หลายคน คงเคยได้ยินชื่อ "เงินพลาสติก" มานาน... และมักจะนึกถึง "บัตรเครดิต" ที่นำไปจับจ่ายใช้สอยสินค้าได้...ในความเข้าใจส่วนตัว "เงินพลาสติก" นี่ก็คือ เงิน หรือ money ที่จะมาทดแทนเงินกระดาษ (ธนบัตร) ในอนาคต...ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะเรียกว่า "เงินอิเล็กทรอนิกส์" หรือ e-money ซึ่งท่านผู้อ่านจะหาความรู้ได้ <ที่นี่>
เงินอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง มูลค่าเงินที่บันทึกไว้ในชิพคอมพิวเตอร์ในบัตรพลาสติก..
บีแมนรู้จัก เงินพลาสติก ครั้งแรก เมื่อต้นปีพ.ศ. 2526 เมื่อต้องไปเปิดบัตร ATM ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย..ตอนนั้นได้ทุนโครงการผลิตและพัฒนาอาจารย์...เงินเดือนถูกส่งผ่านธนาคาร..
บัตรเครดิตยุคแรกๆ จำได้ว่าเป็นของ American express..ซึ่งเริ่มออกบัตรเครดิตครั้งแรกในปี 2530..และเข้าใจว่าในปีนั้น..คนไทยก็เริ่มใช้บัตรเครดิตของ American express แล้ว...ต่อมาก็มีบัตรเครดิต VISA และ Master CARD ซึ่งออกร่วมกับธนาคารพาณิชย์ของไทย
เงินพลาสติก..ผ่านระบบธนาคาร เท่าที่นึกได้มีดังนี้
- บัตรATM
- บัตรเครดิต
- บัตรเดบิต
- บัตรสินเชื่อส่วนบุคคลหรือ CASH CARD
- บัตรผ่อนสินค้า เช่น บัตร First Choice เดิม
เงินพลาสติก...ผ่านระบบ non Bank มีมากมาย เช่น บัตรเติมเงินโทรศัพท์ (ของ TOT เดิม), บัตรเติมเงินมือถือ, บัตรชมภาพยนตร์, บัตรซื้ออาหารในศูนย์การค้า, บัตรรถไฟฟ้า, บัตรรถโดยสาร, Gift Card เป็นต้น
บีแมน จะยกตัวอย่าง การใช้เงินพลาสติก...โดยไม่ต้องพกเงินสด..ซึ่งเล่าไว้ใน "ครอบครัวตึ๋งหนืด" หลายตอนด้วยกัน..
.....บีแมน ได้รับเครดิต "เงินคืน" จากการใช้บัตรเครดิต FC...เข้าบัญชีในเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 5,000 บาท...เอาบัตร (เครดิต) ใบนี้ ไปรูดเติมเงินใน Gift Card เครือเทสโก้ โลตัส มูลค่า 5,000 บาท (เป็น prepaid) แล้ววันไหน ไปห้าง ก็ซื้อของลดราคา ครั้งละ 50-200 บาท..จ่ายประมาณ 50 ครั้ง เงินถึงจะหมดจากบัตร Gift Card....
จากเรื่องที่เล่ามา..จะเห็นว่า บีแมน ไม่ต้องพกเงินสดติดกระเป๋าเลย..เงินที่ใช้ก็เป็นเงินพลาสติก หรือ e-money ซึ่งต้องเสียบบัตรผ่านเครื่องอ่านมูลค่าบัตรที่ฝังไว้ในชิพคอมพิวเตอร์...เป็นการลดภาระการใช้เงินกระดาษหรือธนบัตร..
เป็นที่น่าสังเกตว่า รอยต่อระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งเป็นรอยต่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 3 ท่าน คือ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายสมหมาย ภาษี และ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ (ท่านผู้อ่านไปค้นดูเองว่า แต่ละท่านมีวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อใด) และเป็นรอยต่อของ ธนบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย แบบ 15 และ แบบ 16
ณ เวลาที่เขียนเรื่องนี้ (16 ก.พ. 2516) ธนบัตรแบบ 15 ยังใช้หมุนเวียนอยู่ในตลาดเงิน ซึ่งมีรมต.ที่เซ็นในธนบัตรเพียง ๒ ท่านคือ ท่านที่ ๑ และท่านที่ ๒ น่าสังเกตว่า กว่าจะผ่านไปเป็นท่านที่ ๓ ในธนบัตรแบบ 16 ต้องใช้เวลาเปลี่ยนผ่านถึง 6 เดือน (หลังดำรงตำแหน่ง-ประมาณปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนปี 2559) แสดงว่า กระแสเงินกระดาษ (ธนบัตร) หมุนเวียนในตลาดน้อยลง หรือ อาจเป็นภาวะเศรษฐกิจเงินฝืดก็ได้ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
บีแมน
หอพักมน.นิเวศ3
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559