​การบริหารกิจการประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนที่ 2

​การบริหารกิจการประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนที่ 2

16 มิถุนายน 2559

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

งานบริการสาธารณะประเภทหนึ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นเทศพาณิชย์ [2] คือ งาน “กิจการประปาเทศบาล” ซึ่งมีการบริหารงานแบบ “งบเฉพาะการ”

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ “การประปาหมู่บ้าน” ที่คนชนบทอาจไม่ค่อยรู้จัก ในอดีตหมู่บ้านได้รับงบประมาณก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรธรณี กรมอนามัย กรมโยธาธิการ กรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท เป็นต้น

ตั้งแต่ปี 2537 มีการยกฐานะ “สภาตำบล” เป็น “องค์การบริหารส่วนตำบล” (อบต.) ทั่วประเทศ การประปาหมู่บ้านจึงถูกถ่ายโอนภารกิจมอบให้แก่ อบต. เทศบาล เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการ มาตั้งแต่ปี 2545 2546 2547 [3] เว้นแต่ในกรณีที่หมู่บ้านสามารถบริหารกิจการเองได้ ไม่ประสบปัญหาขาดทุน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. 2548 [4]

อันเป็นที่มาของประสบการณ์ปัญหาการบริหารจัดการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และได้รับการถ่ายทอดสู่ชาว อปท. บ้านนอก จากรุ่นสู่รุ่นมาตั้งแต่ปี 2545 โดยเฉพาะ อปท. ขนาดเล็ก ซึ่งหมายถึง เทศบาลตำบล และ อบต. ที่มิใช่ “กิจการประปาของ อปท. ขนาดใหญ่” เช่น การประปาเทศบาลนคร เทศบาลเมือง หรือ เทศบาลตำบลที่มีการบริหารจัดการมาแต่ดั้งเดิม โดยมิได้มีการถ่ายโอนภารกิจแต่อย่างใด

ปัญหาพื้นฐานการบริหารจัดการของ อปท.

จะพยายามแยกประเด็นตั้งแต่ปัญหาระบบผลิต ระบบจ่ายน้ำ การดูแลระบบ การจัดเก็บค่าน้ำที่มีลูกหนี้มหาศาล ฯลฯ เป็นต้น

( 1) ปัญหาทางด้านการเมืองท้องถิ่น

เป็นปัญหาทางปฏิบัติที่แตกต่างไปจากปัญหาของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้น้ำเพื่อหวังผลคะแนน ห่วงคะแนนการเลือกตั้ง อาทิเช่น การไม่ยอมให้ใช้ระเบียบการใช้น้ำที่เป็นสากลที่สะท้อนถึงต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการที่แท้จริง เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้ำในอัตราที่เหมาะสม ค่าธรรมเนียมผู้ใช้น้ำรายใหม่ ค่าธรรมเนียมการเก็บอัตราการใช้น้ำก้าวหน้า การให้ใช้น้ำฟรีในบางสถานที่ หรือ ในทางการเมืองอาจมีการขยายพื้นที่การจำหน่ายน้ำประปามากไปเกินกำลังการผลิตการจำหน่าย การติดตามดูแลของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ปัญหาเหล่านี้เป็นอุปสรรคบั่นทอนงาน “เทศพาณิชย์” ทำให้ท้องถิ่นขาดการพัฒนา “รายได้” เพียงพอในการบริหารจัดการให้ได้มาตรฐานดังเช่นการประปาส่วนภูมิภาค ปัญหานี้เป็นปัญหาของทั้งเรื่องระบบการเมือง ระบบอุปถัมภ์ และเรื่องส่วนตัวปะปนกัน ฉะนั้น จึงมี อปท. หรือ เทศบาลหลายแห่งได้โอนกิจการประปาไปให้การประปาส่วนภูมิภาคเพราะเกิดปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวในพื้นที่ แม้ว่าพื้นที่เหล่านั้นจะมีแหล่งน้ำดิบและระบบการผลิตที่เพียงพออยู่ก็ตาม

( 2) ปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณในการก่อสร้าง การขยายเขต

เป็นปัญหาหลักที่เกี่ยวเนื่องไปถึงคุณภาพ และมาตรฐานการก่อสร้าง อปท. เพราะงบประมาณที่จำกัด นำไปสู่ระบบจ่ายน้ำที่มาตรฐานต่ำเหมือนกันทั่วประเทศ

(2.1) การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากผู้ควบคุมการก่อสร้าง และผู้รับเหมาก่อสร้าง ขาดประสบการณ์ ทำให้ออกแบบและก่อสร้างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะ การก่อสร้างแต่ครั้งแรกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนผู้มีหน้าที่ตรวจรับตรวจสอบไม่ได้มีความชำนาญไม่พอในการพิจาณาตรวจสอบ การออกแบบไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นแบบที่ไม่เหมาะสมกับระบบที่จำเป็นต้องใช้ในพื้นที่ [5] การออกแบบระบบไม่ถูกลักษณะงาน การติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ชำรุดบ่อย

(2.2) การออกแบบท่อเมนประปาจ่ายน้ำซึ่งออกแบบใช้ท่อแบบท่อเมนเดี่ยวทั้งระบบ ไม่มีท่อเมนหลัก ท่อเมนย่อย เหมือนการประปาส่วนภูมิภาค เมื่อมีปัญหาท่อแตก เป็นเหตุให้น้ำรั่วไหลในปริมาณมาก การขุดซ่อมจึงทำได้ยาก

(2.3) วัสดุที่นำมาใช้มีคุณภาพต่ำ หรือด้อยคุณภาพ เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด ทำให้ท่อแตกบ่อย ๆ อุปกรณ์ชำรุดบ่อย เพราะส่วนใหญ่ใช้ท่อ PVC เชื่อมต่อด้วยกาวสำหรับประสานท่อ เมื่อใช้ไปเป็นเวลานาน มักเกิดปัญหาข้อต่อหลุด เป็นสาเหตุให้น้ำรั่วซึมได้

( 3) ปัญหาการบริหารจัดการ

(3.1) ระบบผลิตน้ำประปา จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการดูแล บำรุงรักษาตลอดเวลา พบว่ามีการปล่อยปละละเลย เป็นเหตุให้ระบบขัดข้องอยู่บ่อยครั้ง หน่วยงานไม่ใส่ใจในเรื่องขวัญและกำลังใจของพนักงาน ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ในกรณีต้องทำงานนอกเวลา ทั้งวันทำการปกติ และวันหยุดราชการ ไม่มีการตั้งค่าตอบแทนให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ชัดเจน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เข้าใจงานฝากงานทิ้งงานให้คนอื่นทำหน้าที่แทนโดยไม่มีระบบกำกับดูแลตรวจสอบ ไม่มีระบบการคัดสรร สรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบมาปฏิบัติหน้าที่ ปัญหาการส่งมอบระหว่างท้องถิ่นคนใหม่กับคนเดิมโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติที่ไม่เป็นปัจจุบัน ปัญหาไม่มีการมอบหมายงานอย่างชัดเจน เป็นต้น

(3.2) ไม่ได้ตรวจสอบกระทบยอดปริมาณน้ำ เพื่อตรวจสอบ “ปริมาณน้ำที่สูญเสีย” อันเกิดจากท่อรั่ว ท่อซึม ท่อแตก การลักน้ำประปา ฯลฯ เป็นต้น โดยปกติระบบประปาจะต้องมีมาตรวัดน้ำติดตั้งไว้ที่ท่อเมนที่ออกจากระบบ ซึ่งจะต้องจดตัวเลขมาตรทุกวันพร้อมจัดทำสถิติการใช้น้ำต่อวัน เพื่อตรวจสอบน้ำรั่วไหล กรณีท่อแตก หรือมีการจ่ายน้ำออกไปในปริมาณมากผิดปกติ จะได้ทราบและแก้ไขได้ และยังสามารถนำมาคำนวณเทียบกับจำนวนน้ำที่ผ่านมาตรวัดน้ำของผู้ใช้น้ำเพื่อหาค่าปริมาณน้ำสูญเสีย หรือหาค่าเฉลี่ยต้นทุนการผลิตต่อหน่วยได้อีกด้วย

(3.3) การกำหนดอัตราค่าน้ำ ไม่สะท้อนต้นทุน ต้นทุนการผลิตน้ำประปาในแต่ละระบบมีจำนวนไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยการผลิต เช่นประเภทของระบบประปา แหล่งน้ำดิบ ระยะทางจากโรงสูบน้ำถึงโรงกรองน้ำ การออกแบบระบบ การดูแลระบบ ฯลฯ

(3.4) ปัญหาการทุจริตในการบริหารพัสดุ ผลประโยชน์ทับซ้อนของฝ่ายบริหาร เป็น ช่องทางทุจริตอย่างหนึ่งที่มีหลายช่องทางเป็นปัญหาข้อเท็จจริงในแต่ละท้องที่ไป ส่งผลไปถึงการออกแบบก่อสร้าง การขุดฝังท่อประปา การจัดซื้อสารส้มสารเคมี ไม่ครบถ้วนตามรายการ การผสมคลอรีนที่ต่ำ ปัญหากลุ่มผู้จัดซื้อวัสดุสารเคมีที่ต้องใช้กับงานผลิตไม่มีความรู้พอ จึงเกิดปัญหาการทุจริต ทำให้การจัดซื้อไม่สอดคล้องกับวัสดุสิ่งที่ต้องการ ขาดการดูแลใส่ใจการบริหารงาน โดยเฉพาะขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ปัญหาความไม่ต่อเนื่องการบริหารงาน และความไม่โปร่งใสอาจเกิดขึ้นได้ เช่น ระบบบัญชีไม่มีการตรวจสอบ ขาดทุนตลอด มีความเคลือบแคลงใจของผู้ใช้น้ำที่ได้รับน้ำไม่เพียงพอ การเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมซ้ำซ้อน ความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการ เป็นต้น

(3.5) คนท้องถิ่นขาดความรับผิดชอบร่วมมือ เช่น ทำท่อแตกไม่เคยแจ้ง ท่อรั่ว น้ำรั่วไม่แจ้งซ่อม ไม่จ่ายค่าบริการ เป็นต้น เหล่านี้ ทำให้การบริการจัดการด้อยประสิทธิภาพลง เพราะท่อขนาด 1/2 หากขาด การปล่อยให้น้ำไหล 24 ชั่วโมง ปริมาณน้ำรั่วคิดได้ถึง 60 คิว อันเป็นข้อบกพร่องในการบริหารจัดการ ที่เป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนสูงเกิน เป็นต้น

(3.6) ท้องถิ่น มีลักษณะงานเป็น “all in one” ไม่มีบุคลากรที่มีความชำนาญ ขาดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง [6] ไม่มีเครื่องมือเครื่องจักรกลเครื่องทุ่นแรงในการทำงาน แต่เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่าง ผู้ปฏิบัติไม่มีความรู้พอและไม่ใส่ใจในการควบคุมดูแลทำให้มีน้ำสูญเสีย สารส้ม คลอรีนสูญเสียเป็นจำนวนมาก ปล่อยให้อุปกรณ์ชำรุด น้ำล้นถัง ไม่ดูแลระบบการระบายตะกอนทำให้คุณภาพน้ำต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เส้นท่ออุดตัน ท่อเมนจ่ายอยู่ตื้นทำให้ชำรุดบ่อย หรือลึกเกินไปเป็นปัญหาในการซ่อมแซม ตรวจสอบรักษา ยกตัวอย่างเช่น ท่อประปาแตกแต่ละครั้งก็ขุดซ่อมกันเป็นวัน ต้องปิดน้ำทั้งระบบ อปท. ทำภายใต้ภาวะจำกัด เครื่องมือมีแต่จอบกับเสียม คุณภาพการทำงานจึงต่ำ แก้ปัญหาไม่ทันกับเหตุการณ์ จึงเทียบกับประปาภูมิภาคที่มีบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเต็ม ไม่ได้

(3.7) ในกรณี อบต. ที่มีระบบประปาเป็นรายหมู่บ้านไป ไม่สามารถเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกัน เมื่อถ่ายโอนกิจการประปาหมู่บ้านให้แก่ อปท. จึงมีปัญหาในการบริหารจัดการที่ขนาดขอบข่ายบริการของพื้นที่ที่กว้างขวาง แม้ อปท. บางแห่งมีการเชื่อมระบบเข้าด้วยกัน มีการจำหน่ายน้ำจากหน่วยผลิตเดียวไปหลายหมู่บ้าน ทำให้การผลิตไม่ทัน น้ำดิบไม่เพียงพอ น้ำบาดาลที่มาเสริมมีความเค็ม หรือมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ เป็นต้น

(3.8) ปัญหาแหล่งน้ำดิบประปาในพื้นที่เทศบาลมีไม่เพียงพอในการผลิตน้ำประปา ทำให้มีความจำเป็นต้องแสวงหาแหล่งน้ำดิบภายนอกเขตเทศบาลที่มีความห่างไกลออกไปนำมาผลิต จึงเกิดปัญหาข้อกฎหมายที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเทศบาล จึงต้องได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลและมีอำนาจหน้าที่แห่งตนที่กำกับอยู่ ซึ่งกว่าโครงการนำน้ำจากแหล่งน้ำห่างไกลออกไปจากเขต อปท. จึงเป็นโจทย์ปัญหาใหญ่มาก อีกทั้งปัญหาในข้อกฎหมาย ปัญหาในการประสานงานขอความร่วมมือกับหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ แหล่งน้ำนอกเขตก็มีน้ำที่ต้องแจกจ่ายแก่พื้นที่นั้นด้วย เป็นปัญหาการ “แย่งชิง” หรือ การ “ขวนขวาย” หาแหล่งน้ำด้วยต้นทุนที่ยากและสูงยิ่ง เป็นปัญหาข้อพิพาท ที่เกิดขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะ อปท. ขนาดใหญ่ เช่น การประปาเทศบาลนครนครราชสีมา [7] การประปาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช [8] เป็นต้น ดังนั้นการที่จะขอนำน้ำมาใช้ต้องเป็นการแบ่งโควตาการใช้น้ำกับหน่วยงานนั้น ๆ ที่ต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายนี้แล้วยังมีค่าใช้จ่ายหลักคือ “การก่อสร้างระบบสูบน้ำ ส่งน้ำ ระบบผลิตน้ำ” เช่น ระบบการกรองน้ำ ซึ่งจะมีการพักน้ำ กระบวนการกรองน้ำ เช่น การสูบ การเติมสารส้ม การกวน การตกตะกอน การกรองน้ำ การเก็บน้ำใส นอกจากนี้ก็จะเป็นการสูบจ่ายน้ำ การเติมสารคลอรีน ซึ่งทุกกระบวนขั้นตอนต้องสอดคล้องกันจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ต้องมีงบประมาณค่าใช้จ่ายที่สูงในการสำรวจ ออกแบบ งบประมาณในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่รวมงบประมาณในการบริหารจัดการ ค่าบุคลากร เงินเดือนค่าจ้าง ค่าไฟฟ้า ค่าสารเคมี ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น รวมทั้งค่าดำเนินการอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก เรียกว่าฝ่ายผลิตนี้เป็นหน่วยหลักที่ใช้งบประมาณจำนวนมากที่สุดในหน่วยงาน

( 4) ปัญหาการบริหารจัดการประปาหมู่บ้าน

นอกจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ยังมี อปท. ขนาดเล็กบางแห่ง ที่มิได้มอบการบริหารจัดการประปาให้แก่ อปท. แต่เป็น “การบริหารกิจการประปาเองโดยประชาชน” ซึ่งจะมีปัญหาในการบริหารจัดการประปาหมู่บ้านในลักษณะที่แตกต่างไปจากการบริหารจัดการโดย อปท. นับเป็นปัญหาที่ต้องไปคิดในเรื่องการใช้ระเบียบ การดำเนินการ การติดตามตรวจสอบ เพื่อให้ได้มาตรฐานทั้งคุณภาพน้ำ การใช้จ่าย การงบประมาณ การเงิน การบัญชี การจัดเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งการแก้ไขปัญหา การซ่อมบำรุง ต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาทางปฏิบัติในการดำเนินงาน และมีข้อร้องเรียนที่แตกต่างหลากหลาย [9]

ความหวังในความภูมิใจเล็ก ๆ อย่างหนึ่งของชาว อปท. บ้านนอกที่ต้องการ ก็คือ “หวังว่า อปท. จะมีท่อเมนผ่านหน้าบ้านประชาชนที่มากกว่าร้อยละ 90 ของครัวเรือนทั้งตำบล” ซึ่งจะทำให้ครัวเรือนมีน้ำใช้ (นับปริมาณวันน้ำไหล) ที่มากกว่าประปาภูมิภาค ซึ่งมี อปท. บางแห่งทำเป็นผลสำเร็จมาแล้ว อาจทำให้ประชาชนที่เคยใช้บริการประปาภูมิภาค ได้หันกลับมาใช้บริการประปาของ อปท. เพราะ (1) ราคาที่ถูกกว่า (2) มีน้ำให้ใช้ได้มากกว่า นี่คือความหวัง



[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine & Thawat Petruanthong & Winit Wantajak, Municipality Officer ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน 2559 ปีที่ 66 ฉบับที่ 23061 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 63 ฉบับที่ 39 วันศุกร์ที่ 17 – วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน 2559, หน้า 66, เจาะประเด็นร้อน อปท.

[2] คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2520, http://www.deka.in.th/view-108714.html

กรุงเทพมหานครโจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และมีสิทธิทำกิจการเทศพาณิชย์ได้ตามมาตรา 57 ประกอบด้วยมาตรา 54 (12) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2511 การที่โจทก์จัดทำกิจการสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) ซึ่งเป็นการค้าขายอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ.2505 ย่อมถือได้ว่าเป็นการจัดทำกิจการเทศพาณิชย์อย่างหนึ่ง เพราะคำว่า “เทศพาณิชย์” หมายความถึงการค้าขายของประเทศ ของบ้านเมือง หรือของท้องถิ่น

เช่น โรงรับจำนำ การประปา โรงฆ่าสัตว์

[3] ขอบเขตการถ่ายโอน - สำนักงาน ก.ถ. – กระทรวงมหาดไทย, http://www.local.moi.go.th/plan21.doc

[4] ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. 2548,

ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ,

ราชกิจจานุเบกษา หน้า 8-14 เล่ม 122 ตอนพิเศษ 125ง วันที่ 3 พฤศจิกายน 2548 ,

http://www.local.moi.go.th/law019.pdf & https://docs.google.com/file/d/0B0QqZeoMeRdmd2Q4ajhjSVFCZUk/edit?pref=2&pli=1

& ระเบียบสำนักนายรัฐมนตรี เรื่อง ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาชนบท พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2550, ราชกิจจานุเบกษา หน้า 9 เล่ม 124 ตอนพิเศษ 84 ง วันที่ 13 กรกฎาคม 2550, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/E/084/9.PDF

[5] ดู “การคัดเลือกรูปแบบระบบประปา ให้เหมาะสมกับพื้นที่”, โดย สำนักบริหารจัดการน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : แนวทางการจัดหาน้ำสะอาดในชุมชนและกระบวนการพิจารณาการจัดสร้างระบบประปาหมู่บ้าน, http://202.129.59.73/tn/process%20prapa/part%2043.htm

[6] มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง “นักบริหารงานประปา” ต้องมีวุฒิปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศ.บ.) สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานหลัก ตำแหน่ง “เจ้าหน้าที่ หรือ เจ้าพนักงานการประปา” จะต้องมีวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ป.วช.) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ป.วท.) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.วส.) ทาง เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า เทคนิควิศวกรรมโยธา ช่างก่อสร้าง ช่างกล ช่างกลโรงงาน ช่างเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า

[7] ดู “เทศบาลโคราชเฮ! ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดีประปา 3,000 ล้าน ให้ใช้น้ำ “เขื่อนลำแชะ” ได้”, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 29 เมษายน 2558, http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000049074

[8] ดู “มหากาพย์ประปาเทศบาลนครนครศรีฯ 8 : สุดฉงน! รายงานผลการศึกษาทางวิชาการ “ม.มหิดล””, MGR Online, 31 พฤษภาคม 2559, http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000054560

[9] ดู คำถามที่ 1 : ทาง อบต. สามารถรับโอนระบบประปาหมู่บ้าน เข้ามาอยู่ในการดูแลและบริหารจัดเก็บค่าน้ำได้หรือไม่, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, 2556, www.dla.go.th/upload/callcenter/type1/2013/10/48509_2.doc

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration

คำสำคัญ (Tags)#องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น#​การบริหารกิจการประปา#การบริหารกิจการและการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน#งานเทศพาณิชย์#กรณีพิพาทแหล่งน้ำดิบการประปาเทศบาล#งบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ

หมายเลขบันทึก: 608391, เขียน: 15 Jun 2016 @ 12:39 (), แก้ไข: 05 Dec 2018 @ 11:22 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (0)