เลสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ (Leicester City Football Club) - เมื่อความฝันสามารถทำให้เป็นจริงได้

ภาษาไทยเรามีสำนวนที่ว่า "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" คือถ้าผู้นำไม่เริ่มลงมือ ผู้นำไม่เก่ง องค์รวมขององค์กรก็ได้แค่นั้นคือได้เท่าที่ผู้นำจะบุกเบิก


ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ใช่แฟนบอลทีมเลสเตอร์ซิตี้ เมื่อ 22 ปีที่แล้วเริ่มเชียร์หงส์แดงยังไงวันนี้ก็ยังเชียร์อยู่อย่างนั้น วันนี้ที่เขียนถึงสโมสรฟุตบอลที่มีฉายาในหมู่คนไทยว่า "จิ้งจอกสยาม" ด้วยเหตุเพราะว่าเรื่องราวของการคว้าแชมป์ของพวกเขามันยิ่งใหญ่สำหรับคนรักฟุตบอลอังกฤษมาก ๆ

ใครจะเชื่อว่าทีมเล็กๆที่ดิ้นรนหนีตกชั้นในฤดูกาลที่แล้วจนเกือบนัดสุดท้าย ฤดูกาลถัดมาที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ของจากโค้ชและตัวผู้เล่น 2-3 คนเท่านั้น จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ (หงส์แดง ลิเวอร์พูลผมยังไม่เคยได้แชมป์ลีกตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้เลย เฮ้อ) อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเขาทำงานที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นี้ให้เกิดขึ้นได้ (ก่อนเปิดฤดูอัตราต่อรองที่พวกเขาจะได้แชมป์แบบถูกกฎหมายอยู่ที่ 1 ต่อ 5,000 โอ๊ว5,000ปีมีโอกาสเกิดขึ้นได้ครั้งหนึ่งประมาณนั้น)

ด้วยความที่ผมไม่ใช่สาวกของพวกเขา ดังนั้นเหตุผลและปัจจัยที่ส่งผลให้พวกเขาได้แชมป์ที่จะเอามาเล่านี่ มาจากการเดาล้วนๆนะครับ
ปัจจัยแรกที่ต้องกล่าวถึงก่อนคือ "ผู้นำ" ในที่นี่ผมหมายถึงเจ้าของสโมสรชาวไทย และ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ภาษาไทยเรามีสำนวนที่ว่า "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" คือถ้าผู้นำไม่เริ่มลงมือ ผู้นำไม่เก่ง องค์รวมขององค์กรก็ได้แค่นั้นคือได้เท่าที่ผู้นำจะบุกเบิก ข่าวที่ออกมาเป็นระยะของเจ้าของทีมเองท่านก็มีจิตวิทยาในการไม่ปรับโครงสร้างองค์กรแบบหน้ามือเป้นหลังมือ ค่อยๆปรับ ค่อยๆรื้อ ไม่ตั้งเป้าหมายที่กดดันตัวเองเกินไป มีแผนระยะยาว แต่ไม่หมกหมุ่นกับมัน ให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากที่สุด
ปัจจัยที่สอง คือ แมวมองของสโมสร ต้องบอกว่าพวกเขาซื้อตัวได้ฉลาดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น วาร์ดี้ มาร์เรซ ก็องโต้ ฟุคซ์ ดริ๊งวอเทอร์ ฯลฯ ซื้อได้ถูกมาก หลายคนได้มาฟรี ค่าตัวนักเตะเลสเตอร์ชุดแชมป์ปีนี้รวมกัน เทียบได้แค่ค่าตัวของ ตอร์เรสตอนย้ายจากลิเวอร์พูล ไป เชลซี เท่านั้น
ปัจจัยที่สาม คือตัวนักเตะ พวกเขามีความกระหาย ความกระตือรือร้นในการพิสูจน์ตัวเอง เพราะหลายคนโดนสโมสรเก่าปล่อยตัวมาฟรีๆ โอกาสที่เขาได้รับจากเลสเตอร์จึงอาจเป็นครั้งสุดท้ายในเวทีระดับพรีเมียร์ลีก ถ้ายังไม่พัฒนาตนเอง โอกาสไปเล่นลีกต่ำ ๆ หรือเลิกค้าแข้งมีสูง มีคนบอกว่า หมาป่าโคโยตี้ที่หิวกระหาย น่ากลัวมากกว่าสิงโตหนุ่มที่อิ่มแปร้ ผมว่าอันนี้จริงที่สุด นคนที่เก่งมากๆ ได้รับคำสรรเสริญมาก บ่อยเข้าก็ชินชากับคำชม ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ไม่ง้อ ไม่สน ถ้ามีคนอย่างนี้ในองค์กรไม่ต้องมากแค่ 1-2คน ระบบงานก็ป่วน สู้คนที่รู้ว่าไม่เก่งแต่พร้อมที่จะเรียนรู้และพร้อมทำงานหนักเพื่อพัฒนาตนเองและองค์กร คนอย่างนี้วันนี้ไม่เก่ง อนาคตก็ต้องเก่ง และองค์กรก็เดินหน้าไปได้
ปัจจัยสุดท้าย คือ ระบบผมหมายถึงวิธีการที่สโมสรเลสเตอร์ใช้มันได้ผล วิธีการนี่เป็นเรื่องแปลกมาก ผมยกตัวอย่าง วิธีการ A ใช้ได้กับ สโมสรเลสเตอร์จนประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเอาวิธีการเดียวกันมาใช้กับสโมสรอื่น ผมเชื่อว่ายากที่จะทำได้เหมือนเลสเตอรฺ์ ดังนั้น ระบบหรือวิธีการจึงเป็นศาสตร์ที่ ผู้นำในองค์กรนั้น ๆ ต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับองค์กรตนเอง

ไม่มีวิธีการไหนที่สามารถรับประกันความสำเร็จได้ เพราะเมื่อคุณลงแข่งขัน นอกจากตัวคุณเองแล้ว อย่าลืม...ในสนามชีวิตคุณก็มีคู่แข่งอีกมากมายที่จ้องล้มคุณอยู่

ปล. ยินดีกับแชมป์ด้วยครับ เลสเตอร์ซิตี้ พวกคุณสุดยอดมาก เย้!!!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เมื่อครูน้อย มาเป็นผู้บริหาร



ความเห็น (0)