที่ประเสริฐ
ก็พักผ่อนที่หนำบังหนุ้ย ผู้เขียนเลือกทำเลผูกเปลนอน อากาศในสวนประณีตสบายๆได้นอนหลับอันประเสริฐที่เป็นสุข…..
ตื่นมาก็ จิบ จอย จูน กันต่อ( จิบกาแฟ จอยเรื่องสนทนาเมื่อคืน แล้วจูนความคิดในการขับเคลื่อน วปช) ได้เวลา
สาสาว่า(ดูเหมือนว่า) ลุงโหม้งน่าจะกลับจากกรีดยาง พวกเราก็ยกพลเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เครือข่ายเกษตรประณีตบ้านลุง
โหม้ง ซึ่งเป็นบ้านสวนอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจในแนวคิดการเกษตร ในสวนลุงโหม้ง ปลูกไม้ยืนต้นมากมาย
ถ้าจะใช้ชื่อธนาคารต้นไม้ก็คงเรียกได้ มีไม้ สี่ระดับ ไม้ใช้สอย ไม้กินลูก ไม้กินใบ ไม้กินกิน ที่ชื่นชอบมากๆ คือการปลูก
บอนหอม (เผือกหอท)กินหัว หัวบอนชนิดนี้ร้านอาหารมีความต้องการมาก ที่ชุมพรมีเมนู ต้มเผือกหัวปลา รสชาดติดใจนักชิม
ผู้เขียนขอมาขยายพันธ์หนึ่งกอ เดินกลับมาบ้านลุง แกก็ขึ้น ลองกอง เงาะมาให้ชิม จนอิ่มน้ำตาลเบาหวานขึ้น
แล้วแกยังใส่ถุงฝากกลับบ้านทุกคน อาจารย์ จำรัส แซวว่า ครบสูตรการลงพื้นที่“ทั้งกิน ทั้งขอ ทั้งคดหอหลบเริน”ได้ของฝากแล้ว คน วปชก็แยกย้ายกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ



</p>