ประเทศไทย: วัฒนธรรมการทรมานภายใต้ระบบทหาร ตอนที่ 2

ฆ่าฉันให้ตายเถิด และนำศพกลับไปที่บ้านด้วย

หลังจากรัฐประหารไม่นาน ตุล (Tul นี่ไม่ใช่ชื่อจริง) ถูกจับโดยทหาร และอยู่ในที่ที่ไม่เปิดเผยเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างนั้น เขาถูกทรมานด้วยตีอย่างรุนแรง และวิธีการอื่นๆ (ที่ช่วยในการทรมาน)

เขาบอกกับ Amnesty ว่า “พวกเขาวางถุงพลาสติกไว้เป็นหัว จนกระทั่งฉันสลบ และต่อมาก็สาดน้ำเย็นบนตัวฉัน พวกเขาใช้การช็อตด้วยไฟฟ้ากับอวัยวะเพศ และหน้าอก ฉันถูกควบคุม, มีคนผูกขาฉัน, หน้าเต็มไปด้วยเทป และถุงพลาสติก”

หลังจากสิ่งเขาบรรยายว่า “เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในการเปิดเผยตัว” ตุลร้องขอต่อทหารให้จบชีวิตเขาซะ เขาอ้วนวอนต่อผู้ทรมาน “โปรดยิงฉันซะ และนำศพกลับไปให้ครอบครัวด้วย”

เหยื่อหลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ Amnesty ว่า พวกเขาจะถูกทรมานในช่วยแรกของการควบคุม (การควบคุมนี้เป็นช่วงงที่ทหารต้องควบคุมไปในที่ที่ไม่เปิดเผย และไม่ติดต่อกับโลกภายนอก, หรือสิ่งคุ้มกันต่อการรักษาโรคร้าย

รัคคี (Rutkee- ชื่อของเหยื่อ) ได้พิสูจน์ตนเองอย่างทุกข์ทรมาน ทั้งร่างกาย และจิตใจ เขาถูกฟาด, ทำให้สำลักน้ำ, ทำให้ขาดอากาศหายใจโดยการใช้ถุงดำสวมเข้าที่หัว, บีบคอด้วยเคเบิล, และขู่ด้วยปืน และลูกระเบิดมือ ทหารยังบีบจู๋ และทำให้เขานอนไม่หลับ

จงทำให้เขาพูดในวันรุ่งขึ้น

รายงานเสนอถึงวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดและกระตุ้นให้การทรมานแผ่ซ่านไปยังทหารไทย หนึ่งในบรรดาผู้คนที่ให้สัมภาษณ์กับรายงานกล่าวว่าอดีตผู้บังคับบัญชาในกองทัพไทย กล่าวว่า ทหารต้องสอบคำนักโทษจนต้องพูดออกมาว่า “จงทำให้เขาพูดพรุ่งนี้ให้ได้”

อดีตผู้บังคับบอกกับ Amnesty ว่า “เจ้าหน้าที่ทำโทษ หากเขาไม่ได้รับผล” “ในกองทัพ ผู้คนจะใช้อำนาจในการควบคุม ไม่ใช่เปลี่ยนความคิด คำสั่งเป็นที่สุด...หากคุณไม่ได้ให้ผล คุณจะถูกทำโทษ”

แปลและเรียบเรียงจาก

Amnesty International. Thailand : A culture of torture under the military

http://prachatai.org/english/node/6598

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (2)

sr
IP: xxx.158.166.143
เขียนเมื่อ 

Please note that the report was planned to be released on the same date as Thailand’s Prime Minister Prayuth Chan-ocha was to speak during an announcement of the junta’s two-year accomplishments at Government House in Bangkok, Thailand, September 15.

It is very clear that this report aims to embarrass Thailand government and score political points at the same time. Please check the source of fund for Amnesty International. You may find a name that put Thailand on her knee some 12 years ago. (Search the Net for "Soros, OSF, Amesty").

เขียนเมื่อ 

I totally agree with Khun sr.