เพื่อนช่วยกัน ...ฉันอ่านได้

​วันนี้ นักเรียนคนที่ ๗ ก้าวพ้นคำว่า อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้แล้ว


ครูภาษาไทยที่สอนระดับประถมศึกษามานับแต่ปีแรกที่บรรจุอย่างครูมะเดื่อ จะรู้ว่า

ไม่มีปัญหาใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าปัญหา " อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้" ของลูกศิษย์

ที่อยู่ตรงหน้า.....ปัญหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่ยังเป็น " ครู" และต้องเจอะเจอ

อยู่ทุกปี ชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จะแตกต่างกันก็เฉพาะจำนวนเด็กที่อ่านเขียน

ไม่ได้มากบ้าง น้อยบ้างในแต่ละปีเท่านั้น



เชื่อว่า คุณครูทุกคนคงพยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ อย่างสุดความสามารถ ด้วยวิธีการ

ที่แตกต่างกันไปนะจ๊ะ ครูมะเดื่อก็พบวิธีการแก้ปัญหาที่ใช้ได้ผลสำเร็จมาแล้ว และ

เป็นความภูมิใจในชีวิตครู ที่ได้ช่วยเด็ก ๆ เหล่านี้จนสามารถอ่านออก เขียนได้

ตามระดับความสามารถในการเรียนรู้ของเขา ก่อนที่จะจบจาก ป.๖ ไป



ปีการศึกษา ๒๕๕๘ นี้ คุณมะเดื่อพบกับนักเรียนชั้น ป.๔ ที่อ่านขัด เขียนข้อง ทั้งหมด

๗ คน เป็นนักเรียนชายล้วน ๆ และ ๑ ใน ๗ นั้น " อ่านไม่ออกเลย"

เทอมแรกคุณมะเดื่อไม่ได้ดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด .........

เนื่องจากต้องปรับพฤติกรรมของนักเรียนทั้งชั้น.............

ให้พร้อมที่จะเรียนได้ก่อน เนื่องจากนักเรียนรุ่นนี้ ต้องเปลี่ยนครูผู้สอนระหว่างปี

มาตลอดตั้งแต่ ป.๑ - ป.๓ จึงมีความตั้งใจเรียนร้อยมาก พอเทอมที่ ๒ จึงเริ่ม

ต้นการช่วยเหลือนักเรียนทั้ง ๗ คนนั้น ๖ คนที่พอจะอ่าน จะเขียนได้บ้าง

ใช้วิธีสร้างแรงจูงใจ ส่วนกับนักเรียนที่่อ่านเขียนไม่ได้ ใช้วิธี " เพื่อนช่วยกัน

ฉันอ่านได้"



โดยการ ให้เพื่อน ๆ ที่พอจะอ่าน จะเขียนได้ เขียนคำอะไรก็ได้ที่ตนอ่านออก

วันละ ๑ คำลงในกระดาษพร้อมกับวาดภาพประกอบ แล้ว ให้เพื่อนคนที่ ๗ นี้

ฝึกอ่าน เพือนคนนี้ ก็จะได้ฝึกอ่านคำ วันละ ๖ คำ ใน ๑ สัปดาห์ก็จะได้คำ

๓๐ คำ จากนั้น ทุกวันศุกร์ จะให้มาอ่านกับครู แล้วคัดคำเหล่านั้น

ลงสมุด สัปดาห์ต่อไป เพิ่มการเขียนตามคำบอก ครั้งละ ๕ - ๑๐ คำ

พบว่า จะมีบางคำ ที่ยังอ่านไม่ถูก เขียนไม่ถูก ครูจะช่วยสอนให้รู้จัก

การสะกดคำ และแก้คำที่เขียนผิดให้ถูกต้อง



แต่ละสัปดาห์ ครูจะนำคำที่เพื่อน ๆ เขียนให้ มารวมเป็นเล่มให้นักเรียนคนที่ ๗

ฝึกอ่าน และอ่านทวนทุก ๆ สัปดาห์

หลังจากสัปดาห์ที่ ๕ จึงทดลองให้นักเรียน นำคำที่เพื่อน ๆ เขียนให้มาฝึกแต่งประโยค

โดยให้เขาเลือกคำเอง ฝึกโดยให้นักเรียนอ่านคำนั้น ๆ แล้วลองพูดเป็นประโยค

ต่อด้วยการเขียน และอนุญาตให้ถามเพื่อน ๆ ในคำที่เขียนไม่ถูกได้



จนถึงสัปดาห์ที่ ๗ คุณมะเดื่อฝึกให้เขาเขียนเรื่องสั้น ๆ โดยนำคำที่เพื่อน ๆ เขียน

ให้เขา มาวาดภาพประกอบ แล้วฝึกให้พูดเกี่ยวกับภาพเป็นเรื่องราวง่าย ๆ คำใด

เขียนไม่ถูกก็ให้ถามเพื่อนได้ เสร็จแล้ว มาอ่านให้ครูฟัง ครูจะช่วยแนะนำ

เพิ่มเติม ในการเขียนเรื่องราวให้ถูกต้อง และ ใช้คำให้ถูกต้อง



วันนี้ นักเรียนคนที่ ๗ ก้าวพ้นคำว่า อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้แล้ว คุณมะเดื่อ

สังเกตว่า เขามีความสุขกับการเรียน เมื่อคุณมะเดื่อตรวจงานของเขา แล้วเขียน

คำว่า " เก่งมาก " ลงไปในผลงาน เขาจะเอาไปอวดเพื่อน ๆ อย่างดีใจ

จากแต่เดิม เขาจะเงียบ ไม่ร่าเริง ไม่ค่อยพูด โดยเฉพาะในชั่วโมงภาษาไทย

แต่วันนี้...เขาร่าเริง และทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ อย่างเต็มใจและสนุกสนาน

เหลือเวลาอีก ๒ ปี ที่คุณมะเดื่อยังต้องพาเขาไปสู่แสงสว่างของความรู้

เพื่อพบกับคำว่า " อ่านออก เขียนได้" แต่เห็นความพยายามของเขา

และความร่วมมือของเพื่อน ๆ แล้ว คุณมะเดื่อก็เบาใจจ้าาา


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ใต้ฟ้าเมืองไทย



ความเห็น (17)

เขียนเมื่อ 

It seems unbelievable after 4 years of primary school (or more if attended prep school too) that children cannot read or write. But it is no use blaming their past teachers or their parents -- blaming won't help them read or write.

I salute you and your goal to get read and write!

เขียนเมื่อ 

Oops! I meant to type : I salute you and your goal to get them read and write!

เขียนเมื่อ 

มาเป็นกำลังใจ..จ้ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณ sr มันเป็นเรื่องจริงสำหรับเด็กประถมศึกษา

ของบ้านเมืองเรา และมันจะต่อเนื่องไปถึงระดับมัธยมที่จะ

มีปัญหาด้านการอ่าน และเขียน ส่วนหนึ่งเป้นเพราะ

" The differences between individuals " เพราะ

ระดับสมองของคนเรารับรู้ไม่เท่ากัน บางคนช้า บางคนเร็ว

สำหรับคนที่ช้า หากได้รับการดูแลช่วยเหลือตั้งแต่ต้นมา

ก็สามารถเรียนรู้ได้ตามอัตภาพ แม้จะไม่เก่งเท่ากับ

คนปกติ แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ อีกส่วนหนึ่งเป็น

เพราะความบกพร่องทางสติปัญญา ที่ภาษาวิชาการ

จัดเป็น " เด็กพิเศษ" นั่นเอง ซึ่งต้องได้รับการ

ดูแลเป็นพิเศษเฉพาะด้านไปจ้ะ

ขอบคุณสำหรับการมาทักทายและให้

กำลังใจกันจ้ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะยายธี กลับเยอรมันเมื่อไหรจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมมากๆๆ ค่ะ คิดถึงนะคะ

เขียนเมื่อ 

กิจกรรมดีมากเลยครับ

นักเรียนได้ฝึกอ่านเต็มที่แบบช่วยเหลือกัน

ขอชื่นชมครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณหมอเปิ้น คิดถึงเช่นกันจ้าา

สบายดีนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณน้องอาจารย์ขจิต ถ้าในสถานการณ์ที่ดีกว่านี้

ครูมะเดื่อคงมีกิจกรรมสนุก ๆ มากกว่านี้เยอะจ้ะ ขอบคุณสำหรับ

กำลังใจจ้ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณครูมากๆเลยค่ะ ที่มีกำลังใจทำงานอันยิ่งใหญ่นี้ เป็นกุศลอย่างยิ่งของชีวิตเด็กๆเหล่านี้เลยนะคะ การอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานอันสำคัญยิ่งต่ออนาคตของเด็กๆของเรา ถ้ามีครูแบบครูมะเดื่อมากๆขึ้น (ไม่ยอมแพ้ และหาวิธีช่วยเด็กๆ) เราก็จะช่วยเด็กๆได้อีกเยอะเลยนะคะ

-สวัสดีครับพี่ครู..

-เป็นการจัดการเรียนการสอนที่เด็กได้ประโยชน์มาก ครับ

-สำหรับตัวผมเองแล้ว มีความทรงจำเกี่่ยวกับครูในชั้นประถมอย่างแจ่มชัด

-คงเป็นเพราะได้ครูดี...มีเมตตา ดังเช่นพี่ครูนะครับ..

-เป็นกำลังใจให้กับแม่พิมพ์ของชาติทุกๆ คนนะครับ..

เขียนเมื่อ 

หวัดดีจ้ะคุณโอ๋-อโณ แม้จะท้อ สุด ๆ

แต่ด้วยว่าเราเป็นครู จิตสำนึกมันบอกว่า

อย่าทิ้งเขา....นักเรียนสำคัญที่สุดจ้ะ

ขอบคุณคำชมจ้ะ ก็ทำเท่าที่จะทำได้จ้ะ

เขียนเมื่อ 

หวัดดีคุณเพชร คงเป็นอย่างคุณเพชรว่านะ

คุณมะเดื่อก็ระลึกถึงครูที่สอนมาสมัยเรียนประถม

ไม่เคยลืมจ้ะ คงเพราะครูประถมไม่เพียงแค่สอนหนังสือ

แต่เป็นเสมือนตัวแทนของพ่อและแม่ของเราเลยทีเดียวจ้ะ

เขียนเมื่อ 

เพื่อช่วยกัน..ฉันอ่านได้
...

มีมุมมองที่งดงามครับ บางทีก็บ่งชี้ว่า
โลกมิได้สร้างเรามาเผชิญความโดดเดี่ยว

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะน้องอาจารย์แผ่นดิน โลกนี้ไม่โดดเดี่ยวจ้ะ

เพราะเราต้องพึ่งพาอาศัยกันไม่ว่า เธอ หรือ ฉัน จะเป็นใคร

ขอบคุณจ้าา

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ

คุณยายมาให้กำลังใจทั้งคุณครูและเด็กๆค่า

เยี่ยม มากๆจ้า

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะคุณยายมนัสดา ขอบคุณสำหรับกำลัะงใจจ้ะ

ขอบคุณแทนเด็ก ๆ ด้วยนะจ๊ะ