ทำไมประเทศจึงต้องส่งคืนพวกอุยกูร์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องผู้อพยพของสหประชาชาติท้าทายถึงการส่งชาวอุยกูร์กลับไปที่จีนของประเทศไทย การกระทำนี้ก็คือการส่งคืนไปให้ผู้ประหัตประหารอีกครั้ง (ภายใต้กฎหมายนาๆชาติเกี่ยวกับเรื่องการส่งคืนที่ทำให้ผู้อพยพไปพบอันตราย) ทำไมประเทศไทยถึงทำสิ่งนี้? คำตอบจะสะท้อนความจริงในระยะยาว และรัฐศาสตร์แนวใหม่

อันดับแรก เมื่อมองในแนวโน้มระยะยาว ชาวอุยกูร์เป็นชาวมุสลิม ในประเทศไทย อิสลามเป็นกลุ่มคนที่มีผู้ศรัทธาจำนวนน้อย แต่ก็เป็นศาสนาที่มีนัยยะเชิงการเมืองสูงยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมีประมาณ 6 % ของประชากรที่นิยามตนเองว่าเป็นมุสลิม แต่ผู้ก่อการกบฏในภาคใต้นับรวมแล้วก็มีถึง 55 ปี นายกฯเปิดเผยถึงเรื่องนี้ เมื่อเขากล่าวว่า “คุณจะให้เราเอาพวกเขาไว้จนมีลูกหลานถึง 3 รุ่นอย่างนั้นเหรอ” การตัดสินใจที่จะส่งคืนพวกอุยกูร์ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากความกลัวในประชาชนชาวอิสลามนั่นเอง

เรื่องเล่า ที่เขียนขึ้นโดย Matt Schiavenza เน้นไปที่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ซึ่งก็เป็นคำอธิบายในการตัดสินใจส่งชาวอุยกูร์ไปที่ประเทศจีน เมื่อมองในแง่นี้ ประเทศไทยก็ไม่สามารถจะคัดง้างประเทศจีน และจีนเองก็ได้สิ่งที่ต้องการผ่านการบังคับทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้ก็เป็นนัยยะสำหรับความจริงในเรื่องนี้ ดังที่นายกฯพูดว่า เราไม่ต้องการจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทย ข้อสรุปนี้ก็น่าจะใช้ได้แล้ว แต่นั้นไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด ความจริงที่อยู่ในระยะยาวของความตึงเครียดทางชาติพันธุ์ระหว่างประชากรหลัก และ ประชากรชายขอบ ที่มีต่อกันและกันก็มีส่วนร่วมด้วยส่วนหนึ่ง

ชาวอุยกูร์ในประเทศจีนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลักในมณฑล Xinjiang ของประเทศจีน และพวกเขาถูกกดกันอย่างต่อเนื่องโดยรัฐบาลจีน ตั้งแต่เริ่มตั้งสาธารณรัฐจีนเมื่อปี 1949 ประเทศจีนอ้างว่าพื้นที่เป็นของเขา ข้ออ้างที่ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับประชาชนชาวอุยกูร์ที่จะยอมรับ เพราะว่าพวกเขามีโอกาสแสดงความคิดเห็นน้อย และจะมีความแตกต่างทั้งในด้านวัฒนธรรม, เศรษฐกิจ, และศาสนาระหว่างคนจีนและชาวอุยกูร์เป็นอย่างมาก ผู้ก่อการกบฏในภาคใต้ของไทยก็มีเรื่องเล่าใกล้เคียงกัน ภาคใต้ของไทยไม่มีเขตแดนที่แน่ชัดระหว่างตนเองกับมาเลเซีย ก็เหมือนกับทางตะวนตกของประเทศจีนก็ไม่มีเขตแดนที่แน่ชัดระหว่างตนเองกับ Muslim Central Asia ดังนั้น 2 รัฐก็มีบางสิ่งที่คล้ายๆกัน เมื่อมีการบรรยายถึงข้อขัดแย้งที่เหมือนกัน

นี่ไม่ใช่ความเหมือนกันเท่านั้น รัฐบาลปัจจุบันของทั้งจีนและไทยมีสถานะใกล้เคียงกันในสังคม ถึงแม้ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีอำนาจตั้งแต่ 1949 แต่รัฐบาลทหารไทยถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเหมือนๆกัน บทบาทที่ถือว่า “พวกเรารู้ดีที่สุด” ดำรงอยู่ในสังคม ตั้งแต่การล่มสลายของครอบครัวชินวัตรที่เน้นประชานิยม และการเข้ามาของทหารโดยการรัฐประหาร รัฐบาลไทยก็มีบางสิ่งใกล้เคียงกับรัฐบาลจีนก่อนการรัฐประหาร การรัฐประหารทำให้ประเทศไทยให้มีการจัดลำดับที่ใกล้เคียงกับจีนมากขึ้น ในเรื่องการกดดันทางการทูต เพราะยังไม่เป็นประชาธิปไตย สำหรับด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยอยู่ในขั้นวิกฤต และประเทศจีนมีเงินมาให้ประเทศไทยจำนวนมาก ดังนั้นเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงจึงทำให้ทั้งสองรัฐมามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

แปลและเรียบเรียงจาก

Robert Potter. Why Thailand Returned the Uyghurs.

http://thediplomat.com/2015/08/what-thailand-returned-the-uyghurs/?utm_content=bufferd4a0e&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)