ในสายตาผมแล้วพ่อดุมาก พูดคำไหนคำนั้น ลั่นปากอะไรออกมา ไม่ต้องไปต่อรองหรือออดอ้อนให้เสียเวลา ไม่บ่อยที่ลูก ๆ จะถูกพ่อลงโทษเฆี่ยนตี แต่เมื่อใดถึงขั้นนั้นพี่น้องเราต่างรู้ดีว่าพ่อตีเจ็บกว่าแม่หลายเท่า แถมห้ามวิ่งหนีต้องยืนกอดอกนิ่ง ๆ ให้เฆี่ยน เหมือนถูกครูที่โรงเรียนตีเลย

วัดกุฏิการาม วัดกุฏิ หรือ “วัดป๋า” ชื่อที่เรียกกันติดปากด้วยสำเนียงเหน่อ ๆ ของคนพรานกระต่าย เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุก ๆ คนที่นั่นมาอย่างยาวนาน

เดิมบริเวณวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมศึกษาหรือโรงเรียนวัดกุฏิการามด้วย แต่ในค่ำคืนอันเลวร้ายเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อน โรงเรียนถูกไฟไหม้เสียหายแทบทั้งหมด ก่อนหน้านั้นสมัยเด็กการเรียนในระดับชั้นประถมของผมเริ่มต้นขึ้นที่นี่..

ช่วงเวลานั้นโรงเรียนวัดกุฏิการามจัดว่าอยู่ห่างจากตัวตลาด เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ของอำเภอจะเข้าเรียนในอีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งใกล้กว่า แต่ตัวเองแล้วแม้บ้านอยู่ในตัวตลาดแต่ไปเรียนที่นี่ เหตุผลสำคัญคือพ่อเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้

ไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือไปไหน ผมจะซ้อนมอเตอร์ไซด์สีดำคันเก่าของพ่อไปมาตลอด ไม่ใช่ผมคนเดียวน้องอีก ๒ คนและแม่ ซึ่งเป็นครูสอนอีกโรงเรียนหนึ่งในละแวกใกล้กันนั้น

ลองนึกภาพเด็ก ๆ คนหนึ่งนั่งบนถังน้ำมันรถด้านหน้า คนหนึ่งถูกเบียดอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ อีกคนซ้อนที่ตะแกรงท้าย ซึ่งพ่อซื้อมาใส่เพิ่มให้พอกับจำนวนลูก ๆ ต่อมาแม่ซื้อมอเตอร์ไซด์ใหม่อีกคันคงเพราะไม่สะดวกขึ้นเรื่อยจากลูกที่โตขึ้นทุกวัน ภาพพวกนี้ชัดเจนในใจผมเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปีแล้วก็ตาม

ปกติพ่อเป็นคนเฉย ไม่ค่อยพูด ไม่ชอบยุ่งหรือสุงสิงกับใคร เสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดมักเข้าป่าล่าสัตว์ ถึงฤดูน้ำหลากชอบออกไปทอดแหกับพรรคพวกเพื่อนฝูง โดยเฉพาะเพื่อนครูไม่กี่คนที่สนิทชิดเชื้อ

ในสายตาผมแล้วพ่อดุมาก พูดคำไหนคำนั้น ลั่นปากอะไรออกมา ไม่ต้องไปต่อรองหรือออดอ้อนให้เสียเวลา ไม่บ่อยที่ลูก ๆ จะถูกพ่อลงโทษเฆี่ยนตี แต่เมื่อใดถึงขั้นนั้นพี่น้องเราต่างรู้ดีว่าพ่อตีเจ็บกว่าแม่หลายเท่า แถมห้ามวิ่งหนีต้องยืนกอดอกนิ่ง ๆ ให้เฆี่ยน เหมือนถูกครูที่โรงเรียนตีเลย

นอกจากวิชาในห้องเรียนปกติ ลูกเสือเป็นอีกกิจกรรมที่พ่อสอนนักเรียนทั้งโรงจนเป็นบุคลิกประจำตัว “ระเบียบวินัยที่บ้านจึงเข้มข้น” เด็ก ๆ ผมคิดอย่างนี้ มาคิดย้อนอาจเพราะพ่อเคยเป็นทหารมาก่อนจะมาเป็นครู วินัยหรือระเบียบอะไรต่าง ๆ คงทำได้ดี จึงได้รับมอบหมายหน้าที่นี้

ปกติที่บ้านพ่อจะขรึมเฉยเป็นส่วนใหญ่ แต่อยู่ที่โรงเรียนพ่อสอนให้ร้องเพลง สอนให้ทำท่าทางต่าง ๆ ตลอดจนเล่านิทาน ตามแบบฉบับของลูกเสือ ที่โรงเรียนพ่อจึงดูสนุกสนานหรือดูใจดีกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก

เนื่องจากโรงเรียนอยู่ภายในวัด เมื่อวัดจัดงานหรือกิจกรรมใด ๆ ครูทุกคนในโรงเรียนรวมถึงพ่อ มักเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเสมอ อาทิ นำเด็ก ๆ ไปขนกระทงที่บ้านของชาวบ้าน ซึ่งทำถวายวัดในคืนวันลอยกระทง

ขนสมัยนั้นคือเดินถือ กองทัพมดหรือนักเรียนตัวเล็กตัวน้อยอย่างผมสำคัญนัก หลายบ้านหลายกระทงก็หลายเที่ยว เพราะเที่ยวหนึ่งถือกลับมากัน ก็ได้แค่คนละกระทงสองกระทง งานกลางค่ำกลางคืน โดยเฉพาะงานประจำปีที่วัดจัดขึ้น พ่อมักมีหน้าที่ไม่ขายบัตรก็เก็บบัตรเข้าชม อีกอย่างที่ทำอยู่บ่อย ๆ ก็คือรับฝากรถ

หลังจากไฟไหม้โรงเรียนถูกยุบ พ่อถูกย้ายให้ไปสอนโรงเรียนที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งก็คือโรงเรียนที่แม่สอนนั่นเอง เด็ก ๆ ซึ่งไม่มีที่เรียนถูกย้ายให้ไปเรียนรวมอยู่ในโรงเรียนเดียวกันนั้นทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน

พ่อเป็นครูมานานตั้งแต่หนุ่มจนเกษียณอายุ ลูกศิษย์ลูกหาจึงมีไม่น้อย ไม่นานมานี้เองเพื่อนสมัยเรียนชั้นประถม ซึ่งก็คือลูกศิษย์พ่อคนหนึ่งมาเยี่ยมเยือนพบปะสังสรรค์หลังไม่เจอกันตั้งแต่จบชั้นมัธยม

ดีใจและนึกในใจ ถ้าพ่อยังอยู่ต้องภูมิใจกับความสำเร็จของศิษย์คนนี้เป็นพิเศษแน่ เพราะวิถีตรงข้ามกับความคิดพ่อเลย พ่อจะเชื่อว่าคนเรียนศิลปะส่วนมากเกเร ไม่ตั้งใจ มักตกอยู่ในวังวนแห่งอบายมุข ถึงเรียนจบได้ก็จะเป็นศิลปินไส้แห้งอีก จนกระทั่งไม่อนุญาตให้ลูกชายพ่อไปเรียนศิลปะตามที่ร้องขอ

เพื่อนคนนี้หลังจบชั้นมัธยมต้นก็มุ่งไปเรียนศิลปะตามที่ตัวเองถนัด จนสำเร็จเป็นบัณฑิตและมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นตักศิลาทางศิลปะของบ้านเมืองเรา รังสรรค์ผลงานด้านปฏิมากรรมออกมามากมาย จัดตั้งโชว์อยู่ในสถานที่สำคัญทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันผันตัวเองจากศิลปินอาชีพมาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย

ระหว่างพูดคุยกันอย่างออกรสหลากหลายเรื่องราวจนถึงเรื่องพ่อ..เพื่อนอวดแผลเป็นขนาดไม่เล็กนักที่นิ้วมือพร้อมเล่ารายละเอียด แผลนี้ครูเป็นคนพาไปหาหมอ เรื่องราวเก่าๆของพ่อจากเพื่อน ทำผมอึ้ง! รู้สึกระคนกัน ทั้งภูมิใจ ตื้นตัน และแปล๊บขึ้นมา 

วาระสุดท้ายวันที่พ่อจากไปด้วยวัย ๗๘ ปี เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เราหารือระหว่างพี่น้อง ชีวิตครูพ่อแนบแน่นอยู่กับที่นี่ เราเองประสบความสำเร็จได้ก็เริ่มจากตรงนี้ จึงตกลงปลงใจนำร่างพ่อกลับมาบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจที่วัดกุฏิการามหรือวัดป่า

ซึ่งเสมือนบ้านของเรา บ้านของพ่อ..คิดถึงพ่อครับ!