เถียงตัวเอง

............................ ว่าความรู้สึกของเรามันเป็นแค่ความรู้สึก ไม่จำเป็น ต้องเป็น “ความจริง” เพราะความรู้สึกเกิดจากการรับรู้ ตามด้วยการตีความการรับรู้นั้น ด้วยอคติหลากหลาย แบบ คนเราย่อมตีความแบบเข้าข้างตนเอง ได้ความรู้สึกหลอกๆ ที่อาจเร่งเร้าให้เรามีพฤติกรรมตอบสนอง ความรู้สึกนั้น ทำให้เราอาจมีพฤติกรรมที่ไม่รอบคอบ อาจให้ความพึงพอใจในระยะสั้น แต่ก่อความทุกข์ยาก หรือก่อผลเสีย ในระยะยาว


หนังสือ Influencer : The New Science of Leading Change บทที่ ๕ เรื่อง Help Them Do What They Can’t กล่าวถึงทักษะในการควบคุมตนเอง โดยแนะให้ “argue with your fellings” ด้วยวิธีการที่นักจิตวิทยาเรียกว่า cognitive reappraisal ทำให้ผมนึกถึงวิธีการเรียนรู้ที่ผมใช้มาตั้งแต่เด็ก คือเถียงตัวเอง ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ รวมทั้งความรู้สึกของตัวเอง เป็นนิสัยที่เกิดขึ้นเอง มาจากไหนก็ไม่ทราบ

ทราบแต่ว่า ทำให้ผมถูกตราว่าเป็น “เด็กดื้อ” ผู้ใหญ่สอนยาก จึงถูกแม่ลงโทษเฆี่ยนตีเป็นประจำ ตอนนี้แม่ตายไปแล้ว มีเมียเข้ามแทนที่ เธอบ่นว่าบอกอะไรก็ไม่จำ

กลับมาที่หนังสือ ซึ่งบอกสิ่งที่พุทธศาสนาสอน ว่าความรู้สึกของเรามันเป็นแค่ความรู้สึก ไม่จำเป็น ต้องเป็น “ความจริง” เพราะความรู้สึกเกิดจากการรับรู้ ตามด้วยการตีความการรับรู้นั้น ด้วยอคติหลากหลาย แบบ คนเราย่อมตีความแบบเข้าข้างตนเอง ได้ความรู้สึกหลอกๆ ที่อาจเร่งเร้าให้เรามีพฤติกรรมตอบสนอง ความรู้สึกนั้น ทำให้เราอาจมีพฤติกรรมที่ไม่รอบคอบ อาจให้ความพึงพอใจในระยะสั้น แต่ก่อความทุกข์ยาก หรือก่อผลเสีย ในระยะยาว


วิจารณ์ พานิช

๘ เม.ย. ๕๙

บนเครื่องบินสายการบินฟินแอร์ จากกรุงเทพไปเฮลซิงกิ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

It is quite hard to make judgement on facts instead of facts and emotions. Most time decisions are made on emotions!

เขียนเมื่อ 
  • คงจะคล้ายๆ กับการ "ทะเลาะกับงานของตนเอง" ที่ผมใช้เมื่อทำงานเสร็จไปช่วงหนึ่งแล้วหวนกลับมาดูใหม่เพื่อค้นหาสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข
  • แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะหน่วยงานราชการชอบที่จะ "ยกยอปอปั้นงานของตนเอง" กันมากกว่า
  • ว่าไปมันก็มีประโยชน์ทั้ง 2 แบบ อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้เพื่ออะไร ในสถานการณ์ใด