วันที่ 12 ณ ห้องเด็กดื้อ กับการสอน เรื่อง พันธุกรรม (1 มิถุนายน 2559)

ณ ห้องเด็กดื้อ กับการสอน เรื่อง พันธุกรรม

เช้า...วันแห่งความ มหาเหนื่อย เพราะเหนื่อยมาก คงยังไม่พอ

(แต่มาคิดดูอีกที พ่อกับแม่คงเหนื่อยกว่าเยอะเลย อดทนๆ)


สอนคณิตศาสตร์ คาบแรกของวันนี้เป็นเรื่อง โจทย์ปัญหาการบวกลบซึ่งทุอกย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เนื่องจากมีครูพี่เลี้ยงคอยเสริมให้ในช่วงสำคัญ ๆ ที่ขาดหายไป


แต่....พลังงานหมดกับการสอน วิทยาศาสตร์

โดยเริ่มจาก ป.3/8 ซึ่งเป็นห้องที่ไม่น่าประทับใจเลยตั้งแต่แรกเข้าเพราะเด็กเสียงดังไม่ยอมฟังอะไรเลย

พอมาวันนี้กับการเรียนที่เต็มไปด้วยเกม และกิจกรรมสนุก ๆ (มั๊ง 5555)

กับเกมแรกเพื่อการบริหารสมอง ฝึกสมาธิโดยการทำท่าประกอบเพลง “โอ้เจ้าดอกลั่นทม” ซึ่งมีเนื้อเพลง ดังนี้

โอ้เจ้าดอกลั่นทม ฉันเคยเด็ดดม ฉันเคยเด็ดเล่น
เด็ดเช้า เด็ดเย็น ฉันเคยเด็ดเล่น เด็ดดม เด็ดดม
ฉันเคยเด็ดเล่น เด็ดดม เด็ดดม

ที่พิเศษก็คือ ไม่ใช่ท่าประกอบปกติ แต่ต้องเป็นที่กลับด้านกัน ถ้าไม่มีสมาธิ จะทำผิดพลาดดได้ง่าย

ต่อมา ก็คือการทบทวน สอบถามลักษณะ รูปร่าง หน้าตาของตนเองที่เหมือนพ่อและแม่ และเชื่อมโยงไปถึงลักษณะที่เหมือนกันของพืช และลูกของสัตว์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะเหมือนพ่อแม่

จากกนั้นก็มาเล่นเกม จับคู่กัน (จับคู่สัตว์ แม่กับลูก) เด็ก ๆ ตั้งใจเล่นมาก จากนั้นก็ทำใบงานเพื่อทบทนความรู้

ผลปรากฏว่า ดีกว่าวันแรกที่เจอกันเยอะเลย ^O^เด็ก ๆ ตั้งใจเรียนมากขึ้น เชื่อฟังมากขึ้น เยี่ยมเลย

แต่แล้ว.......ความบังเอิญ.......ที่โหดร้ายก็มาเยือน......เมื่อครูไม่อยู่.....ก็ได้งานสิค่ะ 5555

------------------------------> งานสอน วิทยาศาสตร์ ป.3.9 และ ป.3/6

ในความบังเอิญก็ยังมีความโชคดี เมื่อเนื้อหาที่สอนนั้นเป็นเรื่องเดียวกันสอนแบบเดียวกันได้ 5555

ป.3/9 เจอกันครั้งแรกกับคำว่าเย้ๆๆๆๆๆๆครูหนูนามาสอนเหนื่อยใช่ย่อยแฮะเสียงดังใช้ได้แฮะแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีบรรลุวัตถุประสงค์จ้า...

ป.3/6 เจอกันครั้งแรกกับคำว่าอ้าววครูไก่ไปไหนหนูจะเรียนกับครูไก่ง่ะงานเข้าแล้วไงแต่พอผ่านคาบเรียนไปเท่านั้นแหละ หึหึ มาอ้อนว่า ครูจะไปแล้วหรอ ไม่ไปได้ไหม หนูอยากเรียนกับครู ครูมาสอนอีกนะทีนี้ล่ะ ครูเล่นตัวบ้างไม่มาแล้ว เชอะ (พูดในใจ 555)

วันนี้.....เหนื่อยมากกกกออกห้อง ป.3/6 มาความคิดตอนนั้นคืออยากเดินไปหาเตียงนอนนุ่ม ๆ แล้วเอนตัวลง เบา ๆ พักสายตาสักชั่วโมง

ความเจ็บคอ ก็มาเมื่อเด็กก็ยังคงเป็นเด็กพูดมากเสียงดังเป็นครั้งคราวเราคนเดียวจึงต้องเสียงดังกว่า จึงจะเอาอยู่

ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณค่ะ ที่เปิดเวทีให้หนูได้ทดลองฉายเดี่ยวในการสอนจริง ๆ ได้รู้ว่าเราจะเอาอยู่มั้ยได้รู้ว่าเราต้องปรับปรุงตรงไหนบ้างขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

See you again my student.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวนัยนา อินจัน (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (4)

ตะเบงเสียงมากเจ็บคอค่ะลูก ให้ใช้สัญญาณกระดิ่งช่วยนะเป็นการนำเข้าสู่สติค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ^_______________^ จันทวรรณ

เขียนเมื่อ 

เด็กๆย่อมเสียงดังเป็นธรรมดา ปัญหาอย่างหนึ่งคือ เราอาจจะยังเข้าใจว่าเด็กต้องเงียบฟัง นั่งนิ่ง แล้วก็ทำสิ่งที่คุณต้องการอยู่ตลอด ผมเสนอว่าเราควรออกแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้ได้ปฏิบัติ ทดลอง มากขึ้น ก่อนจะให้เด็กช่วยกัน สรุป ครูยนต์คำถาม ตามด้วยการเติม องค์ความรู้ที่จำเป็น ยังไงก็สู้สู้ครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ อาจารย์ ^O^ อ.ต๋อย