คณะกรรมการคัดเลือกนักการเงินแห่งปี มีมติเอกฉันท์ ตัดสินให้ วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ครองตำแหน่ง “นักการเงินแห่งปี 2558” ด้วยคุณสมบัติของการเป็นนักการเงินครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน เป็นมืออาชีพวางรากฐานสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลบริหารโปร่งใส สะท้อนความเป็นผู้นำได้อย่างชัดเจนในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารเติบโตต่อเนื่อง โดย วรภัค มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การคัดเลือก นักการเงินแห่งปี ทั้ง 4 ข้อ คือ
1.เป็นนักการเงินที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย
วรภัคได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ธนาคารให้เป็น “KTB Growing Together” หรือ “กรุงไทย ก้าวไกล ไปกับคุณ” มุ่งมั่นเป็นธนาคารที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า พนักงาน สังคม และผู้ถือหุ้น อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปรับตำแหน่ง ( Position) ของธนาคาร จาก “Bank of Government” เป็น “Government Bank of Choice” คือ เป็นแบงก์ที่รัฐบาลเลือก พร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กรุงไทย ด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนผ่านสายงานที่เป็นรากฐานของธนาคาร เสริมทัพผู้บริหารให้เข้มแข็งและสร้าง 2 สายงานใหม่ คือ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ( Global Market) และสายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ( Global Transaction Banking) เพื่อเตรียมความพร้อมที่บุกตลาดในทุกด้านส่งผลให้ความผูกพันของลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งวัดจาก คะแนน Gallup Customer Engagement เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 4.34 ในต้นปี 2557 เป็น 4.43 ในเดือนมิถุนายน 2558 และอยู่ในระดับ Top 25 ของธนาคารทั่วโลกที่สำรวจโดย Gallup
2.เป็นนักการเงินมืออาชีพ ที่มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ
วรภัคบริหารงานด้วยความยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการเป็นองค์กรที่โปร่งใส จึงทำให้ธนาคารกรุงไทยซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ต้องดำเนินธุรกิจธนาคารและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ดำเนินธุรกิจบนครรลองธนาคารพาณิชย์ได้อย่างราบรื่นและเข้าร่วมสนับสนุนโครงการภาครัฐได้อย่างเหมาะสม
3.เป็นนักการเงินที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กร
ผลการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทยเติบโตต่อเนื่องติดต่อกัน
2 ปี
นับตั้งแต่วรภัคได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ปี
2556 ซึ่งเป็นปีแรกของการทำหน้าที่ผู้นำองค์กรได้ดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงความมั่นคงขององค์กรปี 2557 สินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้น
10.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น 4.5% ในขณะที่เงินฝากของธนาคารเพิ่มขึ้น 14.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น
6.6% ในขณะที่ GDP ปี 2557 ของไทยเติบโตเพียง 0.7% จากปีก่อน
ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดด้านสินเชื่อและเงินฝากขยับขึ้นมาเป็นอันดับ
1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน
4.เป็นนักการเงินที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
วรภัคให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ตลอดจนการตอบแทนสังคม และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ( Corporate Social Responsibility : CSR) โดยได้ดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้านได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
เหตุผลที่ประทับใจ คือ ท่านเป็นผู้ที่มีความขยัน มีคุณสมบัติของนักการเงินที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป้นด้านวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ สร้างความเติบโตแก่องค์กรและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
แหล่งที่มา http://www.ktb.co.th/ktb/th/news-detail.aspx?nid=0U1LM5WcrRGLUQKfwfEQfA%3D%3D