การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน


1. ความสำคัญของผลงาน

1.1 ความสำคัญสภาพปัญหา

ปัจจุบันความสามารถหรือศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ได้ขยายกว้างออกไปเรื่อย ๆตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องฝึกฝนให้นักเรียนมีทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น ดังนั้นการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนจึงควรมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับความก้าวหน้าในโลกปัจจุบัน เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านทักษะความคิดสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่ดีได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกิจกรรมและเทคนิคในการสอนที่หลากหลาย โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องอาศัยจินตนาการกับความคิดสร้างสรรค์ในการจัดระบบและประดิษฐ์ชิ้นงาน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องอาศัยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย จึงจะสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ได้

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการค้นคว้าทดลองเพื่อหาข้อเท็จจริงโดยผู้ทดลองมีโอกาสได้ปฏิบัติและพัฒนาทั้งด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบ (สุนัสดา สำราญ, 2552, 54) ซึ่งประกอบด้วย 13 ทักษะ ได้แก่ การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมูล การจำแนก การวัด การคำนวณ การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การกำหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป โดยนักเรียนจะต้องสามารถนำทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (สายพิน กองกระโทก, 2552, 43) ในหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้กำหนดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไว้ใน สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2552, 4)

จากการนำผลทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) วิชาวิทยาศาสตร์ ของโรงเรียนมัธยมสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 12 ในอำเภอหัวไทร จำนวน 5 โรงเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555-2557 มาเปรียบเทียบกันทั้ง 3 ปี ปรากฏว่ายังคง มีผลคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ ซึ่งมีหลายสาระมาตรฐานที่ต้องเร่งพัฒนา (มงคล สารคำ, 2558) เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ว่าทักษะสำคัญที่ควรเร่งส่งเสริมให้เกิดกับนักเรียนมากที่สุดคือ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งอยู่ในสาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศกว่าทุกสาระที่กล่าวมา นอกจากนี้ยังต้องเร่งพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์เนื่องจากมีความเกี่ยวเนื่องกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาให้เกิดทักษะเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการในการทำงานมากยิ่งขึ้น มีคุณลักษณะของนักคิดและนักวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังสามารถส่งเสริมและฝึกฝนให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

จากสภาพของโรงเรียนที่ผู้วิจัยได้ปฏิบัติงานอยู่ เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็ก ประสบกับปัญหาการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ พบว่าผลการประเมินทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับต่ำ และไม่ผ่านเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจัยด้านครูผู้สอนที่ยังจัดการเรียนรู้ไม่บรรลุเป้าหมาย ยังไม่ได้นำวิธีการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ๆเข้ามาใช้ และวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ใช้อยู่อาจไม่สอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ ด้านนักเรียนในแต่ละปีการศึกษา ที่เข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีพื้นฐานความรู้ค่อนข้างน้อย จึงไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ได้ ประกอบกับผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางการศึกษา (สมศ.) ในปีการศึกษา 2555 ที่ผ่านมา พบว่าตัวบ่งชี้ที่ 4 ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น อยู่ในระดับดี แต่มีข้อเสนอแนะในการพัฒนาด้านผู้เรียนว่าควรส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและควรส่งเสริมการจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ในแหล่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา มีข้อเสนอแนะในด้านการพัฒนาการเรียนการสอนว่า ควรเสริมสร้างการจัดบรรยากาศในห้องเรียนสนับสนุนให้ครูจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปความรู้ได้ด้วยตนเองให้มากขึ้น (แหลมราษฎร์บำรุง, 2556, 16-21) ในปีการศึกษา 2557 จากการสังเกตและประเมินจากพฤติกรรมการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ชิ้นงานและการนำเสนอโครงงานที่ผ่านมาพบว่าทักษะกระบวนการและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ในวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ (ว22202 ) เรื่องโครงงานน่ารู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในระดับต่ำ อาจมีสาเหตุมาจากการจัดการเรียนการสอนที่ขาดกระบวนการและขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ขาดการฝึกฝนและมอบหมายชิ้นงานที่ทำให้นักเรียนได้เกิดการสร้างสรรค์ทางความคิด การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์สำหรับการเรียนการสอนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน (แหลมราษฎร์บำรุง, 2556, 16-21)

จากการศึกษารวบรวมข้อมูลทำให้เห็นว่าทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนสามารถพัฒนาได้จากการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นกระบวนการ เป็นระบบขั้นตอน และกระบวนการหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ที่นอกเหนือจากกระบวนการที่ศึกษามาแล้วนั้นคือ กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ซึ่งเป็นแนวคิดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีนโยบายให้โรงเรียนมาตรฐานสากลเป็นโรงเรียนนำร่องในการทดลองใช้ ในปีพุทธศักราช 2553 (ศิริวรรณ ตรีเพ็ชร์, 2558) กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนประกอบด้วย ขั้น 1 การเรียนรู้ระบุคำถาม ขั้น 2 การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ ขั้น 3 การเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ จากการวิเคราะห์กระบวนการขั้น 1-3 พบว่าเป็นขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์(sciencetific method) ซึ่งเป็นกระบวนการคิด ขั้นที่ 4 เป็นขั้นสื่อสาร ช่วยเสริมสร้างทักษะการพูดอ่าน เขียน เป็นการนำความรู้ที่นักเรียนสร้างได้มานำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ขั้นที่ 5 เป็นขั้นตอบแทนสังคม โดยผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่จนได้เป็นชิ้นงาน หรือภาระงานเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้เรียนเข้าใจ และเป็นการตอบแทนสังคม จากข้อมูลดังกล่าวทำให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาผลของการใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนหลังเรียนของการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ว่าเป็นอย่างไร ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ เพื่อมุ่งส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 13 ทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 4 ด้านคือ ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น และความคิดริเริ่มและความคิดละเอียดลออ ซึ่งต่างก็เป็นทักษะสำคัญที่ผู้เรียนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

1.2 แนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนา

จากปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานได้เลือกนวัตกรรมที่จะทำการพัฒนา คือ การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ โดยจัดทำเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ร่วมคิด พิชิตปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ฝึกปัญญารวบรวมข้อมูล แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ศึกษาเพิ่มพูนสร้างความรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง พวกหนูคิดค้นสื่อสาร และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง บริการตอบแทนสังคม

2. จุดประสงค์และเป้าหมาย

จุดประสงค์

1. เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

เป้าหมาย

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นจากการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ในรายวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ (ว 22202)

3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 การออกแบบนวัตกรรม

ขั้นที่ 1 การเตรียมงานด้านวิชาการ ผู้รายงานได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารดังนี้

1.1 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาในเรื่องของโครงสร้างรายวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ (ว 22202 ) สำหรับเนื้อหา เรื่อง โครงงานน่ารู้

1.2 วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ เรื่อง โครงงานน่ารู้ เพื่อกำหนดชิ้นงานหรือภาระงาน การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้

1.3 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหลักการและวิธีการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ รวมถึงกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ 2 การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้

2.1 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ให้สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ เรื่อง โครงงานน่ารู้ ที่กำหนดไว้ จำนวน 5 แผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย เป้าหมายการเรียนรู้ สาระสำคัญ/แนวคิดหลัก สาระการเรียนรู้ หลักฐานการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ และสื่อ/แหล่งการเรียนรู้

ขั้นที่ 3 การดำเนินการหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้

การศึกษาครั้งนี้ ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ใช้เวลาในการทดลอง จำนวน 10 ชั่วโมง ดำเนินการดังนี้

3.1 นำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน โดยมีคุณสมบัติ คือ เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต และเป็นนักวิชาการทางการศึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับแผนการจัดการเรียนรู้ ให้เป็นผู้ตรวจสอบความเหมาะสมของแผนแล้วดำเนินการปรับแก้ตามคำแนะนำ

3.2 บันทึกผลการพิจารณาลงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน ในแต่ละข้อและหาผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเป็นรายข้อ ผลปรากฏว่าจากแบบประเมินจำนวน 15 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องที่มีค่า .67 จำนวน 3 ข้อ และมีค่า +1 จำนวน 12 ข้อ สรุปผลได้ว่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน มีองค์ประกอบครบถ้วนและเหมาะสมต่อการนำไปใช้

3.3 นำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนไปทดลองใช้กับนักเรียน โรงเรียนเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 12 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 31 คน ที่กำลังเรียนอยู่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเกี่ยวกับการวัดผลประเมินผลให้เหมาะสมกับผลการเรียนรู้ ลักษณะกิจกรรม ปริมาณเนื้อหา การใช้ภาษา เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผลการทดลองใช้ปรากฏว่าต้องปรับปรุงในเรื่องของระยะเวลาในการสอนให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น เพื่อกิจกรรมจะได้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนด

ขั้นที่ 4ทดลองใช้นวัตกรรม ผู้รายงานนำแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน โดยดำเนินการ ดังนี้

4.1 ทดสอบความรู้ก่อนเรียนของนักเรียนโรงเรียนแหลมราษฎร์บำรุง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 12 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 30 คน โดยใช้แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และแบบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ วิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ (ว 22202 ) เรื่อง โครงงานน่ารู้

4.2 ดำเนินการสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน จำนวน 5 แผน

4.3 เมื่อดำเนินการสอนเสร็จสิ้น ทำการทดสอบหลังเรียนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 30 คน โดยใช้แบบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และแบบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ฉบับเดิมแล้วรวบรวมผลคะแนนไว้

4.4 นำผลคะแนนที่ได้จากการทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน มาวิเคราะห์ค่าทางสถิติต่อไป

3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม(ตามวงจร PDCA)

ขั้นตอนการดำเนินการตาม Flowchart

  • สังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนว่ามีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับใด
  • ศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ทราบถึงปัญหา อุปสรรค ที่ทำให้นักเรียนไม่เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์
  • ปรับพื้นฐานความรู้ใหม่ เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อให้นักเรียนเกิดความคิดใหม่ๆในการสร้างสรรค์ชิ้นงานโครงงาน
  • ทดลองจัดการเรียนรู้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน
  • การประเมินผล เปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน
  • นักเรียนที่มีผลการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนคือนักเรียนที่ผ่านการประเมินผล
  • สรุปและรายงานผลการทดลองการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน พร้อมทั้งนำผลที่ได้รับไปปรับปรุงพัฒนาต่อไป

ขั้นตอนการดำเนินการตามกิจกรรม (ตามวงจร PDCA)

1. ขั้นเตรียมการ(Plan)

1.1 ประชุมปรึกษาหารือ ชี้แจงในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในรายวิชาเริ่มต้นกับโครงงานวิทยาศาสตร์ (ว 22202)

1.2 แจ้งจุดมุ่งหมายในการพัฒนานักเรียน ให้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

1.3 เตรียมแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

2. ขั้นดำเนินการ (Do)

2.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนว่ามีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับใด

2.2 ศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ทราบถึงปัญหา อุปสรรค ที่ทำให้นักเรียนไม่เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์

2.3 ปรับพื้นฐานความรู้ใหม่ เกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อให้นักเรียนเกิดความคิดใหม่ๆในการสร้างสรรค์ชิ้นงานโครงงาน

2.4 ทดลองจัดการเรียนรู้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

3. ขั้นตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนา (Check)

การตรวจสอบและประเมินผล เป็นการเปรียบเทียบผลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ถ้าผลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน นั่นคือนักเรียนมีการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ขึ้น วางแผนพัฒนานักเรียนที่ผ่านการประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินผล โดยนักเรียนจะต้องได้รับการปรับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ จัดการเรียนรู้ซ้ำและทำการประเมินผลใหม่อีกรอบ ถ้าผ่านการประเมิน แสดงว่านักเรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าไม่ผ่านจะต้องมีการวิเคราะห์นักเรียนใหม่อีกครั้ง

4. ขั้นสรุปและรายงาน (Action)

4.1 สรุปผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ อภิปรายถึงปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนานักเรียน

4.2 ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้รายงานทำความเข้าใจกับผู้เรียนทันที และคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์เท่าที่จะทำได้เต็มตามศักยภาพของผู้เรียน

3.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

ดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบ PDCA นักเรียนมีพัฒนาการของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

3.4 การใช้ทรัพยากร

ผู้รายงานได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนด้วยตนเอง โดยผู้รายงานได้ทำการพิมพ์และปริ้น เบิกอุปกรณ์ที่ใช้จากฝ่ายพัสดุของโรงเรียน ไม่มีงบประมาณเพิ่มเติมในการหาซื้ออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สามารถนำไปปรับใช้ในการสอนโครงงานได้ทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

4. ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับ

4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์

4.1.1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์วิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง โครงงานน่ารู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.1.2 ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์วิชาโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง โครงงานน่ารู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน

1) ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นโดยประเมินจากแบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และแบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียน

2) ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เมื่อได้ปฏิบัติกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ตามกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน

3) ครูผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบขั้นตอน น่าสนใจ สามารถดึงดูดความสนใจของนักเรียนได้เป็นอย่างดี

4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ

1. ผู้เรียนมีคุณลักษณะในด้าน ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างองค์ความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร และความสามารถในการสร้างชิ้นงานบริการสังคม พร้อมเจตคติ ในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น

2. เป็นแนวทางสำหรับครูในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ช่วยส่งเสริม ความคิดสร้างสรรค์ในเนื้อหาอื่น และรายวิชาอื่นต่อไป

3. เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนการปฏิบัติงานด้านการนิเทศการสอนและติดตามนิเทศภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ปัจจัยความสำเร็จ

1) ครูผู้สอนมีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาเพื่อให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการคิดอื่นๆ พร้อมกันนี้ผู้สอนและผู้เรียนเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน

2) เป็นการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตามจุดเน้นพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สอดคล้อง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553

3) ด้วยความกรุณา เป็นที่ปรึกษา ให้การชี้แนะในด้านการผลิตนวัตกรรมและตรวจสอบเครื่องมือ จากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุติพร อัศวโสวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ดร. กุสุมา ใจสบาย รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และนางนัฐกานต์ พรมประถม ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

6. บทเรียนที่ได้รับ ปรับคุณภาพมุ่งพัฒนาต่อไป

6.1 บทเรียนที่ได้รับ

6.1.1 ในการนำวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนไปใช้นั้นครูผู้สอนสามารถปรับกิจกรรมในขั้นตอนต่างๆให้เหมะสมและสอดคล้องกับบริบทของนักเรียนและโรงเรียนของตนเองได้

6.1.2 ครูผู้สอนสามารถปรับเพิ่มและลดเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆในห้องเรียนโดยมีการยืดหยุ่นตามความพร้อมและความสามารถของผู้เรียนได้ แต่นักเรียนจะต้องศึกษาโครงงานด้วยตนเองนอกเวลาเรียนด้วย

6.1.3 สามารถบรรจุไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อจัดเป็นกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป

6.2 ปรับคุณภาพมุ่งพัฒนาต่อไป

6.2.1 ควรศึกษาการนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับนักเรียนในระดับชั้นอื่นๆต่อไป

6.2.2 ควรมีการศึกษากระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนที่ส่งผลต่อตัวแปรอื่นๆ

6.2.3 ควรมีการศึกษากระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนในรายวิชาอื่นที่ไม่ใช่รายวิชาโครงงาน

6.2.4 ควรนำวิธีการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ไปใช้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ

6.3 ข้อควรพึงระวัง

6.3.1 ครูต้องคอยเน้นย้ำถึงทักษะกระบวนการที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน ว่าต้องใช้ทักษะอะไรบ้างในขั้นนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงาน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีความเข้าใจในเรื่องของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น

6.3.2 ครูจะต้องมีเทคนิคการใช้คำถามที่ดี พร้อมกับยกตัวอย่างที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่าย

7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

1) เผยแพร่ โรงเรียนวัดทุ่งเฟื้อ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

2) เผยแพร่โรงเรียนวัดพังดาน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง

3) เผยแพร่ โรงเรียนบ้านทับใหม่ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

4) เผยแพร่ โรงเรียนวัดมะม่วงตลอด อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช

5) เผยแพร่ทางเว็บไซต์ Go to know.org

6) เผยแพร่ทางเว็บไซต์ wordpress.com

หมายเลขบันทึก: 613144เขียนเมื่อ 30 สิงหาคม 2016 15:29 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 สิงหาคม 2016 15:31 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี