เย็นนี้หลังจากเจ้าต้นไม้กลับมาจากเรียนเทควันโด ครอบครัวเราก็อิ่มอร่อยกับอาหารเย็นที่ อ.จัน ซื้อมาจาก "ตลาดใหม่" แถวๆ ที่เจ้าต้นไม้เรียน คาดว่าถ้าเจ้าต้นไม้เรียนไปนานๆ ลูกก็คงจะสูงใหญ่แข็งแรงตามประสานักกีฬา ส่วนพ่อกับแม่ก็คงอ้วนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยฤทธิ์ความอร่อยของอาหารในตลาดใหม่ที่ขึ้นชื่อไปเจ็ดฟ้าห้าสมุทร

แต่บันทึกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอาหาร แต่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมสังเกตตอนที่เรากินกันอยู่หน้าทีวี

ทีวีที่บ้านนี้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์และสิ่งที่บ้านนี้ดูในเวลานั่งกินข้าวเกือบทั้งหมดมาจาก YouTube

รายการที่เจ้าต้นไม้เลือกเปิดดูวันนี้คือการ์ตูนโดเรมอน พอดูหมดตอนเจ้าต้นไม้ก็เดินไปหน้าจอเพื่อเลือกตอนใหม่ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกินข้าวเย็นเสร็จ

ทำให้ผมนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ ที่เวลาจะได้ดูการ์ตูนสักเรื่องหนึ่งนั้นต้องรอเวลาออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ เรื่องที่ผมรอคอยมากตอนสมัยประถมคือเรื่องไอ้มดแดง ซึ่งจะฉายตอนวันเสาร์เวลาประมาณแปดแก้วโมงเช้า

สมัยนั้นชุมพรยังไม่มีสถานีโทรทัศน์เอง ต้องรับสัญญาณจากช่องเจ็ดแถวๆ ประจวบคีรีขันธ์ที่ห่างไปหลายร้อยกิโลเมตร พ่อผมก็ลงทุนตั้งเสาทีวีสูงและซื้อทีวีขาวดำเครื่องหนึ่งเพื่อเราจะได้ดูทีวีกัน บ้านผมอยู่ตีนเขาสามแก้วซึ่งถือว่าสูงมากแล้ว แต่เรายังต้องขึ้นเสาทีวีสูงประมาณตึกสามชั้นเพื่อให้รับสัญญาณได้แม้จะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ สัญญาณล้มๆ ลุกๆ ตามประสาสัญญาณอนาลอคในยุคนั้นที่เวลาลมพัดจัดๆ ภาพก็จะล้ม หรือฝนตกหนักๆ ก็จะมีเม็ดฝนมาปรากฎในหน้าจอด้วย และตอนเด็กๆ ผมก็เชื่อว่าเป็นเม็ดฝนจริงๆ อีกต่างหาก

โลกของผมเป็นโลก "มาตามนัด" เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า "On Schedule" ที่ต้องรอเวลาเพื่อจะได้เข้าถึงสื่อต่างๆ และสมัยนั้นก็มีรายการทีวีชื่อ "มาตามนัด" จริงๆ เสียด้วย เป็นรายการที่โด่งดังพอประมาณทีเดียว

ส่วนโลกของเจ้าต้นไม้เป็นโลก "มาตามสั่ง" เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า "On Damand" ที่อยากได้อยากดูอะไรก็สั่งได้ตามต้องการ

ผมไม่ได้บอกว่าโลกแบบไหนดีกว่ากันนะครับ ผมไม่ได้เป็นขิงแก่ที่มองโลกในอดีตดีกว่าโลกปัจจุบันในทุกอย่าง

ถ้าให้ผมเลือก ผมคิดว่าโลก "On Demand" นั้นดีกว่า "On Schedule" อยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะส่วนดีของ "On Demand" นั้นมากมายเมื่อประยุกต์ใช้สำหรับด้านการศึกษา แต่ประเทศไทยเรายังดูเหมือนจะใช้ประโยชน์จาก "ความรู้มาตามสั่ง" ไม่ได้เต็มที่ ยิ่งกว่านั้นเรากลับพยายามย้อนยุคจัดการการศึกษาแบบ "ความรู้มาตามนัด" เสียอีกต่างหาก ตามข่าวคราวต่างๆ แล้วก็น่าเป็นห่วงเยาวชนไทย

ส่วนในบ้านของผมเราเลือกที่จะให้เจ้าต้นไม้ได้อยู่ในโลก "On Demand" ของเขาได้อย่างเต็มที่ และคาดหวังว่าจากผู้เสพสื่ออีกไม่นานนักเจ้าต้นไม้น่าจะได้ขยับไปเป็นผู้ผลิตสื่อให้แก่คนอื่นตามวิสัยคนในยุค "On Demand from Many to Many" หรือ "มาตามสั่งจากมวลชนสู่มวลชน" ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันนี้