"ทำไมต้องเงาะโรงเรียน!?"

"เงาะโรงเรียน มีที่มาอย่างไร? ทำไมต้องเงาะโรงเรียน? แล้วโรงเรียนไปเกี่ยวข้องกับเงาะอย่างไร?"

คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในหัวของคนที่เคยได้ยินคำว่าเงาะโรงเรียน ก็เจ้าผลสีแดงๆ มีขนปกคลุมทั่วทั้งผล นี้แหละครับเรียกว่า"เงาะ" อันที่จริงแล้วเงาะก็มีอยู่หลายสายพันธ์ุ และหาทานได้ไม่ยาก แต่ถ้าพูดถึงเงาะที่อร่อย หลายๆคนถูกปาก และเป็นเงาะที่เนื้อหวาน กรอบ อร่อยแล้วเนี่ย ก็ต้องนึกถึง "เงาะโรงเรียน" เป็นอันดับแรก แต่ว่าเงาะโรงเรียนมีที่มายังไงกัน? เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังครับ แต่ตอนนี้เรามารู้จักกับ เงาะ กันก่อนดีกว่านะครับ :)


ที่มาของภาพ : http://img.tnews.co.th/large/tnews_1433758064_1581.jpg

เงาะ เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีอายุนานหลายปี เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอุณหภูมิระหว่าง 22-35 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝน 2,000-3,000 มิลลิเมตร/ปี มีการกระจายตัวของฝนสม่ำเสมอ สภาพพื้นที่มีความชื้นสูง 75-85% แต่ต้องการสภาพแห้งแล้งก่อนออกดอกติดต่อกัน 21-30 วัน แหล่งปลูกไม่ควรสูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 650 เมตร ไม่ชอบสภาพพื้นที่หนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณที่มีหิมะตก เงาะชอบดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ความลึกของหน้าดินไม่ควรน้อยกว่า 1 เมตรค่าความเป็นกรด-เป็นด่างของดิน 5.0-6.5 มีการระบายน้ำดี ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มปลูกจนเริ่มให้ผลผลิตมีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป เงาะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่ออกดอกจนผลแก่ใช้เวลาประมาณ 130-160 วัน และเงาะสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น รับประทานผลสด ทำเงาะแช่น้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง ทำแยม ไขของเงาะสามารถนำมาทำเป็นสบู่และเทียนไขได้ นอกจากนี้รากและเปลือกของเงาะยังสามารถนำมาทำยาสมุนไพรได้ด้วย


ภาพแสดงแหล่งเพาะปลูกเงาะของประเทศไทย

ที่มาของภาพ : http://www.oae.go.th/fruits/images/map/rambutanmap...


"ที่มาของเงาะโรงเรียน"

เป็นผลไม้ของดีขึ้นชื่อของบ้านนาสาร อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี อ.บ้านนาสาร เป็นพื้นที่ที่มี "ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ " ใต้พื้นดินประกอบด้วยแร่บนดินมีผลไม้เงาะพันธุ์ต้นแรกของประเทศไทย

ประวัติความเป็นมาของเงาะพันธ์อร่อยเลื่องชื่อนี้ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2480 นายเคหว่อง เป็นชาวปินัง ได้เดินทางมาทำกิจการเหมืองแร่ดีบุก ที่ อ.บ้านนาสาร โดยทำเหมืองที่บ้านเหมืองแกะและที่บ้านขุนทองหลาง พักอาศัยอยู่ริมทางรถไฟ (ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนนาสาร) นายเคหว่อง ได้นำเงาะพันธุ์พื้นเมืองของปินังมานั่งรับประทานแล้วได้ทิ้งเมล็ดไว้ (เงาะปินัง ผลใหญ่ ลักษณะทรงรี เปลือกหนา มีผลสีแดงเข้ม ไม่หวาน) ด้วยเหตุของดินที่ดีและมีความชุ่มชื้น อุณหภูมิพอเหมาะ ทำให้เมล็ดที่ถูกทิ้งไว้ งอกขึ้นมาประมาณ 3 ต้น เมื่อ นายเคหว่อง เลิกกิจการเหมืองแร่ ได้ขายบ้านพักพร้อมที่ดินให้กับทางราชการ สมัยนั้นราคาประมาณ 1,200 บาท ต่อมาทางราชการได้ตั้งเป็นโรงเรียนชื่อโรงเรียน "นาสาร " โดยมี ครูแย้ม พวงทิพย์ เป็นครูใหญ่ ต้นเงาะทั้ง 3 ต้น ได้เจริญงอกงาม ใหญ่โตขึ้นจากดินที่อุดมสมบูรณ์และต่อมาได้ออกดอกติดผลจำนวนต้นเงาะทั้ง 3 ต้น มีอยู่ต้นหนึ่ง ผลของเงาะมีรสชาดหวาน กรอบ อร่อย ซึ่งแตกต่างจากพันธุ์ นำไปให้กับพี่น้องชาวนาสารปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ และได้ขยายพันธุ์ไปยังจังหวัดต่างๆ โดยตั้งชื่อจากแหล่งกำเนิด คือโรงเรียนนาสาร จึงใช้ชื่อว่า " เงาะโรงเรียน"

ในปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายชัช อุตตมางกูร ผู้นำชาวสวนเงาะได้ทูลเกล้าฯถวายผลเงาะโรงเรียน และขอพระราชทานชื่อพันธุ์เงาะนี้เสียใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่า "ชื่อเงาะโรงเรียนดีอยู่แล้ว" ตั้งแต่นั้นมา เงาะพันธุ์นี้จึงได้ชื่อว่า เงาะโรงเรียน อย่างเป็นทางการ อนึ่ง เพื่อความเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงได้จัดงาน วันเงาะโรงเรียน ขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคมของทุกปี

ที่มาของภาพ : http://www.suratzone.com/page/10.html


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.oae.go.th/fruits/index.php/rambutan-dat...

http://www.suratzone.com/page/10.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน "เงาะโรงเรียนนาสาร"



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี คร้า!!!

หูยยยยยยยยยยยยยยยยย ย น่ากินจังเลยค่ะ^^

เขียนเมื่อ 

ไม่ทราบว่า พันธ์นี้คือพันธ์อะไรเเหรอค่ะ

เขียนเมื่อ 

เพิ่งจะงๆ ครับ ขอบคุณมาก...

เขียนเมื่อ 

เงาะน่ากินมากเลยค่ะ

หวาน กรอบ อร่อย ต้องเงาะนาสาร