วันนี้นึกสนุกขึ้นมาเลยอยากเขียนเรื่องที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ประจำวันดูบ้าง  พอดีได้ฟังข่าวการบ่น/การเรียกร้องเรื่องมลภาวะทางเสียง ของชาวบ้านที่อยู่แถวสนามบินสุวรรณภูมิที่สร้างใหม่ ที่ทนเสียงขึ้นเสียงลงของสนามบินไม่ไหว  ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งเลยอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
            เสาวภาเช่าห้องแถวติดกับคนขี้เมาคนหนึ่ง ชื่อสมพงษ์ ซึ่งสมพงษ์จะดื่ม
เหล้า และเมากลับมาตอนดึกทุกคืน  พอไขกุญแจประตูห้องเข้ามา ก็จะถอดถุงเท้าและรองเท้า แล้วขว้างรองเท้าไปที่ข้างฝา ด้านที่เป็นห้องของเสาวภา 2 ครั้ง/ข้าง เสียงดังสนั่นก่อน   แล้วเขาก็นอนหลับไป
             สมพงษ์ทำอย่างนี้ทุกวัน จนทำให้เสาวภานอนไม่หลับและรู้สึกหงุดหงิด จะเปิดประตูออกไปต่อว่าก็กลัวจะถูกทำร้าย      จะโทรศัพท์แจ้งตำรวจก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะคุ้มครองตนเองได้ยาวนานแค่ไหนก็ได้แต่อดทนและภาวนาให้สมพงษ์ย้ายออกไป     หรือมีอันเป็นไปเอง        แต่จนแล้วจนรอดสมพงษ์ก็ยังอยู่ยงคงกระพันไม่หายไปไหน              เสาวภาทนฟังเสียงขว้างรองเท้า 2 ข้างมาร่วม 1 ปีแล้ว   จนรู้สึกชินและหายหงุดหงิดและ รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว            อยู่มาวันหนึ่ง เสาวภาได้ยินสมพงษ์ไขประตูห้องเข้ามาแล้วถอดถุงเท้าและขว้างรองเท้าไปที่ข้างฝาเพียง 1 ข้าง แล้วก็เงียบไป ทำให้เสาวภารู้สึกผิดปกติ เฝ้ารอว่าเมื่อไรเขาจะขว้างรองเท้าอีกข้างเหมือนกับทุกวัน          คืนนั้นเสาวภานอ ไม่หลับทั้งคืน เพราะไม่ได้ยินเสียงรองเท้าอีกข้าง

          
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
การถูกวางเงื่อนไขมานาน เมื่อมีการเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ จะรู้สึกผิดปกติ จึงต้องใช้เวลาปรับตัวใหม่
        ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ชาวดอนเมืองอาจจะนอนไม่หลับไปอีกนานเหมือนกัน เพราะไม่ได้ยินเสียงเครื่องบินที่ฟังมาเสียจนชิน..

……………………………