๒๕. หนังสือเล่มนี้...

มองเห็นสวรรค์ในสวนหลังบ้าน..หมกตัวอยู่ได้ทั้งวัน ในพื้นที่อันน้อยนิด ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบกับใคร พอใจในสิ่งที่เรามี อากาศก็ดี ปลูกต้นไม้ รดน้ำ พรวนดิน และใส่ปุ๋ย วนไปวนมาทั้งที่รู้ว่า เรากำลังทำในสิ่งที่ไม่ได้เงิน...แต่มีความสุขที่ได้ทำ

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ..ภายใน ๒ วัน มีทั้งหมด ๒๔๓ หน้า เคยอ่านมาแล้วเที่ยวหนึ่ง แต่อ่านแบบลวกจิ้ม ไม่ปะติดปะต่อ ได้ลิ้มชิมรสแล้วก็วาง เที่ยวนี้อ่านได้ต่อเนื่องจนจบ..พอจบแล้ว ก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ประมาณว่า นักเขียนท่านนี้ เก่งจริง อายุอานามยังน้อย แต่มีความสามารถล้นเหลือในการเขียน เรื่องราวในชีวิตประจำวัน ที่เป็นเรื่องง่ายๆ แต่เขียนได้น่าสนใจ อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที เหมือนคนอ่านได้สัมผัสอยู่ด้วย..ในบันทึกเหล่านั้น

พอผมวางหนังสือ..ฉับพลันทันใด ก็เหลือบไปเห็น ถ้อยคำที่โปรยไว้ที่ปกหลังของหนังสือ..เห็นแล้วก็ต้องอ่าน ไม่งั้น..จะจบอย่างไม่บริบูรณ์..เหมือนกับที่เราดูหนังในโรงนั่นแหละ..ลองสังเกตสิ..พอหนังจบ คนจะเดินออก..ยกเว้นผม..ผมจะนั่งฟังเพลงประกอบ ดูเบื้องหลังการถ่ายทำ..ดูชื่อดารา..ผู้มีส่วนร่วมที่ทำให้หนังเรื่องนี้ ประสบความสำเร็จ ออกสู่สายตาชาวโลก..ฯลฯ..จบ

ข้อความ ตรงปกหลัง..ผมอ่านจนถึงบรรทัดสุดท้าย..คราวนี้ ผมยิ้มไม่ยอมหุบ..เหมือนถูกตอกย้ำ ว่า นักเขียนท่านนี้ เก่งจัง..เหมือนนั่งอยู่ในใจเรา อ่านใจเราออกได้ไง..ว่าเรารู้สึกได้เช่นนั้นจริงๆ.

ข้อเขียนตรงปกหลัง..

"...หนังสือเล่มนี้

อาจทำให้คุณเห็นคุณค่าของมือที่สาม

ตั้งคำถามกับความเร็ว

มองเห็นสิ่งที่มีในฝนแต่ไม่มีในแดด

ค้นพบความบ้าในความรัก

อยากลุกขึ้นมาสู้อีกสักครั้ง

ไม่อยากรีบประสบความสำเร็จ

ลงมือทำสิ่งที่ไม่ได้เงิน

มองเห็นสวรรค์ในสวนหลังบ้าน

ยินดีนั่งข้างๆความทุกข์

ฟังเพลงเพราะขึ้น

และหัวเราะเต็มเสียง”

ผมกำลังเป็นตามนั้นทั้งหมด..ยกมาให้เห็นเป็นบางส่วนแล้วกัน อาทิ..

ค้นพบความบ้าในความรัก...หลังจากที่ได้ค้นพบ..ว่ารักเธอจริงๆ และเป็น..รักเดียว..ที่มีอยู่ในเวลานี้.. สิ่งที่ตามมาก็คือ..บ้างาน บ้าอ่าน และบ้าเขียน อย่างที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

อยากลุกขึ้นมาสู้..อีกครั้ง...บอกตัวเอง เมื่อโรงเรียนใกล้จะเปิดเทอม ยังร้อนอยู่เลย โรงเรียนจะเปิดอีกแล้วหรือ...น้ำตาจะไหล

ไม่อยากรีบประสบความสำเร็จ..ที่ผ่านมา..การันตีได้ว่า ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างมากมาย ใช่เลย เรารีบเกินไป รอให้อายุ ๖๐ เกษียณแล้ว ก็ยังไม่สาย รีบไปทำไม ตอนนี้เพิ่ง ๕๔ เอง (ฮา)

มองเห็นสวรรค์ในสวนหลังบ้าน..หมกตัวอยู่ได้ทั้งวัน ในพื้นที่อันน้อยนิด ไม่คิดจะไปเปรียบเทียบกับใคร พอใจในสิ่งที่เรามี อากาศก็ดี ปลูกต้นไม้ รดน้ำ พรวนดิน และใส่ปุ๋ย วนไปวนมาทั้งที่รู้ว่า เรากำลังทำในสิ่งที่ไม่ได้เงิน...แต่มีความสุขที่ได้ทำ

พร้อมและยินดีที่จะนั่งข้างๆความทุกข์...ในเมื่อ..เปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ นโยบายและโครงการใหม่ มากมายก่ายกอง ที่จะต้องก้าวให้ทัน และทำให้สำเร็จ กับครูที่มีเท่าเดิม เงินและวัสดุอุปกรณ์ก็เท่าเดิม ตลอดจนผู้บริหารขนาดเล็กอย่างเรา ก็..เท่าเดิม ก็คงต้องเป็นครูและภารโรงด้วย เหมือนเดิมนั่นแหละ

แต่ไม่น่าเชื่อ..ณ เวลานี้ ช่วงเวลาที่ร้อน และมาพร้อมกับ..ความรัก..ทำให้ฟังเพลงเพราะขึ้น นะ ไพเราะทุกเพลง แม้จะต้องฟังซ้ำๆกับนักร้องคนเดิม...สุนทราภรณ์ สุเทพ วงศ์คำแหง ชรินทร์ นันทนาคร ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ แล้วก็คลานมาจบลงที่..เพลงลูกทุ่งของ ก๊อต จักรพรรณ์ อาบครบุรีฯ

ที่สุดแล้ว..ก็จบลงด้วยเสียงหัวเราะ ที่ผมหัวเราะได้อย่างเต็มเสียง โดยที่ไม่ต้องเกรงใจใคร..บ้าก็บ้าวะ หัวเราะในสวนหลังบ้าน...ไม่มีใครได้ยินอยู่แล้ว.

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ด้วยรักและศรัทธา พัฒนางาน..ชีวิต เส้นทางผลสัมฤทธิ์ บันทึกไว้..ให้รื่นรมย์



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

สิ่งที่อยู่ในหนังสือ ... ย่อมมีมากกว่าตัวหนังสือ

สิ่งที่แอบแฝงอยู่นั้น ย่อมเกิดคุณค่ามหาศาล

แก่ผู้อ่านที่มีปัญญาเสมอ เพราะมันคือ...

โลกทั้งโลก ที่ถูกย่อส่วนมาสำหรับผู้อ่าน

ที่ชาญฉลาด


จริงครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่าน ผอ. น่าอ่านยิ่งนักกับนักเขียนนิ้วกลม ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดีๆค่ะ ...ทำเพื่อรัก..รักกันๆๆๆ..

^___________^

เขียนเมื่อ 

เป็นหนังสือที่น่าอ่านมากครับ

อากาศร้อน แต่ใจไม่ร้อนนะครับ