กิจกรรมบริจาคโลหิต : อีกครั้งของกิจกรรมอันเรียบง่ายแต่งดงาม (คณะวิทยาการสารสนเทศ)

ผมมองว่ายังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาและพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องร่วมกัน ทั้งการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นมหกรรม โชว์ปฏิทินในระยะยาวของแต่ละเดือน ผูกโยงกิจกรรมเข้าสู่วาระสำคัญของสังคม หรือวัฒนธรรมองค์กรตามหลัก “ฮีต 12 คองกิจกรรม” หรือ “ฮีต 12 คองมหา’ลัย” และ “ฮีต 12 คองสังคม” เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนได้เรียนรู้และซึมซับกับสถานการณ์ของสังคมไปในตัว

วันนี้ (29 กันยายน 2559) กิจกรรมบริจาคโลหิตถึงคราวสัญจรมายังคณะวิทยาการสารสนเทศ และผมก็เขียนถึงอย่างถี่ครั้งว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรม “เรียบง่าย แต่งดงาม” โดยเป็นกิจกรรมร่วมมือของฝ่ายพัฒนานิสิตทั้งมหาวิทยาลัย โดยสัญจรไปยังคณะต่างๆ ในแต่ละเดือน บางเดือนจัดมากกว่าหนึ่งครั้ง มีกองกิจการนิสิต เป็นกลไกกลางประสานงานกับทางคณะและโรงพยาบาลมหาสารคาม



กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความร่วมมือระหว่างฝ่ายพัฒนานิสิตของมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับโรงพยาบาลมหาสารคามเท่านั้น หากแต่ยังมีบริษัทกรุงเทพประกันภัยขยับเข้ามาผนึกเป็นกำลังร่วม โดยประสานผ่านโรงพยาบาลมหาสารคาม ประกอบด้วยการหนุนเสริมหลัก เช่น แจกกระเป๋าเป็นของที่ระลึก เป็นเจ้าภาพเรื่องอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ร่วมงาน และผู้ที่มาบริจาคโลหิต


จากข้อมูลเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ พอรู้มาบ้างว่าบริษัทกรุงเทพประกันภัยก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของสถาบันการศึกษาต่างๆ มายาวนาน ผ่านมิติของทุนการศึกษา หรืออื่นๆ เพื่อคืนกำไรให้กับสังคมและชุมชน รวมถึงเพื่อพัฒนาบุคลากรขององค์กรเพื่อให้ตระหนักถึงเรื่อง “จิตอาสา” หรือพันธกิจที่มีต่อการรับใช่สังคมนั่นเอง




ในส่วนของคณะวิทยาการสารสนเทศนั้น ประกอบด้วยการทำงานหลักของฝ่ายพัฒนานิสิตคณะ สโมสรนิสิตคณะ

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมเช่นนี้เป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงพลังภายในของแต่ละคณะอย่างเด่นชัด เพราะจัดขึ้นบนบริบทของคณะ ใช้สถานที่ของคณะ ใช้กระบวนการประชาสัมพันธ์ของคณะเป็นกลไกหลัก และกลุ่มประชากรหลักก็เป็นกลุ่มภายในคณะ แต่ก็ไม่ปิดกั้นถึงกระบวนการประชาสัมพันธ์ไปสู่ประชาคมของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างเปิดเผย และกว้างไกล

แต่สำหรับครั้งนี้ การจัดกิจกรรมในห้วงของการสอบกลางภาค ดูเหมือนจะเป็นความเสี่ยงในเรื่องจำนวนคนอยู่มิใช่ย่อย ซึ่งครั้งนี้มีนิสิต อาจารย์ เจ้าหน้าที่ร่วมบริจาค จำนวน 63 คน รวมเป็น 28,350 ซีซี ถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับการสัญจรในแต่ละครั้ง แต่ก็ยังดีที่ทะลุเป้าพื้นฐาน 50 คน ซึ่งกำหนดการเหล่านี้ ถูกจัดวางเป็นตารางมาจากโรงพยาบาล จากนั้นจึงให้แต่ละคณะมาเลือก หรือร่วมจัดสรรคิวตารางร่วมกัน ดังนั้นเรื่องบางเรื่องก็มิจำเป็นต้องชี้วัดกันที่จำนวนเสมอไป หากแต่ต้องแจ่มชัดว่าอะไรคือสาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดกิจกรรมเท่านั้นเอง




สำหรับผมแล้ว ผมถือว่ากิจกรรมเช่นนี้คือกิจกรรมเรียบง่ายแต่งดงามเสมอ ง่ายงามเพราะได้สร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ทำความดีผ่านการบริจาคโลหิต แบ่งปันความดีงามผ่านการบริจาคโลหิต ลดทอนเวลาของการเดินทางของประชาคมมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการที่จะเข้าเมืองไปบริจาคโลหิต เสริมสร้างการทำงานเชิงเครือข่ายทั้งภายในด้วยกันและภายนอก

มิหนำซ้ำยังเป็นกิจกรรมที่บ่มเพาะถึงเรื่องราวสำคัญๆ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ด้วยเช่นกัน เป็นต้นว่า

  • เอกลักษณ์มหาวิทลัยฯ : เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชน
  • อัตลักษณ์นิสิต : เป็นผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน





อย่างไรก็ดี ผมมองว่ายังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาและพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องร่วมกัน ทั้งการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นมหกรรม โชว์ปฏิทินในระยะยาวของแต่ละเดือน ผูกโยงกิจกรรมเข้าสู่วาระสำคัญของสังคม หรือวัฒนธรรมองค์กรตามหลัก “ฮีต 12 คองกิจกรรม” หรือ “ฮีต 12 คองมหา’ลัย” และ “ฮีต 12 คองสังคม” เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนได้เรียนรู้และซึมซับกับสถานการณ์ของสังคมไปในตัว เสมอเหมือนการสร้างการเรียนรู้เพื่อให้รู้เท่าทันกับอดีต ปัจจุบันของสังคม เพื่อเป็นต้นทุนอันดีงามในการออกแบบอนาคต


สำหรับครั้งหน้ากิจกรรมบริจาคโลหิตจะสัญจรไปยังคณะศึกษาศาสตร์ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559

หากมองในมิติฮีต 12 คองกิจกรรม ฮีต 12 คองสังคม ผมคิดว่าผนวกแนวคิดวาระการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยก็น่าจะดี เพราะอย่างน้อยเดือนนี้มีตั้งหลายเรื่องราว ทั้ง 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19

ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มต้นจากเจ้าภาพหลักมองในมุมเดียวกันหรือไม่ หากเห็นพ้องต้องกัน ก็เริ่มต้นจากการออกแบบกิจจกรรมแบบมีส่วนร่วมได้เลย


.....




หมายเหตุ

ภาพ : เยาวภา ปรีวาสนา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เล็กน้อย

แต่งดงามมากๆๆ

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ ดร.ขจิต ฝอยทอง

กว่าจะผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นกับทุกคณะและทุกๆ เดือนก็ใช้เวลาพอสมควรกับการทำความเข้าใจ สร้างความรู้และความตระหนัก รวมถึงการประสานเครือข่าย รพ.มหาสารคาม เพื่อวางปฏิทินทั้งปีร่วมกับมหาวิทยาลัย เพราะโดยปกติทาง รพ.มหาสารคาม ก็ออกหน่วยตระเวนเรื่อยๆ อยู่แล้ว พอมีหมุดที่ชัดเจนที่มหาวิทยาลัยฯ ก็ช่วยได้เยอะครับ