ขั้นตอนการปฏิบัติศาสนพิธี
...
ลำดับการขั้นตอนของศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติคล้ายกัน คือ...
๑.เริ่มต้น.............มีผู้นำกล่าวเพื่อโน้มน้าวทุกคนที่อยู่ในบริเวณงานเข้าสู่พิธีกรรมทางศาสนาโดยเริ่มจากา ...การบูชาพระ(อิมินาสักกาเรนะ..พุทธัง..ธัมมัง..สังฆัง..อภิปูชยามิ)..กราบพระ...(อรหังสัมมา...จนถึง ..สังฆังนมามิ) ...เสร็จแล้วอาราธนาศีล ๕ (มยังภันเตวิสุงวิสุงรักขณัตถายะ ติสรเณนสห ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ...ทุติยัมปิฯลฯ...ตติยัมปิฯลฯ )เสร็จแล้วรับศีล ๕ จากพระสงฆ์ไปจนจบ...
........หากเป็นการทำบุญวันพระปกติก็ไม่ต้องกล่าวอาราธนาอะไร ถ้าทำบุญในบ้าน มีการเลี้ยงพระ อาจมีการอาราธนาพระปริตร คือให้พระสงฆ์สวดหรือเจริญมงคลคาถา เพื่อ “ทำน้ำมนต์” การทำน้ำมนต์เป็นสิ่งบ่งบอกว่า “เป็นงานมงคล” งานอะไรบ้าง เช่น งานแต่งงาน งานบวชพระ งานฉลองสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ งานขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญอายุ เป็นต้น
๒.ท่ามกลาง........ผู้นำอาราธนาพระปริตร...พระสงฆ์รูปที่ ๒ หรือ ๓ ตั้งพัด “ชุมนุมเทวดา” หรือเชิญเทวดามาฟังธรรม(บทสวดพระพุทธมนต์) พอถึงบทอเสวนา จะพาลานัง(มงคลคาถา)เจ้าภาพหรือ ผู้นำจะจุดเทียนน้ำมนต์ที่หน้าพระสงฆ์รูปที่เป็นประธาน เสร็จแล้วยกบาตรน้ำมนต์ประเคน ...พระสงฆ์ “เจริญพุทธมนต์” จบแล้วต่อด้วย บท “ถวายพรพระ” (อิติปิโส...พาหุง...ภวันตุเต) เจ้าภาพเตรียมอาหารใส่บาตร และจัดนำมาถวายพระสงฆ์ได้ทันที...
เตรียมอาหารเสร็จแล้ว พร้อมใจกันกล่าวคำถวายภัตตาหาร โดยกล่าวถวายพระพุทธก่อน...จากนั้นถวายพระสงฆ์(อิมานิมะยังภันเต ภัตตานิ สปริวรานิ ภิกขุสังฆัสสะ สามเณรัสสะ(กรณีมีสามเณรอยู่ด้วย)...พร้อมคำแปลจนจบ)...
จากนั้นเจ้าภาพเข้าประเคนพระสงฆ์ทุกรูป ไม่สะดวกให้ญาติที่อยู่ใกล้ๆ ช่วยประเคนด้วยก็ได้...
๓.ตอนท้าย........พระฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่พระสงฆ์ท่านจะใช้โอกาสในการแสดงธรรมแก่ศาสนิกชน (ปัจจุบันพระท่านไม่ค่อยพูดไม่ค่อยกล่าว ซึ่งก็เป็นโอกาสที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง) ผู้นำนำกล่าวถวายดอกไม้ “ปัจจัยไทยทาน” ก่อนถวาย ...หากมีการแสดงธรรมด้วยก็จะเรียกว่า “ปัจจัยไทยธรรม” ...กล่าวคำถวายเสร็จแล้วก็ให้เจ้าภาพนำถวายทุกรูป ปัจจุบันถวายเพียงประธานรูปเดียว พระท่านก็จะยื่นส่งต่อกันไปจนถึงสุดท้ายเอง ...นั่นคงเพราะประหยัดเวลา และความสะดวกของเจ้าภาพด้วย...
โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า...ศาสนพิธีหรือพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ไม่ควรจะต้องรีบเร่งอะไรจนเกินไปนัก โดยแบ่งเอาเวลาที่เรามัวไปขานชื่อคนมาร่วมทำบุญ(งานศพ)ให้กระชับและสั้นลง ไม่เยิ่นเย้อ แล้วนำเวลานั้น มาเน้น มาให้ความสำคัญกับศาสนพิธีอย่างถูกต้องเหมาะสม ดูจะสวยงามกว่า...
จากนั้นพระสงฆ์ก็จะให้พร เป็นภาษาไทย และภาษาบาลี เจ้าภาพกรวดน้ำ(ยถา วาริวหา..) รับพรต่อ(สัพพีติโย วิวัชวันตราโย สุขีทีฆายุโก..) ตลอดไปจนจบบท...จากนั้นผู้นำ(คนเดิม) นำลาพระอีกครั้ง(อรหังสัมมา สัมพุทโธ ภควา...นมามิ) ก็ถือเป็นอันเสร็จพิธีกรรมที่สมบูรณ์ทั้งหมด...
ยังเหลือการประพรมน้ำมนต์ ถือเป็นการส่งท้ายพิธีกรรม ให้ดู “ขลัง” ดูศักดิ์สิทธิ์ โดยนิมนต์พระคุณเจ้าประพรมน้ำมนต์ และพระสงฆ์ที่เหลือเจริญชัยยมงคลคาถา (ชยันโตโพธิยา..)กำกับหรือสำทับอีกครั้ง จึงกลายเป็นพิธีนิยมทำสืบต่อ ๆ กันมา หากว่าตามหลักการปฏิบัติจริงๆ แล้ว การกราบลาพระครั้งสุดท้ายก็ถือเป็นขั้นตอนที่สมบูรณ์แบบแล้ว...
หากเป็นกิจกรรมวันพระก็พอสรุปขั้นตอนสั้น ๆได้ดังนี้
๑. การตานขันข้าว
๒. บูชาพระ กราบพระ อาราธนาศีล รับศีล
๓. *(อาราธนาพระปริตร) พระ(เจริญพุทธมนต์)สวดถวายพรพระ
๔. ถวายภัตตาหาร พระพุทธ พระสงฆ์
๕. พระฉันภัตตาหาร ผู้นำหมู่บ้านรายงานสถานการณ์บ้านเมือง
๖. ปู่จารย์นำกล่าวคำสุมมาแก้วตัง ๓
๗. พระรูปหนึ่ง กล่าวสัมโมทนียกถา ให้พร ชาวบ้านกรวดน้ำ รับพร
๘. ปู่จารย์นำแผ่เมตตา กราบลาพระ
เป็นเสร็จพิธีที่สำคัญทั้งหมดในวันพระ(หรืองาน)นั้น
…
ค่อยอ่านค่อยทบทวน...นึกภาพเวลามีพิธีกรรมทางศาสนาไปด้วย...แล้วเราจะเข้าใจได้ดีขึ้น...ไม่มีสิ่งใดยากเกินกว่าการศึกษาเรียนรู้ครับ
...............
“พี่หนาน”
18/8/2558
สนใจรายละเอียดลองเข้าไปอ่านบันทึกของพี่หนานที่โกทูโนว์ต่อไปนี้ได้ครับ...
https://www.gotoknow.org/posts/547860
https://www.gotoknow.org/posts/547861
https://www.gotoknow.org/posts/547862
https://www.gotoknow.org/posts/555391
https://www.gotoknow.org/posts/576512
...................................................................................
ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ ขอบคุณโกทูโนว์