ถอดระหัสการกล่าวปิดเวที "พลังพลเมืองเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย "ของนายแก้ว สังข์ชู

มาตรา 21 ของ พรบ สภาองค์กรชุมชน ทำได้ทุกเรื่อง นำผลงานของสภาองค์กรชุมชนไปสู่ สพม. ปัญหาโครงสร้าง เราต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือรบกันเอง

<p “


น้าแก้ว สังข์ชู

=””>ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมนา “พลังพลเมืองเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย” ที่โรงแรม เคปาร์ค จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26- 27 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยมี ประธานสภาพัฒนาการเมือง ดร ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ได้บรรยายเรื่องการขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศไทย ภายใต้บริบทของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

และมีการ เสวนาโดยอาจารย์ ดร. เสนีย์ คำสุข

ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ(ดร.รงค์คุยสนุกได้สาระ ได้แรงอกชาวใต้)

และดร.สมนึก จงมีวศิน (อาจารย์เขียว เคยได้ฟังอาจารย์เขียวคุยหลายเวที) และได้มีการแบ่งห้องคุยเพื่อการปฎิรูป ต่อการออกกฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญ ใน 4 ประเด็น คือ การปฎิรูปด้านการเมือง


การปฎิรูปด้านเศรษ

ฐกิจ การปฎิรูปด้านสังคม วัฒนธรรม ปฎิรูปด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม


ผู้เขียนเลือกเข้าห้อง การปฎิรูปด้านสังคม ซึ่งในแต่ละประเด็น ได้มีข้อเสนอกันมากมายจากเวที หลังจากได้ข้อเสนอ ก็มีการกล่าวปิดเวที โดย น้าแก้ว สังข์ชู(น้องๆในวงการภาคประชาสังคม นักอาสาชุมชนส่วนมากเรียก นายแก้ว โดยการให้เกียรติ ว่า น้าแก้ว) ซึ่งผู้เขียนติดใจในการกล่าวปิดเวที จึงบันทึกบางช่วง บางตอนของการกล่าวปิดถอดระหัสออกมา

”เราลงประชามติรัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญ หรืออ่านก็ไม่จบ หรืออ่านจบก็อาจไม่เข้าใจ ในทิศทางรัฐธรรมนูญใหม่ เรามาวันนี้เป็นโอกาสดี มารู้มาร่างข้อเสนอ เมื่มาแล้วก็เก็บเกี่ยวสิ่งดีๆไปเล่าไปบอกให้คนในจังหวัดฟัง เป็นการยกระดับทางความคิด การแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงออกถึงปัญญาของการพูดคุย เราทำเพื่อไคร ทำอย่างไร ต้องทำเป็นเอกสารส่งไปให้ คปจ(คณะกรรมการภาคประชาสังคมจังหวัด)ได้ศึกษาเรียนรู้ สพม. (สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง)จะหมดวาระในวันที่ 20 พฤศิกายน 2559 นี้ ผลผลิต ของ สพม รุ่นที่2 จะทำให้คนอื่นมาเรียนรู้ รับทราบและเอาไปคุยกับสภาองกรชุมชน พรบ.สพม.กับ พรบ.สภาองค์กรชุมชนเป็นกฎหมายคู่กัน เพราะกฎหมาย ทั้ง 2 ฉบับเป็นที่ยืนของประชาชน มาตรา 21 ของ พรบ สภาองค์กรชุมชน ทำได้ทุกเรื่อง นำผลงานของสภาองค์กรชุมชนไปสู่ สพม. ปัญหาโครงสร้าง เราต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือรบกันเอง เรารู้อะไรเป็นอะไร เราเรียกร้องประชาธิปไตย ได้รัฐธรรมนูญ สุดท้ายรัฐธรรมนูญก็ถูกฉีก ทุกฉบับ ทุกอย่างเป็นเรื่องของวิธีคิด ปรับวิธีคิดให้ถูกต้องตามหลักของสังคม การสรรหาตัวแทนต้องทะลุปรุโปร่ง เป็นการยกระดับความคิด สร้างสังคมที่ปราถนาดี วิธีคิดกระบวนการต้องชัดเจน สภาพัฒนาการเมืองผลักดันการเมืองภาคพลเมือง ยึดหลักศาสนา มีวินัย พัฒนาตัวเอง พัฒนาครอบครัวให้เป็นประชาธิปไตย เราเคยฟังกันบ้างมั้ยในครอบครัว เวทีประชาธิปไตยในครัวเรือนเกิด ประชาธิปไตยชุมชนก็เกิด คนสูงอายุ อยู่ใช้กำไรชีวิต เป็นคนมีธรรมะ ใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ฟังกัน คิดตาม อย่าคิดต้าน ก็จะประเทืองปัญญา ได้สาระในการฟังคิดตาม นำผลไปปฏิบัติ สร้างการเรียนรู้ในทุกระบบ ทุกกลุ่มไม่มีวันหยุด ใช้สภาองค์กรชุมชนและ สพม เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประชาธิปไตย ประเทศจะอยู่รอด คิดดี มีสุข…. </p>



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เหมือนแรงหนึ่งผลักดันให้ฉันเขียน



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

บังเดินทางตลอด

ดูแลตัวเองบ้างครับ

ชอบใจทีมงานเข้มแข็งมากๆครับ

สวัสดีครับอาจารย์ ขจิต

น้าแก้วคือภาคประชนที่เป็นหัวขบวนของภาคประชาสังคม พัทลุง

เขียนเมื่อ 

แวะมาหนุนเสริมพลังใจครับ...

รักษาสุขภาพนะครับ

สู้ๆ ....และ สู้ๆ ครับ

ขอบคุณอาจารย์ แผ่นดิน ที่มาเสริมพลัง

สภาพัฒนาการเมือง

สภาองค์กรชุมชน พรบ 2 ฉบับนี้ เป็นที่ยืนของภาคประชาชน

ที่รับคัดเลือกจาก ชุมชนแต่ละจังหวัด ไปพัฒนาการเมือง

เกิดผลลัพท์ วปช. วิทยาลัยป้องกันชุมชน

เกิด โรงเรียนพลเมือง หลายจังหวัด