​“ดึงวัยโจ๋ ฟื้นกลองยาว” เปลี่ยนหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยง สู่ชุมชนน่าอยู่ ที่ดงจงอาง ยโสธร

“ดึงวัยโจ๋ ฟื้นกลองยาว” โมเดลประชาชนคือตำรวจคนแรกของหมู่บ้าน เปลี่ยนหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยง สู่ชุมชนน่าอยู่ ที่ดงจงอาง ยโสธร

ดงจงอางหมู่บ้านแฝด 3 หมู่บ้านในตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธ ชุมชนเขตชนบทที่กำลังปรับตัวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ทำให้พ่อแม่ย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างถิ่น ปล่อยเด็กๆอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย

ในขณะที่เทคโนโลยี สัญญาณอินเตอร์เน็ตวิ่งเข้าถึงทุกคนในหมู่บ้าน ส่งผลให้ชุมชนเต็มไปด้วยปัญหาเด็กเยาวชน ทั้งเรื่องการทะเลาะวิวาท ลักเล็กขโมยน้อย ยาเสพติด โดยเฉพาะการตั้งท้องก่อนวัยอันควร หมู่บ้านแห่งนี้ เคยครองสถิติสูงที่สุดในตำบลมาแล้ว

ดาบตำรวจนพปฬล บุญเต็ม ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม ตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ สภ.บึงแก กล่าวว่าก่อนปี 2556 บ้านดงจงอาง เต็มไปด้วยปัญหาเด็กเยาวชน เช่น ตีกันในงานหมอลำ ท้องก่อนวัยอันควร ลักเล็กขโมยน้อย ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่มาหาเห็ดในป่าชุมชมใกล้หมู่บ้าน และเคยสืบพบว่าเยาวชนในหมู่บ้านนี้เป็นผู้ค้ายาเสพย์ติดรายย่อยให้กับพระในหมู่บ้านด้วย

การทำงานของตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ คือ พยายามทำงานภายใต้แนวคิด ประชาชน คือ ตำรวจคนแรกของหมู่บ้าน ด้ายการสร้างความรู้ ความเข้าใจความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจ

ด้านนายเส็ง นิลกิจ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดงจงอาง หมู่ 5 มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น มีแนวคิดให้เด็ก 3 หมู่บ้านมาคุยกัน ทำความรู้จักกัน และทำกิจกรรมด้วยกัน ผ่านการตั้งสภาหมู่บ้าน ทั้งสภาผู้ใหญ่ และสภาเด็กขึ้นมาทำงานคู่กันในเดือนสิงหาคม 2557 โดยเขียนโครงการไปขอสนับสนุนงบประมาณจากสสส. ทำให้เด็กมีโอกาสพูดคุยกันถึงปัญหาและทางออกร่วมกัน มีการรวมกลุ่มกันทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ เช่น ผู้นำชุมชน ตำรวจมวลชนสัมพันธ์ และมีกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็กๆที่กำหนดทำร่วมกันเพื่อพัฒนาชุมชนของตัวเองโดยให้ผู้ใหญ่สนับสนุน เช่น ฟื้นกลองยาวของชุมชน ที่หายไปหลายปีเพราะไม่มีคนตีกลอง โดยดึงวัยโจ๋ในหมู่บ้านมาช่วยตีกลองในงานบุญต่างๆ การจักรสานตะกร้าของกลุ่มเด็กผู้หญิง การทำความสะอาดชุมชนประจำเดือน รวมทั้งการช่วยงานบุญประเพณีต่างๆ

นายกรวิทย นิลกิจ ประธานเยาวชนบ้านดงจงอาง กล่าวว่า เริ่มต้นทำงานด้วยการชวนเด็กที่รู้จักกัน สนิทกันเข้ามาทำกิจกรรมด้วยเพียง 5-6 คน แล้วค่อยขยายให้แต่ละคนไปชวนเพื่อนของตัวเองต่อ จนครบทั้ง 3 หมู่บ้าน ทั้งเด็กในระบบที่เรียนหนังสือในชุมชน และตัวเมือง เด็กนอกระบบที่เป็นวัยรุ่นตามหมู่บ้าน ที่ก่อนหน้านี้เป็นวัยโจ๋ก่อเหตุ จับกลุ่มดื่มเหล้าตามหน้าวัดก็เข้ามาร่วมตีกลองยาว ปัจจุบันมีเยาวชนมากิจกรรมของสภาฯร่วมกว่า 40 คน

1 ปีผ่านไป หลังจากที่ผู้ใหญ่หนุนให้เด็กเยาวชนได้ทำงานร่วมกัน ทำให้พวกเขาได้รู้จักกัน เกิดความเป็นพี่น้องกันมากขึ้น รวมทั้งได้เปิดโอกาสให้ทำงานร่วมกับผู้ใหญ่โดยเฉพาะตำรวจ และผู้นำชุมชน ทำให้พวกเขามองเห็นคุณค่าในตัวเอง เปลี่ยนหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยง เป็นชุมชนที่น่าอยู่มากขึ้น

“ปัญหาท้องก่อนวัยเรียน คดีลักเล็กขโมยน้อยลดลง ประชาชนคือตำรวจคนแรกของหมู่บ้านเป็นจริงที่หมู่บ้านแห่งนี้ กลุ่มเยาวชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรม ลักเล็กขโมยน้อย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดีขึ้น ลดใช้ความรุนแรง ลดเงื่อนไขทะเลาะวิวาท งานบุญ งานวัด งานบุญประเพณี เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามเหนื่อยน้อยลง มีคนดีในสังคมมากขึ้น” ดาบตำรวจนพปฬล บุญเต็ม ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.บึงแก กล่าวทิ้งท้าย

การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการสนับสนุนเขาได้แสดงศักยภาพในหลายๆด้านออกมาเพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนาชุมชนของตัวเองร่วมกันกับผู้ใหญ่ เหมือนชุมชนดงจงอางแห่งนี้ที่สามารถเปลี่ยนหมู่บ้านกลุ่มเสี่ยง สู่ชุมชนน่าที่น่าอยู่ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฮักแพงแบ่งปัน อีสานสร้างสุข



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากๆ

อยากให้เขียนบ่อยๆครับ

จะเข้ามาอ่าน