ชีวิตติดปีกที่ลิขิตด้วยตนเองของ ชูชาติ พรหมพันธุ์

เย็นวันนี้ ๑๖ ธันวา ๕๘ กลับจากโรงเรียนแล้ว

คุณมะเดื่อออกไปตลาด คิดในใจว่าเอากล้องติดไปด้วย

ดีกว่า เผื่อได้เก็บภาพอะไรมาเป็นข้อมูลเขียนบันทึก

ได้บ้าง



กำลังกลับออกจากตลาด ผ่านตลาดเย็นริมทางรถไฟ พลัน !

เสียงขลุ่ยแว่วมา หันมองตามเสียง...ก็พบกับเจ้าของเสียงขลุ่ย

เจ้าเดิม...



ท่านอดีต ผอ.ชูชาติ พรหมพันธุ์ ผู้ติดปีกให้ชีวิต แล้วลิขิตให้

เป็นไปตามใจฝัน...นั่นเอง อีกครั้งหนึ่งแล้วที่ได้พบกัน



นี่แหละ...ชูชาติ พรหมพันธุ์ ขนานแท้ ต้องมี..โยคะ..และจักรยาน



คุณมะเดื่อดีใจที่ได้พบกับ ท่าน ผอ.อีกครั้ง ทักทายปราศรัยกัน

ท่านเองก็จำคุณมะเดื่อได้ แม้จะไม่ได้พบกัน ๒ ปีแล้ว แต่ท่าน

ก็ยังจำคุณมะเดื่อได้ วันนี้ ท่าน ผอ. กำลังเดินทางกลับเชียงใหม่

ด้วยจักรยานคันเดิม คุณมะเดื่อถามท่านว่า " ชีวิตในเครื่องแบบ

กับชีวิตแบบนี้ อย่างไหนดีกว่ากัน" ท่่านยิ้มกว้าง ตอบว่า

" ก็ต้องแบบนี้สิ " (ไม่น่าถามเล้ย ! )


คุณมะเดื่ออยู่คุยกับท่าน ผอ. ครู่หนึ่ง หาข้าวปลาอาหารเย็นให้ท่าน

เป็นเสบียงเสร็จสรรพ ท่านกลางสายตาทั้งพ่อค้า แม่ขาย และ

ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ที่มองดูคุณมะเดื่อและท่าน ผอ. อย่างแปลก ๆ

งง ๆ ระคน ปนสงสัยเหมือนเคย...

ก็เรียกได้ว่า ตรงนั้น ... คงไม่มีใครสักคน ที่ไม่รู้จักคุณมะเดื่อ

แต่ คุณมะเดื่อไม่สนใจหรอก...ใครจะคิดอะไรอย่างไร...ไม่สน

มีผู้คนที่ผ่านไปมาหลายคน วางเงินบนหมวกที่อยู่ตรงหน้าท่าน ผอ.

คงคิดว่าท่านคือ " วณิพกพเนจร" ขนานแท้น่ะแหละ



คืนนี้ ท่าน ผอ.บอกว่าจะค้างคืนที่วัดกุยบุรี และบอกคุณมะเดื่อว่า ถ้าหาก

คุณมะเดื่อขึ้นเหนือก็อย่าลืมโทร.หาตามเบอร์โทรพี่สุรางค์ (ภรรยาของท่าน)

เพื่อจะได้พบกัน

ขอบอกว่า...อยากติดปีกให้ชีวิตตัวเองเหมือนท่าน ผอ.ชูชาติจังเล้ย !




นี่แหละโฉมหน้าต่างวัยของท่าน ผอ.ชูชาติ พรหมพันธุ์

ขอบคุณเว็บไซต์นี้จ้าา