๒๒. เจริญ..สติ..ชีวิต..เจริญ

เครื่องป้องกันตัวคือ หลักธรรม มีสติปัญญาเป็นอาวุธสำคัญ...มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัวทุกอิริยาบถ จะคิดพูดทำอะไรๆ ไม่มีการยกเว้น มีสติปัญญาสอดแทรกอยู่ด้วย ทั้งภายในและภายนอก มีความเข้มแข็ง อดทน มีความเพียรที่จะประกอบคุณงามความดี..

ปิดเทอมครั้งใด..ผมจะจัดห้องสมุดในบ้านทุกครั้ง ..บ่ายวันนี้..จัดไปได้ไม่นานนัก..รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว อันเนื่องมาจากกิจกรรมการทำงานในสวนหลังบ้าน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ..เปลี่ยนจากการจัดหนังสือ เป็นอ่านหนังสือ..เลือกอ่านหนังสือธรรมะ ที่สร้างความสบายใจ...

พบเรื่อง..เจริญ..สติ..ชีวิต..เจริญ..จึงรวบรวมและเรียบเรียงไว้ในบันทึกนี้...

ชีวิตปัจจุบันนี้สับสนวุ่นวาย ทั้งหน้าที่การงาน ชีวิต และครอบครัว แต่ละวันต้องพบกับสิ่งที่เราไม่อยากประสบ จิตใจเราเต็มไปด้วยความวิตกกังวล หวาดกลัว สงสัย บางครั้งก็ฟุ้งซ่าน ใจลอย เผลอหนีความจริงไปในความฝัน แต่ลืมไปว่ายิ่งยึดติดกับความคิดหรือความหวังความอยากมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นทุกข์มากขึ้นเท่านั้น...

แท้จริงเราจะหลีกหนีความทุกข์ได้อย่างไร ความสุขอยู่ที่ไหน อยู่กับสิ่งต่างๆ นอกตัวเรา หรืออยู่ภายในตัวเราเอง ถ้าสดับฟังคำตอบจากทุกหลักธรรม ต่างมุ่งสู่การระลึกรู้ตัวอยู่กับปัจจุบัน คือคำสั้นๆว่า...สติ....

ในชีวิตปกติประจำวัน สติช่วยให้เราอยู่ด้วยความไม่ประมาทเลินเล่อ เกิดความตั้งใจกระทำสิ่งต่างๆจนสำเร็จ เมื่อเผชิญความทุกข์ สติช่วยประคองให้รู้ทันอารมณ์ความคิด พร้อมเปิดทางให้ปัญญาเข้ามาแก้ไข เมื่อตกอยู่ในความว้าวุ่น สติ...ช่วยให้จิตใจเราสงบและมั่นคง

สำหรับผู้มุ่งปฏิบัติธรรมให้เจริญก้าวหน้า สติ คือกุญแจสำคัญที่สุดเพื่อเข้าถึงสัจธรรมว่าทุกสิ่งเป็นทุกข์ เปลี่ยนแปลงเสมอ และยึดถือเป็นตัวเป็นตนไม่ได้

ตัวอย่างคำสอนจากพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกรูป ที่ชาวไทยนับถือศรัทธา ล้วนเตือนให้เราหมั่นครองสติ ปล่อยวางความคิดอันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์

“..มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัว ทุกอิริยาบถ จะคิดพูดทำอะไรๆ ไม่มีการยกเว้น...”

เครื่องป้องกันตัวคือ หลักธรรม มีสติปัญญาเป็นอาวุธสำคัญ...มีสติปัญญาแฝงอยู่กับตัวทุกอิริยาบถ จะคิดพูดทำอะไรๆ ไม่มีการยกเว้น มีสติปัญญาสอดแทรกอยู่ด้วย ทั้งภายในและภายนอก มีความเข้มแข็ง อดทน มีความเพียรที่จะประกอบคุณงามความดี..

“...เมื่อมีผู้เตือนสติ ควรยึดมาเป็นธรรมคำสอน...”

จะเป็นคนมีขอบเขตมีเหตุผล ไม่ทำตามความอยาก เมื่อพยายามฝ่าฝืนให้เป็นไปตามทางของนักปราชญ์ได้ จะประสบผล คือ ความสุขในปัจจุบันทันตา

“...ถึงจิตไม่สงบ ก็ไม่ควรให้มันออกไปไกล ใช้สติระลึกไปแต่ในกายนี้...”

ดูให้เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อสุภสัญญา หาสาระแก่นสารไม่ได้ เมื่อจิตมองเห็นชัดแล้ว จิตก็เกิดความสลดสังเวช เกิดนิพพิทา ความหน่าย คลายกำหนัด ย่อมตัดอุปาทานขันธ์ได้เช่นเดียวกัน

(จาก....เอกสารของวิริยะประกันภัย พ.ศ.๒๕๕๗)

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)