"คนเป็นครู คำพูดคำเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้" ... (จากความคิดของนักศึกษาคนหนึ่งแบบฉบับเต็ม)



มุมมองของ "ตนเอง" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

จากเดิมที่เป็นคนทำอะไรไม่ค่อยเป็น วาดรูปก็ไม่ถนัด ตัวหนังสือพอไปวัดไปวาได้ และทำอะไรชอบให้ผู้ช่วยเป็นประจำ หลังจากที่ได้เรียนกับอาจารย์ก็ทำให้วิถีการเรียนของหนูได้เปลี่ยนไปในหลาย ๆ ด้าน นั่นคือ การที่หนูพยายามวาดรูปจนสามารถมีงานส่งอาจารย์ตามกำหนด บางทีก็อาจมีบ่นบ้าง เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่ก็ฝ่าฟันไปจนสำเร็จ ต่อมาก็กาวยางน้ำทำหนูหมดเงินค่าขนมเป็นเดือนเลยค่ะ แต่หนูก็มีความสุขที่ได้พยายามทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และรู้สึกปลื้มใจที่สามารถทำมันออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง และสุดท้ายงานที่ไม่เคยทำและรู้สึกปลื้มใจที่สามารถทำมันออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง และสุดท้ายงานที่หนูคิดว่าหนักที่สุด และเป็นงานที่หนูใฝ่ฝันว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ กลัวมากค่ะ กลัวทำไม่ทัน กลัวไม่มีส่งตามกำหนด ตอนที่อาจารย์บอกงานมา หนูก็ได้นั่งวิเคราะห์ตัวเองว่า ถ้าไม่เริ่มทำ คงต้องไม่ได้หลับไม่ได้นอน แถมงานยังออกมาไม่ดีแน่ หนูเลยเริ่มทำตั้งแต่หลังจากที่อาจารย์สั่งได้ประมาณสองสามอาทิตย์ เพราะรู้ตัวเองแล้วว่าไม่เคยทำมาก่อน ไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีอักษรแบบนี้ด้วย และยังไม่รู้ด้วยว่ามีปากกาสปีดบอลด้วย หลังจากนั้นก็ทำด้วยความใจเย็นมาตลอดจนถึงตัวสุดท้าย มันเป็นอะไรที่โล่งใจมากค่ะ แต่ที่แปลกใจคือ คนที่เพิ่งเริ่มสองอาทิตย์สุดท้าย แถมยังส่งช้าไม่ตามกำหนด ทำไมทำได้ดี สวย และได้คะแนนเยอะกว่า หนูก็มาวิเคราะห์ตัวเอง อาจเป็นเพราะตัวหนังสือของคนทุกคนไม่เหมือนกัน และมีศิลปะในตัวเองไม่เหมือนนี่เองค่ะ

(งานที่เด็กพูดถึง คือ การเขียนการ์ตูน, การเขียนอักษรหัวตัด และการผนึกภาพ)



มุมมองที่มีต่อ "พ่อแม่และครอบครัว" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ครอบครัว คือ สิ่งที่มาก่อนสำหรับหนูเสมอ สำหรับที่อาจารย์สอนมา คือ หนูก็ใช้ครอบครัวมาตลอด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นคือ การนำน้ำมาล้างเท้าให้พ่อแม่บุพการี ซึ่งหนูเคยมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีและจะรู้สึกเขินอาย เวลาทำความดีให้กับแม่ แต่ตอนนี้หนูได้มองมุมกลับว่า มันเป็นสิ่งที่มีความสุขมากสำหรับแม่ และสำหรับเรา แม่จะรู้จักปลาบปลื้มมาในเวลาที่หนูทำความดี เมื่อก่อนก็ขี้เกียจบ้าง เวลาแม่บอกว่าให้ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน แต่พอได้ดูสื่อต่าง ๆ จากอาจารย์ก็ทำให้หนูเปลี่ยนไปมาก หนูกลายเป็นคนที่ลงมือทำงานบ้านโดยที่แม่ไม่ต้องสั่ง จนแม่รู้สึกแปลกใจ จึงถามหนูว่าเกิดอะไรขึ้น และก็ตอบแม่ตามที่หนูได้เรียนและได้ดูมาค่ะ แม่ก็ยิ้มและมีความสุขมากค่ะ

(ไม่มีใครเปล่ี่ยนใครได้ ถ้าเจ้าตัวไม่เปลี่ยนเอง)



มุมมองที่มีต่อ "เพื่อนร่วมห้อง หรือ เพื่อนร่วมหมู่เรียน" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

เพื่อนร่วมห้องจากเดิม หนูจะเป็นคนไม่ค่อยพูดค่อยถามกับใคร หนูเคยมองว่า พวกเขานั้นหยิ่ง ไม่สนุก อยู่ด้วยแล้วเครียด ไม่มีเพื่อนคบ แต่พอผ่านไปและได้ลองทักทายดูก็รู้ว่าไ่ได้เป็นอยู่อย่างที่คิด และหลังจากที่ได้ดูงานที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ก็พบว่า พวกเขานั้นเป็นเพื่อนที่ดี เป้นเพื่อนร่วมทีมที่เจ๋งสำหรับหนู ทุกคนดูกันเอง รักกัน ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เฮฮา อย่างที่หนูไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในตัวพวกเขา มันเป็นภาพความทรงจำและความประทับใจครั้งแรกที่หนูได้สัมผัสและถือว่าหนูโชคดีมากที่ได้มีเพื่อนที่ดีในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากมาก และหนูต้องขอขอบคุณอาจารย์มาก ๆ ที่ทำให้หนูได้มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศความประทับใจในตัวเพื่อน ๆ ที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อน

(การพาไปดูงานนอกห้องเรียนที่สะท้อนถึงเนื้อหาที่เรียนผ่านมา เป็นกิจกรรมหลังจากการเล็คเชอร์เนื้อหาหมดแล้ว)



มุมมองที่มีต่อ "อาจารย์ประจำวิชา" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

สำหรับอาจารย์นะค่ะ แต่ก่อนนี่คือ หนูท้อแท้มาก เวลาเจอหน้าอาจารย์แต่ละครั้งค่ะ ยอมรับเลยนะคะว่า หนูคิดท้อแท้หลาายรอบมาก แต่ได้เจออาจารย์หลาย ๆ ครั้ง อาจารย์ก็พยายามปลูกฝังให้มีความอดทน อดกลั้น ไม่ว่างานจะเยอะแค่ไหนก็ต้องฝ่าฟันไป จนวันนี้หนูไม่รู้สึกท้อ แถมยังรู้สึกมากเวลาอาจารย์ท่านอื่นสั่งงานเยอะ ๆ หนูรู้สึกชอบกระบวนการสอนของอาจารย์มาก ๆ ค่ะ ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น ทำให้คอยตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่า กำลังทำอะไรอยู่ ว่าตัวเองทำไปเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร และถ้าทำไปแล้วผลมันจะเป็นอย่างไร และคำถามพวกนี้แหละค่ะที่ทำให้หนูสามารถฝ่าฟันงานของอาจารย์มาถึงจุด ๆ นี้ได้ และหนูก็ชอบ The Last Lecture มาก ๆ ค่ะทำให้หนูรู้สึกมีกำลังใจ และทำให้หนูเข้าในใจตัวอาจารย์มากขึ้นว่า อาจารย์สั่งงานเยอะไปเพื่ออะไร อาจารย์มีแนวการสอนแบบนี้เพื่ออะไร และสุดท้ายนี้หนูจะเก็บห้องเรียนวิชานวัตกรรมนี้เป็นความทรงจำที่ดีและไม่อาจหาได้อีกตลอดไปค่ะ

(The Last Lecture คือ การปิดคอร์ส หรือ บรรยายคาบสุดท้ายนั่นเอง เป็นการเฉลยกระบวนการสอนทั้งหมด ๔ เดือนทีผ่านมาอย่างละเอียด)



มุมมองที่มีต่อ "การเป็นครูที่ดี" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ครูที่ดี คือ ครูที่ทุกคนอยากเป็นอยู่แล้ว แต่จะเป็นครูดีได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่จิตใต้สำนึกของทุก ๆ คนละคะ สำหรับทัศนคติที่เปลี่ยนไปสำหรับหนู นั่นคือ ความคิดที่ว่า ครูทำงานไม่หนัก ครูแค่สอนให้จบแล้วก็กลับ ครูไม่ค่อยได้ทำงาน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปหมดแล้วค่ะ แต่ถึงแม้ว่าครูจะทำงานหนักเพียงใด สำหรับหนู ครูคือผู้ให้ ผู้เสียสละ เพราะหนูอยากให้สิ่งที่ดี ๆ ให้กับผู้อื่น เมื่อก่อนเคยคิดไม่อยากอยู่ดอย กลัวความลำบาก แต่พอหนูได้ดูโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอนที่อาจารย์เอารูปน้อง ๆ มาให้ดู ก็อดสงสารไม่ได้ มันทำให้หนูเกิดอุดมการณ์ใหม่ขึ้นมา ทำให้อยากเป็นครูขึ้นมากกว่าเดิม อยากไปสอนบนดอย อยากมอบสิ่งดี ๆ สิ่งใหม่ มอบความรู้ มอบความรัก และมอบกำลังใจในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กพวกนี้ และหนูก็ลองกลับมามองตัวเองว่า ตอนนี้ทำตัวว่าพร้อมจะเป็นอนาคตครูที่ดีแล้วหรือยัง เก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ในรัั้วมหาวิทยาลัยได้มากพอหรือยัง ถ้ายังก็รีบเก็บไว้ก่อนที่จะสายเกินไปค่ะ

(รูปเด็ก ๆ จากแม่ฮ่องสอนเป็นส่วนหนึ่งของ The Last Lecture)



ทักษะที่ได้รับจากการผลิต "สื่อการสอน"

สำหรับการลงมือทำสื่อสำหรับหนู หนูกล้าพูดได้เลยนะคะว่าลงมือทำสื่อเองทุกชิ้น มันเป็นความภูมิใจที่น่าบอกต่อให้คนทั่วโลกได้รับทราบมาก ๆ ค่ะ เป็นสิ่งที่หนูภูมิใจในตัวเองมาก ๆ ที่หนูสามารถทำสื่อขึ้นมาเอง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้น้อง ๆ บนดอยให้คนรุ่นหลังได้สัมผัส ให้สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตสื่อให้กับนักเรียนของหนูในอนาคต

และสื่อการสอนนี้ยังสอนให้หนูรู้จักอดทนอดกลั้น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ตั้งใจมุ่งมั่นในการทำอะไรสักอย่าง เชื่อมั่นในตัวเองว่า "เราต้องทำได้ เราต้องทำได้" และยังเป็นแรงบันดาลใจให้หนูได้ทำงานในวิชาต่อไปที่อาจารย์สั่งใหม่ ถึงแม้ว่างานจะเยอะแยะมากมายเพียงใด หนูก็ชิว ๆ เพราะถ้าหนูสามารถผ่านวิชานวัตกรรมนี้ไปได้ หรือคิดว่าหนูสามารถทำได้ทุกอย่างแหละค่ะ


สุดท้าย อยากขอบคุณอาจารย์ที่มอบความรู้และให้กำลังใจแก่หนู หนูชอบมากคำนี้ที่อาจารย์สอน "คนเป็นครู คำพูดคำเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้" หนูชอบมาก ๆ ค่ะ แล้วหนูใช้คำพูดคำเดียวนี้่ไปสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกศิษย์ของหนูค่ะ

(อย่าเพิ่งคิดว่าทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำ)



นี่เป็นคำตอบจากข้อสอบอัตนัยของนักศึกษาเอกฟิสิกส์ที่เรียนกับผมมา ๔ เดือน
เด็กเก็บรายละเอียดได้ดีจนเหมือนข้อสรุปที่เกิดจากการสอนได้เลย

แต่นี่แค่ส่วนหนึ่งนะครับ ... ยังมีคำตอบดี ๆ อีกมากมาย

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ

บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ



ความเห็น (8)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

เป็นบันทึกที่อ่านแล้วหนูได้ข้อคิด

และนำมาประยุกต์ใช้กับตนเองได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้นะคะ

ขอบคุณค่ะ^^

เขียนเมื่อ 

ดีมากเลยครับ

เป็นคุณครูกระดาษทรายจริงๆครับ

-สวัสดีครับครู

-ได้อ่านการแสดงความคิดเห็นของเด็ก ๆ แล้วน่าปลื้มใจมาก ๆครับ

-เปลี่ยนคน....สร้างพลังใจ..นะครับ..

-เป็นกำลังใจให้กับครูนะคร้าบ...

เขียนเมื่อ 

สู้ สู้ ครับ น้อง ต้นเฟิร์น ;)...

เขียนเมื่อ 

กระดาษทรายเสมอครับ ท่านอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง 555

เขียนเมื่อ 

น่าปลื้มใจครับ คุณเพชรฯ เพชรน้ำหนึ่ง ;)...

เขียนเมื่อ 

เป็นการประเมินผลการเรียนการสอน course evaluation ที่ดีมาก(เชิงคุณภาพ ได้ความปลื้มใจเป็นของแถม ยินดีด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณมาก ๆ ครับ ท่านอาจารย์ GD ;)...