วันที่ 6 ตั้งสติก่อนนะนักเรียน (24 พฤษภาคม 2559)

เช้าวันนี้อากาศค่อนข้างดีและไปโรงเรียนเช้ากว่าปกติ แต่การกลับรถไม่เป็นใจ รอข้ามถนนกว่า 10 นาทีกว่าจะเข้าโรงเรียนได้ จากนั้นเราก็ไปควบคุมนักเรียนทำความสะอาดโรงเรียน แต่ไม่ทันใจจึงเอาไม้กวาดมากวาดเอง "สบายใจกว่าเยอะ"

ในชั่วโมงแรกมีสอนประวัติศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 บอกเลยว่า นักเรียนไม่ค่อยตั้งใจเรียน จะคอยเตือนตลอดว่า"ครูครับ วันนี้ 9 โมงครูต้องไปไหว้ศาลพระภูมิครับ" เราเลยสั่งงานให้นักเรียนทำและกำชับหัวหน้าห้องว่า ให้จดชื่อเพื่อนคนที่เสียงดัง เดี๋ยวครูจะกลับมาจัดการเอง จากนั้นก็ลงไปร่วมกับคณะครูไหว้ศาลพระภูมิ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่การฝึกสอนตลอดภาคเรียนนี้พอไหว้เสร็จกลับขึ้นห้องนักเรียนยังทำงานที่สั่งยังไม่เสร็จ แล้วเราก็บอกไปว่า "คนที่เสร็จให้นำมาส่ง ครูจะให้คะแนนเฉพาะคนที่เสร็จเท่านั้น"


ในชั่วโมงถัดไป มาร่วมอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้แก่นักเรียน หลังจากอบรมเสร็จก็มีเวลาเหลือ จึงขึ้นไปสอนประวัติศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ซึ่งนักเรียนสมาธิกระเจิงไปหมดแล้ว กว่าจะทำให้มีสมาธิและตั้งใจเรียนยากมากๆ

พอถึงชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ วันนี้ให้นักเรียนคิดโจทย์คณิตศาสตร์ลับสมอง พอมาถึงในขข้อสุดท้ายเป็นรูปให้คิดปริมาณน้ำในแก้ว นักเรียนก็ตั้งใจคิดกันมาก หน้าเคร่งเครียดมาก พอผ่านไปสักพักเริ่มคิดไม่ออก เลยหันมาบอกครูว่า "เฉลยนะคะครู" เราก็แอบหัวเราะในใจ ถ้าเฉลยไปนักเรียนจะว่าเราไหม มันจะฮาไหม จึงตัดสินใจเฉลยออกไป นักเรียนถึงกับอ้าปากค้าง แล้วพูดพร้อมกันว่า "ครูอ่ะ ไม่บอกตั้งแต่แรกคะ" เราก็ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ แล้วก็บอกว่า พรุ่งนี้ให้ตั้งใจเรียนด้วยนะ พรุ่งนี้จะมาสอนวิทยาศาสตร์จริง ๆ ล่ะ


จากนั้นก็ควบคุมการเข้าแถวกลับบ้านของนักเรียน มีนักเรียนมาแอบนินทาครูประจำชั้นตัวเองให้ฟัง เราก็คิดในใจ "นี่จะโดนนินทาไหมเนี๊ย" ก่อนออกโรงเรียนมีนักเรียนมาถามว่า "ครูครับ ครูชื่ออะไรหรอครับ" "ผมรู้จักแต่ชื่อจริงครู"


"ขอบคุณนะที่อย่างน้อยก็ยังจำชื่อครูได้"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนาวสาวสายธาร อินทร์ตา (ภาคเรียนที่1/2559)



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับคุณครูครับ กว่าจะได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์ สมาธิก็กระเจิงไปหมดแล้ว แต่ถ้าหากว่าเรียนประวัติศาสตร์ เรื่องพยาบาล กับศาลเจ้าปู่ ที่คุณครูไปไหว้มา น่าจะดึงความสนใจได้นะครับ ...