ฆ่าฉันให้ตายเถิด และนำศพกลับไปที่บ้านด้วย

หลังจากรัฐประหารไม่นาน ตุล (Tul นี่ไม่ใช่ชื่อจริง) ถูกจับโดยทหาร และอยู่ในที่ที่ไม่เปิดเผยเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างนั้น เขาถูกทรมานด้วยตีอย่างรุนแรง และวิธีการอื่นๆ (ที่ช่วยในการทรมาน)

เขาบอกกับ Amnesty ว่า “พวกเขาวางถุงพลาสติกไว้เป็นหัว จนกระทั่งฉันสลบ และต่อมาก็สาดน้ำเย็นบนตัวฉัน พวกเขาใช้การช็อตด้วยไฟฟ้ากับอวัยวะเพศ และหน้าอก ฉันถูกควบคุม, มีคนผูกขาฉัน, หน้าเต็มไปด้วยเทป และถุงพลาสติก”

หลังจากสิ่งเขาบรรยายว่า “เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในการเปิดเผยตัว” ตุลร้องขอต่อทหารให้จบชีวิตเขาซะ เขาอ้วนวอนต่อผู้ทรมาน “โปรดยิงฉันซะ และนำศพกลับไปให้ครอบครัวด้วย”

เหยื่อหลายคนที่ให้สัมภาษณ์กับ Amnesty ว่า พวกเขาจะถูกทรมานในช่วยแรกของการควบคุม (การควบคุมนี้เป็นช่วงงที่ทหารต้องควบคุมไปในที่ที่ไม่เปิดเผย และไม่ติดต่อกับโลกภายนอก, หรือสิ่งคุ้มกันต่อการรักษาโรคร้าย

รัคคี (Rutkee- ชื่อของเหยื่อ) ได้พิสูจน์ตนเองอย่างทุกข์ทรมาน ทั้งร่างกาย และจิตใจ เขาถูกฟาด, ทำให้สำลักน้ำ, ทำให้ขาดอากาศหายใจโดยการใช้ถุงดำสวมเข้าที่หัว, บีบคอด้วยเคเบิล, และขู่ด้วยปืน และลูกระเบิดมือ ทหารยังบีบจู๋ และทำให้เขานอนไม่หลับ

จงทำให้เขาพูดในวันรุ่งขึ้น

รายงานเสนอถึงวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดและกระตุ้นให้การทรมานแผ่ซ่านไปยังทหารไทย หนึ่งในบรรดาผู้คนที่ให้สัมภาษณ์กับรายงานกล่าวว่าอดีตผู้บังคับบัญชาในกองทัพไทย กล่าวว่า ทหารต้องสอบคำนักโทษจนต้องพูดออกมาว่า “จงทำให้เขาพูดพรุ่งนี้ให้ได้”

อดีตผู้บังคับบอกกับ Amnesty ว่า “เจ้าหน้าที่ทำโทษ หากเขาไม่ได้รับผล” “ในกองทัพ ผู้คนจะใช้อำนาจในการควบคุม ไม่ใช่เปลี่ยนความคิด คำสั่งเป็นที่สุด...หากคุณไม่ได้ให้ผล คุณจะถูกทำโทษ”

แปลและเรียบเรียงจาก

Amnesty International. Thailand : A culture of torture under the military

http://prachatai.org/english/node/6598