วันที่ไม่มีรูปถ่ายแต่มีความทรงจำดีๆ (1 มิถุนายน 2559)

เช้าวันแรกของเดือนใหม่ เดือนมิถุนายน

สำหรับเดือนใหม่ประเดิมวันแรกด้วยการไม่มีสอน แต่คงจะคิดเช่นนี้อีกไม่ได้แล้วเพราะ..

สำหรับคาบที่ 1 ก็ได้สอนภาษาไทยแทนครูพี่เลี้ยง ห้อง ป.3/1 ขึ้นชื่อว่า 3/1 เสียงดังแน่นอน แต่ห้องนี้ก็มีดีอยู่ คือ บอกให้ทำงานก็ทำงาน บอกให้เล่นเกมก็มีส่วนร่วมอย่างดี ทำงานเสร็จเร็วด้วย แต่ติดอยู่หนึ่งอย่างที่ทำให้พลังของเราลดน้อยลง คือ การใช้เสียงของห้องนี้ บางที เราเงียบแล้วลองฟังพวกเขาคุยกัน ตะโกนหากันบ้าง ก็คิดในใจว่าเขาไม่เหนื่อยบ้างหรอ เขาไม่รำคาญกันและกันบ้างหรอ ก็ได้แต่ถาม เด็กก็คือเด็กอ่ะนะ เข้าใจวัยของเขา แต่ก็จะพยายามทำให้เขาดีขึ้นค่ะ สู้ๆ:)

คาบที่ 4 สอนหน้าที่พลเมืองแทนครูพี่เลี้ยงอีกเช่นกัน ฉันก็ถามถึงหนังสือเรียน นักเรียนบอกว่า ไม่มีหนังสือเรียน เราก็ไม่ค่อยรู้เนื้อหาอะไรพวกนี้อยู่ด้วย เลยลองเปิดดูสมุดของเด็กดู ปรากฎว่าครูสอนเรื่องมารยาทไทยอยู่ เราก็เลยคิดกิจกรรมมาให้เขาทำต่อ คือให้ทำเรื่องความดีของฉัน จากนั้นเมื่อกลุ่มไหนทำเสร็จก็จะอนุญาตให้ไปซ้อมการแสดงบทบาทสมมุติ ที่จะแสดงในคาบของหน้าที่พลเมืองในวันพรุ่งนี้

เที่ยงแล้ววว..

ได้เวลาคุมแถวนักเรียนไปรับประทานอาหารและช่วยแม่ครัวในการเตรียมอาหารจนเสร็จจึงจะได้ทานข้าว เมนูในวันนี้ก็คือ ต้มยำไก่ ขอบอกว่ากับข้าวของโรงเรียนนี้เด็ด ถ้าอยากรู้ว่าจริงหรือไม่ให้ดูที่ผลลัพธ์สุดท้ายพอจบเทอมนี้ไป ก็คงจะได้กรทิพย์คนใหม่ ที่ตัวใหญ่กว่าเดิม จากคำบอกเล่าของครูหลายๆท่านก็บอกมาว่า พี่ๆที่ฝึกสอนจบไปแต่ละคนก็น้ำหนักขึ้นกันหมด ตอนนี้ก็เลยต้องมองย้อนมาถึงตัวเรา นี่แค่เปิดเทอมได้ยังไม่ถึงเดือนเลยนะ ยังตัวขนาดนี้ ถ้าปิดเทอมไปขนาดไหน ไม่อยากจะคิดเลย 555

ในช่วงบ่ายนี้ เราทุ่มเวลาให้กับการตกแต่งห้องเรียน คือมีการทำรายชื่อเวร นำไปติดฝาผนังห้องแล้วตกแต่งให้สวยงาม แต่ก็คืบหน้าไปได้นิดเดียวอยู่ เพราะมีเวลาทำน้อย และอุปกรณ์ยังไม่ครบ สถานที่ในการทำก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

ในคาบจริยะก็ได้คุมห้อง ป.3 ทั้ง 3/1 และ3/2 ไปอบรมจริยะที่โรงยิม คุมเด็กเหมือนกับคุมลิงนั่นแหละค่ะความรู้สึกเดียวกัน โดยเฉพาะ ป.3/2 ถูกครูนำรายชื่อหัวโจกที่ชอบเล่นกัน พูดหน้าเวทีตลอด โดนเตือนตลอด ซึ่งเป็นห้องที่ฉันเป็นครูประจำชั้นอยู่ ก็รู้สึกว่าต้องมีการปรับพฤตติกรรมเขาใหม่ อาจจะไม่ได้ในเร็วๆนี้แต่ก็จะพยายามปรับ เพราะเด็กแต่ละคนก็มาจากต่างพ่อต่างแม่กัน จึงไม่เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วต้องหาวิธีที่จะปรับให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของเขาให้ได้

ก่อนกลับบ้านก็มีการให้เวรทำความสะอาดห้องเรียนและคนที่ไม่ใช่เวรให้นั่งข้างหน้าห้องเป็นแถวรอเพื่อน ระหว่างที่รอเพื่อนๆนั้น ฉันก็ให้เขาท่องสูตรคูณ ก่อนกลับบ้านไปด้วย ตั้งแต่ แม่ 2 จนถึงแม่ 12 เลย

วันนี้ดรีมเป็นครูเวรซึ่งเรามาโรงเรียนด้วยกันทุกวันด้วยรถจักรยานยนต์ ก็เลยต้องกลับพร้อมกัน เหมือนเราทั้ง 2 เป็นครูเวร 2 วันนั่นเอง เย็นนี้เราก็มานั่งรอเด็กๆกลับบ้านจนหมดกับครูเวรคนอื่นๆ วันนี้เป็นเวรของครูพี่เลี้ยงเราด้วย และก็คุณครูท่านอื่นก็อยู่ด้วยกันอีกประมาณ 10 คนรวมถึงท่านรองผอ.เก๋ก็มานั่งพูดคุยกันเพื่อรอนักเรียนกลับบ้าน การพูดคุยกันนั้นทำให้รู้ได้เลยว่าครูโรงเรียนนี้อารมณ์ดีกันทุกคน เป็นกันเองมากๆ และที่สำคัญไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโรงเรียนนี้ถึงมีระบบที่ดี เพราะความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง, เพื่อน ของครูนั่นเอง วันนี้ได้มีโอกาสร่วมเฟรมการเซลฟี่ของครูด้วย แต่ไม่มีรูปเพราะรูปอยู่ที่กล้องครูพี่เลี้ยงเราเอง ถ้ามีโอกาสจะนำมาลงเพื่อให้ดูบรรยากาศการอยู่ร่วมกันของพวกเราชาวฟ้าขาวค่ะ

วันนี้ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูปเลย บางกิจกรรมจะถ่ายแล้วแต่ก็ลืมจนได้ ..

สำหรับวันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกๆวัน เมื่อตอนนักเรียนกลับบ้านจึงรู้สึกได้ว่า เหมือนโดนดูดพลัง

ต้องรีบกลับไปเติมพลัง(การเติม=การนอน)ที่หอทุกวันเลย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวกรทิพย์ นุแปงถา (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (1)

คาบเยอะขึ้นทุกวัน กำลังกายเติมได้ แต่กำลังใจก็สำคัญครับ เป็นกำลังใจให้ทุกวันครับ