"สำรวจโรงเรียน" ... (วันจันทร์ที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘)

หลังจากเสร็จภารกิจอื่น ๆ ช่วงบ่าย ขอให้ครูหัวหน้างานวิชาการ
พาเดินชมโรงเรียนสัก ๑ รอบ เพื่อทำความรู้จักสถานที่และ
ตรวจสอบปัญหาด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าอีกที


ห้องเรียนเด็กตั้งแต่ ป.๑ - ป.๖

คุณครูประจำชั้นจะมีการตกแต่งห้องด้วยการจัดบอร์ดตามพื้นที่ต่าง ๆ ของห้องเรียน
เช่น ประตู หน้าต่าง ฝาผนังด้านหลัง ด้านข้างของห้อง ฯลฯ

ห้องเรียนอากาศปลอดโปร่งดี มีโครงการที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
แต่ยังไม่ได้ดำเนินปิดช่องหน้าต่างด้านบน

โต๊ะเก้าอี้ของเด็กนักเรียนมี ประมาณ ๓๐ - ๔๐ ชุด ทุกห้องเรียน
คุณครูก็สอนกันไป มองเห็นบ้าง มองไม่เห็นบ้าง
ตามวิถีความคิดของพวกคุณครูเอง


ห้อง Construct

เขาเรียกกันแบบนี้ เป็นห้องเรียนที่พิเศษกว่าห้องเรียนปกติ
มีเครื่องคอมพิวเตอร์ LCD Project แต่ห้องเรียนปกติไม่มี

แล้วมีการสอนแบบ Constructivisim
ห้ามถามว่าเป็นยังไง คือ ผมก็ไม่ทราบ
ว่าง ๆ คงต้องเรียกครูที่เคยไปดูงานที่โรงเรียนดรุณสิกขาลัย
มาอธิบายให้ฟังหน่อย

ชั้น ป.๖ ถูกทดลองใช้ก่อนเป็นรุ่นแรก
แต่ชั้น ป.๕ จะเป็นการสอนแบบปกติ
แต่ผู้ปกครองบางส่วนต้องการให้มีการสอนแบบนี้กับลูกของตัวเอง
จึงยอมเสียค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียน

ทำให้เด็ก ป.๕ มี ๒ ห้อง คือ
ห้องที่เรียนแบบ Construct สัก ๒๐ คน
กับห้องที่เรียนแบบปกติ อีก ๔๐ กว่าคน

สำหรับความเห็นส่วนตัว
นี่คือความไม่เท่าเทียมกันของนักเรียนระดับชั้นเดียวกัน
พ่อแม่คนไหนมีเงิน ก็อยากให้ลูกได้เรียนแบบ Construct
หากพ่อแม่คนไหนไม่มีเงิน ก็ทำได้แค่ให้เรียนแบบธรรมดาไป

ถ้า ป.๕ ห้อง Construct จบไปเมื่อใด
ควรยุติเหตุการณ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก
ถ้าชอบ Construct กัน ก็ควรสอนให้ได้ทุกห้อง
แต่ไม่ใช่การแบ่งแยกแบบนี้


ห้องคอมพิวเตอร์

ห้องคอมพิวเตอร์ที่ได้รับงบเร่งด่วนมา
อยู่ในระหว่างการสร้างห้องใหม่

ส่วนห้องคอมพิวเตอร์เก่า ก็ยังใช้เรียนอยู่
มีครูคอมพิวเตอร์คนเดียว

และเครื่องคอมพิวเตอร์ชุดเก่า
ที่ย้ายออกมาจากห้องที่กำลังทำ
กลับไม่มีที่เก็บ เอาไปวางกองไว้
ตามห้องต่าง ๆ ที่พอมีที่ว่าง

ดูแล้วก็น่าเศร้าจริง ๆ


ห้อง IBM

เป็นห้องที่มีคอมฯ ที่ได้รับฟรีมาจาก IBM
แต่ไม่มีครูใช้สอน

แถมยังเอาห้องไปเป็นที่ฝึกกีฬาในร่มอีก

ไม่รู้จะพูดยังไง


ห้องน้ำ

ได้งบเร่งด่วนปรับปรุงแล้ว
แต่ก็ไม่รู้จะดำเนินการทันหรือไม่
ภายใน ๒ เดือนเท่านั้น


ห้องประกันคุณภาพ

เอาไว้เวลาโรงเรียนมีการรวบรวมเอกสาร
สำหรับการทำประกันคุณภาพ

มีชั้น มีกล่องใส่เอกสาร
วางเหมือนรอตรวจประกัน

มีครูคนหนึ่งที่เคยเป็นผู้ประเมิน
ทำหน้าที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ


ห้องพักครู

เขาไม่พาชมเลย
ไม่ชอบมาพากล
ยังไงก็ไม่ทราบ


ลิฟท์

มีแต่ไม่ได้ใช้
ทำสายยูมาล็อกประตูทุกชั้น
เพราะมีเด็กชอบมากดเล่น
จนลิฟท์เสื่อมสภาพ


ห้องสมุด

สภาพห้องสมุดทรุดโทรม
เหมือนขาดคนมีความรู้ด้านนี้มาดูแล

ห้องมีขนาด ๔ คูณ ๕ เมตร
แยก ๓ ส่วน คือ Asean, ห้องสมุด และ
ที่พักครูผู้ดูแล

ส่วนห้องสมุด จัดแบบ Dewey
หนังสือเก่ามาก ไม่ค่อยได้งบทดแทน
มีเครื่องปรับอากาศ ๒ ตัว

ครูผู้ดูแลจบปฐมวัย โทหลักสูตรและการสอน
ไม่ตรงสายวิชาชีพห้องสมุด

อยากได้โน้นอยากได้นี่
แต่ไม่ค่อยจะแสดงอะไรให้เป็นประจักษ์

เห็นแล้วก็ เหอ เหอ
ต้องปรับปรุงอย่างหนักอีกแล้ว


ธนาคารโรงเรียน

ธ.ออมสิน เพิ่งมา MOU กับโรงเรียน
ธนาคารจะเปิดเป็นช่วง ๆ ไป
ตามที่มีเวลาว่าง

ครูคณิตเป็นคนดูแล
นักเรียนเข้ามาเป็นผู้ให้บริการ


ห้องซ้อมดนตรี

เป็นอาคารที่ไม่มีฝ้ากันความร้อน
ไม่มีเครื่องปรับอากาศ
คับแคบ เครื่องดนตรีไม่มีที่เก็บ

แถมเอาเคร่ื่องกีฬามาเก็บไว้อีก


ชมรมศิษย์เก่า

อยู่ด้านหน้าโรงเรียน
เป็นห้องเล็ก ๆ คล้าย ๆ ป้อมยาม
ภายในมีอุปกรณ์สำนักงานครบ


ห้องแนะแนว

เคยมีภาคจิตวิทยามาจัดการอยู่พักหนึ่ง
แล้วตอนนี้ก็หายไป

กลายเป็นห้องที่ผมต้องเข้าไปนั่งทำงานแทน



อันนี้เดินแบบคร่าว ๆ สัก ๑ ชั่วโมง
รู้เลยว่า ระบบการบริหารจัดการมันดูเข้าขั้นแย่มาก
คนอยู่แบบเซ็งกะตายมากกว่ามีความสุข

แต่หลังจากนี้ไปหากเขายังไม่ทำงานอีก
เขาจะอยู่ไม่ได้ เพราะองค์กรจะอยู่ไม่ได้เช่นกัน

นี่ผมมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะเลยหรือนี่

โอ้ ไม่นะ ;(...


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โรงเรียนพวงคราม



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

It seems we need more 'imaginative management' and 'inventive practice' to make 'full use' of what available in schools (before we cry out for 'more').

;-)

เขียนเมื่อ 

เมื่อก่อนนี้..เรียก (การทำงานว่า)..เช้าชามเย็นชาม..ต่อมาเช้าถึงเย็นหลายๆชาม..ปัจจุบัน..ใครหยิบชามไปไม่รู้..เลยใช้ถุงพลาสติค..ไม่มีหลักฐาน..แต่เลอะเทอะเต็มไปหมดทั้งโลก..5555

เขียนเมื่อ 

ผู้ปกครองยอมเสียเงินเพื่อให้ลูกได้เรียนแบบ 'construct' คงจะเข้าใจผิดกันใหญ่โตในแนวคิดทฤษฏี

constructivism

-สวัสดีครับ

-ข้อมูลเรื่องการแบ่งแยกห้องเรียนลักษณะห้องพิเศษกับห้องธรรมดาผมว่ามันแปลก ๆ เหมือนกันครับ

-น้องโบลิ่ง....หลานสาวเธอเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าเพื่อนของเธอที่สนิทกันเรียนอยู่ห้องพิเศษ ส่วนเธอเรียนห้องธรรมดา ผมถามเธอว่าอยากจะเรียนห้องพิเศษไหม เธอบอกว่า"หนูไม่อยากเรียนห้องพิเศษ อยากเรียนห้องธรรมดา ๆ นี่แหละ"

-เธอบอกว่าเด็กห้องพิเศษนี้ไม่ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติ เพราะต้องเข้าเรียนตั้งแต่เช้า

-ส่วนห้องของเธอเข้าแถวและมีกิจกรรมตามปกติ....เธอก็เลยชอบใจ....

-เป็นสิ่งที่เห็นและรับรู้ ณ มุมหนึ่งของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการศึกษาน่ะครับ...จึงไม่ทราบถึงรายละเอียดสักเท่าไหร่...

-ถือว่าเป็นการบอกเล่าและขอร่วมศึกษาข้อมูล ณ โรงเรียนของครูก็แล้วกันนะครับ.....

-ขอบคุณครับ.....


เขียนเมื่อ 

ไม่อยากร้องไห้หนักมากครับ ท่าน sr 555

เขียนเมื่อ 

เลอะเทอะนอกชามเลยครับ คุณ ยายธี 555

เขียนเมื่อ 

ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่า มันคืออะไรน่ะครับ ท่านอาจารย์ GD ;)...

เขียนเมื่อ 

บางทีก็ผมก็มานั่งคิดว่า คนเราอยากเป็นคนธรรมดา หรือเป็นคนพิเศษ

ขอบคุณมากครับ คุณเพชรฯ เพชรน้ำหนึ่ง ;)...

เขียนเมื่อ 

ผมว่าการเรียนรู้สภาพจริงของโรงเรียนน่าจะช่วยให้ผู้บริหาร ครู นักการ ผู้ปกครอง และตัวเด็กคิดที่จะปรับปรุงห้องต่างๆให้ดีขึ้นนะครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ อาจารย์ต้น ;)...

เขียนเมื่อ 

อ่ะนะ สู้ ๆ คร้า

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ คุณหมอธิ ธิรัมภา ;)...

เขียนเมื่อ 

ตามมาให้กำลังใจครับ

พูดกับตัวเองเลยครับว่า

ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ทำไม่ไหว ทำไม่ทัน เอี้ย บรึ้ม (คุ้นๆไหมครับ)

555

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับ อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง 555