ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.tnews.co.th/html/contents/68109/


อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia Nervosa) เป็นชื่อเต็มในภาษาอังกฤษของ “โรคกลัวอ้วน” มี ความหมายว่า ภาวะที่บุคคลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเพื่อคงน้ำหนักไว้ในระดับปกติ โดยมีทัศนคติที่ผิดต่อรูปร่างและน้ำหนักตัว มักเกิดกับผู้มีอาชีพที่ต้องใช้ รูปร่างที่ผอมบางอย่างนักแสดง นางแบบ หรือนักกีฬาประเภทที่ต้องควบคุมน้ำหนัก เช่น ยิมนาสติก

ถ้าเราจะสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสังคมปัจจุบันสนใจน้ำหนักตัว ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน สื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่า ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ จะพบข้อความหรือโฆษณาเกี่ยวข้อง กับการควบคุมน้ำหนักด้วยกรรมวิธีต่างๆ เกี่ยวข้องกับผลเสียของความอ้วน หรือไขมันมากเกินอยู่เสมอ

อาจเรียกว่า ค่านิยม ใหม่ได้รับการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ เยาวชนรุ่นใหม่รับไปเรียบร้อยแล้ว ในอเมริกา สาววัยรุ่นอายุ 18 ปี กว่าครึ่งคิดว่าตัวเองอ้วน (น้ำหนักมากไป) ทั้งๆ ที่เมื่อชั่งแล้วน้ำหนักยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ค่านิยมนี้จะเห็นเด่นชัดในกลุ่มนักศึกษาหญิงนิยมน้ำหนักตัวน้อย เคร่งครัดควบคุมอาหารการกินมาก

ผู้ป่วยมักปฏิเสธว่า ไม่หิว ไม่ป่วย บอกว่าสบายดี มักแยกแยะความหิวไม่ได้ ความ จริงที่ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวอ้วน จะไม่รู้สึกหิวนั้นไม่เป็นความจริง ... ที่จริงแล้วพวกเขายังหิว และหิวอยู่ตลอดเวลา แต่การเอาชนะความหิว... ทำให้เขารู้สึกมีอำนาจเหนือร่างกายของเขาเอง .... ความคิดของเขาจะเต็มไปด้วยเรื่องเกียวกับอาหาร น้ำหนักตัว และการควบคุมอาหาร ในที่สุดเมื่อเขาสนใจแต่เรื่องเหล่านี้ ก็จะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน มนุษยสัมพันธ์แย่ลง และ ... ในที่สุดความซึมเศร้าก็จะตามมาทีสำคัญก็คือ ผู้ป่วยโรคนี้จะปฏิเสธการรักษา ทำให้รักษาได้ลำบาก และ... มักคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง และคนอื่นกำลังพยายามทำให้เขาอ้วน เขาคิดว่าตัวเองปกติแต่คนอื่นต่างหากที่ผิดปกติ

ผู้เป็นโรคนี้จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่มีนิสัยชอบทำอาหารมากๆ ทั้งที่ทำแจกคนอื่นและ ... ทำซุกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำหนักต่ำกว่าคนทั่วไปราวร้อยละ 15 รูป .... ร่างผอมจนซูบซีดเพราะ ... ขาดสารอาหาร ขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย ความดันโลหิต ต่ำ ชีพจรเต้นช้า มักบ่นว่าหนาว ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ซีดเซียว ขาดสมาธิ ประจำเดือนขาด เนื่องจากผอมเกินไป มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอลผิดปกติ จนเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ ป่วยอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินยาคุมกำเนิดเพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ขาดไป เหมือนในผู้หญิงวัยทองได้ แต่ในความเป็นจริง กลไกการหมดประจำเดือนของผู้ที่เป็นโรคอะนอเร็กเซียจะแตกต่างจากหญิงในวัยทอง ... จึงไม่สามารถกินฮอร์โมนชดเชยได้ ผู้ป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซียมักไม่สังเกตตัวเอง และไม่อยากรับการรักษา แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิตได้เนื่องจากขาดสารอาหาร นอกจากนี้คนไข้ส่วนใหญ่ยังมักเสียชีวิต จากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาสุขภาพรุมเร้า


พฤติกรรมของผู้ป่วยมี 2 แบบ คือ

1. แบบจำกัด หมายถึง จะรับประทานอาหารน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง พวกนี้มักจะออกกำลังกายมากและหนัก
2. แบบกินมาก ออกมาก หมายถึง เมื่อรับประทานอาหารแล้ว... ใช้วิธีทำให้ตัวเองอาเจียน ใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ หรือสวนอุจจาระ
ผู้ป่วยมักมีความประพฤติแบบย้ำคิด-ย้ำทำร่วมด้วย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ส่วนตัวอาจนับเมล็ดข้าวที่รับประทาน คำนวณพลังงานที่ได้จากอาหาร ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วนของร่างกาย ฯลฯ

การพัฒนาทางเพศจะล่าช้าในผู้ป่วยพวกนี้ สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ผู้ป่วยมักแยกตัวจากสังคม เพราะ ขาดความเชื่อมั่น นับถือตัวเองและกลัวว่าเมื่อเข้าสังคมแล้วจะดำเนินชีวิตอย่างที่ทำอยู่ไม่ได้

สาเหตุของโรค

- ปัจจัยเกี่ยวกับตัววัยรุ่น : มักเป็นวัยรุ่นที่เป็น “เด็กดี” “เด็กตัวอย่าง” ของ ครอบครัว มีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ (perfectionist) ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน หรือนักศึกษาสาวที่ขยันเรียน มีความรับผิดชอบสูง ผลการเรียนดี เป็นคนค่อนข้าง "สมบูรณ์แบบ" บิดามารดามักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสูง ผู้ป่วยมักไม่ชอบงานสังคมสังสรรค์นัก

- ปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว : ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิดหรือปกป้องมากเกินไป

- ปัจจัยทางสังคม : ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อ ว่าผู้หญิงผอมคือแฟชั่น คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี

- ปัจจัยทางพัฒนาการ : การที่วัยรุ่นมีวิกฤติของชีวิต เช่น ความต้องการเป็นตัวของตัวเอง ค่านิยม สัมพันธภาพกับผู้อื่น บางครั้งอาจเกิดความขัดแย้งกับบิดามารดา โดยเฉพาะการมีสัมพันธภาพกับเพื่อนต่างเพศ

อาการเตือนล่วงหน้า มีอาการบางอย่างที่พอจะอาศัยเป็น สัญญาณเตือนได้สำหรับสังเกตว่า คนในครอบครัวของเราอาจเริ่มเป็นโรคกลัวอ้วนอย่างหนักหรือไม่ อาการที่ว่าได้แก่

- ตั้งใจอดอาหารด้วยตัวเอง และน้ำหนักลดลง
- กลัวการเพิ่มน้ำหนักตัว
- ปฏิเสธการรับประทานอาหาร
- ปฏิเสธความหิว
- ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
- มีขนอ่อนมากขึ้นตามตัวแขนขาหรือใบหน้า
- ขี้หนาว
- ประจำเดือนไม่มาหรือไม่สม่ำเสมอ
- ผมบางลง
- มีความรู้สึกว่าตัวเองอ้วนทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงผอมมาก

โรคแทรกซ้อน

โรคแทรกซ้อนส่วนใหญ่ เกิดจากผลของการอดอาหาร เป็นความพยายามของร่างกายที่จะอนุรักษ์พลังงานไว้ใช้ในภาวะที่ขาดแคลน ผู้ป่วยที่ใช้ วิธีอาเจียน ถ่ายท้อง หรือ ขับปัสสาวะ .... จะสูญเสียธาตุโพแตสเซียม เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะและกล้ามเนื้อเกร็งได้
โรคแทรกทางหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคนี้ อาจหัวใจเต้นช้าแค่ 40 ครั้งต่อนาที อาเจียน บ่อยๆ ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน และต่อมน้ำลายบวมคล้ายเป็นคางทูม กล้ามเนื้อกระเพาะและลำไส้จะลีบและอ่อนลงจากการที่ใช้งานน้อย ทำให้อาหารคงอยู่ในและท้องผูก ผิวหนังจะแห้ง ผมบนศีรษะบางลง มีขนอ่อนตามลำตัวและแขนขามากขึ้น
อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง กระดูกบางลง กระดูกหักง่าย ไตทำงานปกติ อาจเกิดไตวายเรื้อรัง เม็ดโลหิตและเกร็ดเลือดลดน้อยลง

จะรักษาอย่างไร?

- ก่อนรักษา...แพทย์จะต้อง ประเมินว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้าง เป้าหมายเบื้องต้นในการรักษาคือ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการอดอาหาร ผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับคำแนะนำและอธิบายถึงแผนการรักษา เพื่อนๆ ของผู้ป่วย ก็มีส่วนร่วมในการรักษาด้วย นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ ล้วนมีความสำคัญในการร่วมทีมรักษา เริ่ม แรกต้องค่อยๆ เพิ่มอาหาร เพื่อป้องกันกระเพาะขยายตัว ป้องกันการบวมและหัวใจล้มเหลว บางกรณีต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนักลดมากกว่า 30% ของน้ำหนักปกติ ผู้ป่วยที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่ติดยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะและกรณีที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วไม่ได้ผล
- การรักษาในโรงพยาบาล จะใช้เวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ จึงจะเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนนำผู้ป่วยกลับบ้าน ควรลองปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านเฉพาะวันหยุดดูก่อน เพื่อปรับตัวสักระยะหนึ่ง เมื่อกลับบ้านได้แล้วยังต้องนัดกลับมาติดตามการรักษาไปอีกเป็นเดือน หรือเป็นปีทีเดียว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
- การรักษาทางจิต มีความสำคัญมาก ต้องเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกและติดตามไปเรื่อยๆ จนผู้ป่วยปกติ พฤติกรรมบำบัด ก็มีส่วนในการรักษามากทั้งวิธีให้รางวัลและลงโทษ ในผู้ป่วยอายุน้อยการใช้วิธีครอบครัวบำบัดจะได้ผลดีมาก ต้องระลึกเสมอว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งหมด การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อมของครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


การป้องกัน

- ส่งเสริมให้วัยรุ่นมีความเชื่อมั่นในตนเอง
- ส่งเสริมพลังอำนาจในตนเองให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่างๆได้
- เรียนรู้ที่จะเคารพตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัวหรือ สังคมเท่านั้น
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่
- ส่งเสริมทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น
- ส่งเสริมทัศนคติที่ดีในการเข้าใจรูปลักษณ์ของตนเอง



วันนี้เพื่อนๆ ส่งรูปของดาราดัง แองเจลิน่า โจลี่ มาให้ดูแล้วตกใจมากๆ ค่ะ ... น้ำหนักของเธอเหลือเพียง 35 กิโลกรัม เป็นห่วงนะคะ กลัวมีโรคแทรกซ้อนนะคะเช่น ธาตุโพแตสเซียมต่ำ เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกล้ามเนื้อเกร็ง... โรคแทรกทางหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคนี้ ... เธอตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายที่ชื่อ "อะนอเร็กเซีย" หรือเปล่าไม่แน่นใจ ค่ะ


ขอบคุณค่ะ

22 เมษายน 2559