​เรียนรู้กับความผิดหวัง


เช้านี้ผมไปส่งลูกชายคนโตไปฟังผลการเรียนและผลการสอบเพื่อเข้าเรียนในโปรแกรมเน้นวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (Science Program : SP) ตอนไปส่งเจ้าลูกชายก็ยิ้มแย้มตามปกติ พอส่งถึงโรงเรียนเขา ผมต้องรีบขับรถไปร่วมงานพิธีในวันที่ระลึกมหาเจษฎาบดินทร์ เสร็จงานรวม 9:30 น. ก็โทรศัพท์ไปถามเจ้าตัวว่าที่โรงเรียนฟังผลสอบและทำการซื้ออุปกรณ์การเรียนเสร็จรึยัง เจ้าตัวก็ตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจนักว่ายังไม่เสร็จ ผมก็บอกว่าเปิดโทรศัพท์ไว้นะ เดี๋ยวพ่อไปรอที่โรงเรียนแล้วจะโทรหา ...10 นาทีหลังจากนั้นผมโทรศัพท์หาเขาประมาณ 3 ครั้ง จาก 10 นาทีกลายเป็น 15นาที และ 20 นาที ที่โทรกี่ครั้งก็ไม่มีใครรับ จนเขารับสายผม(ที่แสนจะหงุดหงิด) จากนั้นจึงดุไปแล้วให้รีบมาหาที่รถ

เมื่อลูกนั่งบนรถ ผมสังเกตุให้ความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา เขานั่งนิ่งกัดเล็บไม่พูด ไม่จา หน้าตาแสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงคุยกับเขาประมาณนี้
พ่อ: เป็นไงลูกหนูอยู่ห้อง 4 ใช่ไหม (จริงๆนะรู้ก่อนแล้ว)
วิน: ใช่พ่อ
พ่อ: ครูประจำชั้นคนใหม่ชื่ออะไรลูกหนูรู้ยัง
วิน: ไม่รู้พ่อ หนูเห็นแค่ว่าอยู่ห้องไหน
พ่อ: เกรดหนูเป็นไงบ้าง สอบออกมาดีไหม
วิน: (สีหน้าแสดงออกถึงความกังวลใจ) หนูไม่ได้พ่อ...
พ่อ: ไม่ได้อะไร ไหนเอาใบเกรดมาสิ โห เกรด 4 เยอะเลยนี่นา
วิน: หนูสอบไม่ได้พ่อ (พูดเหมือนจะร้องไห้) ข้อสอบวิทยาศาสตร์ยากมากเลยพ่อ ตอนนั้นเขาถามว่าดาวเนปจูนโคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลานานแค่ไหน แล้วเขาให้วาดรูปดาวเนปจูน หนูทำไม่ได้พ่อ ฯลฯ
พ่อ: วินฟังพ่อนะลูก ไม่ว่าหนูจะเป็นยังไง ได้เรียนที่ไหน ห้องอะไร พ่อ..รักหนูนะลูก มากอดหน่อยสิ
วิน: ...
พ่อ: วินเก่งเสมอสำหรับพ่อกับแม่นะ เราอาจจะไม่ได้เรียนเก่งแบบสุดๆ แต่ลูกพ่อก็เก่งในด้านอื่นนะ หนูช่วยเหลือตัวเองได้ หนูช่วยงานพ่อได้ หนูเป็นเด็กดี นี่แหละที่สำคัญที่สุด สมัยพ่อเป็นเด็กอนุบาลพ่อก็ไม่เคยเรียน เรียนก็เรียนโรงเรียนเทศบาล เรียนพิเศษก็ไม่เคย ห้องอีพงอีพีไม่รู้จักหรอก ห้องวิทย์ห้องเวิดก็ไม่มี ดูพ่อตอนนี้สิ คนอื่นอิจฉาพ่อด้วยซ้ำ
วิน: (เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น)
พ่อ: ไม่เป็นไรลูกเรียนห้องธรรมดานี่แหละนะ ถ้าเราตั้งใจเดี๋ยวก็เก่ง
วิน: พ่อ...หนูรักพ่อนะ

ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาดี เพราะน้องสอบได้ห้อง EP ในขณะที่ตัวเองสอบไม่ได้ บางอารมณ์ก็คงรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ลูกผมจะเก่งไหม? ผมว่าความสำคัญของเรื่องนี้น้อยกว่า ลูกผมจะโตมาเป็นคนดีไหมมากกว่า ถ้าเขาเรียนพอไปได้แต่หาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข ผมก็ดีใจแล้ว ถ้าในอนาคตเขาเรียนเก่งและรวยมาก แต่เกิดขับรถหรูไปชนรถคันอื่นจนไฟลุกท่วมมีคนตาย เขาไม่สำนึกแต่ดันพยายามใช้เงินที่เขามีเพื่อปิดคดีให้ตัวเองรอด ผมก็คงจะมีความสุขน้อยกว่าในกรณีแรก ความทุกข์เกิดขึ้นได้เพราะใจฉันใด มันก็หมดทุกข์ได้เพราะใจฉันนั้น แค่มองในมุมบวก แค่ให้กำลังใจกันและกัน แค่นั้นเอง

จิรเมธ คลังทอง's photo.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รวมเรื่องไม่มีสาระ



ความเห็น (0)