มุ่งสุ่เมืองพัทลุง ดินแดนแห่งไมตรีจิต และมิตรภาพที่ประทับใจ


๒๘ เมษายน ๒๕๕๙ ครอบครัวของคุณมะเดื่อ

และครอบครัวของลูกสาว ก็ออกเดินทาง

มุ่งหน้าสู่ " ถิ่นใต้" เป็หมายแรกคือ " พัทลุง"


ถึง " แม่ขรี" ลุงวอออกไปรับ แล้วพาไปยังบ้าน " พ่อเขียน "

ซึ่งลุงวอบอกว่า " ยังไง ๆ ต้องแวะบ้านพ่อเขียนก่อน

ก่อนที่จะไปปากพะยูน เพราะพ่อเขียนกับแม่ต้อย

เตรียมอาหารไว้ต้อนรับเรียบร้อยแล้ว"


อิ่มหนำสำราญกับอาหารแสนอร่อย กันเรียบร้อย

กราบขอบคุณพ่อเขียนและแม่ต้อย รวมทั้งลูกสาว

ลูกชาย พ่อครัวแม่ครัวทั้งสองของพ่อเขียนแล้ว

มอบของฝากให้เจ้าบ้านที่น่ารัก จึงลาทั้งสองท่าน

มุ่งสู่บ้านลุงวอที่ปากพะยูนก่อนค่ำ


ก่อนเข้าที่พัก (ที่ลุงวอกรุณาจัดไว้ให้) ยังพอมีเวลานิดหน่อย

ลุงวอจึงพาไปยังท่าเทียบเรือปากพะยูน ชมอาทิตย์อัสดง

สีสันของธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งครั้งก่อนคุณมะเดื่อก็เคย

มาที่นี่แล้ว แต่ความงดงามของธรรมชาติที่นี่ ไม่เคย

เสื่อมคลายเลย



คืนนั้นหลังจากเข้าที่พักแล้ว ญาติของพ่อบ้านที่มาอยู่เมืองสงขลา

จนกลายเป็นคนสงขลาไปแล้ว ได้ไปพบพวกเรา แล้วพาไปกิน

มื้อค่ำที่ร้านอาหารอีกรอบหนึ่ง อาหารอร่อยแต่พวกเรา

อิ่มจากบ้านพ่อเขียนกันมาแล้ว ... จึงเพิ่มความอิ่มได้อีกคนละนิด

คนละหน่อยเท่าที่จะกินได้ ( ก็ช่วยกันจนอาหารหมดโต๊ะแหละ)



เช้าวันรุ่งขึ้น ลุงวอบริการมื้อเช้าด้วย " ข้าวมันแกงไก่" ขนานแท้ที่ไม่เคย

เห็นที่ไหน แต่คุณมะเดื่อขอชิมแค่ " ข้าวมันกุ้งหวาน" ขอสละสิทธิ์ " แกงไก่"

แค่ข้าวมันกับกุ้งหวานก็อร่อยสุด ๆ แล้วจ้ะ



นี่แหละ " ข้าวมันกุ้งหวาน"



ส่วนนี่ก็...ข้าวมันแกงไก่


ก่อนจะมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวลุงวอพาพวกเราไปชมตลาดเช้า ที่เมื่อวาน เป็นตลาดเย็น



นี่แหละ " กุ้งเสียบ" ขนานแท้...เสียบไม้ผูกเชือกขายเป็นพวง ๆ ในตลาดเช้า



ปลา กุ้งสด ๆ จากทะเลสาบ แบบจับเดี๋ยวนั้น วางจำหน่ายเดี๋ยวนั้นเลย



เจ้าตัวยาว ๆ นี่น่ะ ลุงวอบอกว่า คือ " ปลาจิ้มฟันจระเข้" เป็นตระกูลเดียวกับ

"ม้านำ " สำหรับเอาไปตากแห้งส่งขายเมืองจีน เป็นเครื่องยาจีนจ้ะ



ผักเมืองใต้ มีมากมาย บางอย่างหน้าตาแปลก ๆ ไม่เคยเห็นแถว ๆ เมืองสามอ่าว



ต่อจากนั้น...ลุงวอนำทางพวกเรามุ่งสู่เมืองสงขลา...สู่หาดสมิหรา

และเกาะยอต่อไป