"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

พิธีทำบุญหน้าศพเช้าวันฌาปนกิจ(บ้านแพะ)


๔/๑๒/๒๕๕๖

*********

พิธีทำบุญหน้าศพเช้าวันฌาปนกิจ(บ้านแพะ)

           เช้าวันทำบุญตักบาตรหน้าศพก่อนที่จะได้นำไปทำการฌาปนกิจที่ป่าช้า(ป่าเฮ่ว) มีกิจกรรมการทำบุญแบบทางภาคเหนือของบ้านแพะ ประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

 

          ๑.เช้ามืดชาวบ้านได้พากันเตรียมข้าวเหนียวสุก กับข้าว ขนมสด ขนมแห้ง ธูปอย่างน้อย ๗ ดอก สำหรับไหว้พระ ๓  ดอก  ใส่ขันศีล ๓ ดอก พร้อมด้วยดอกไม้และเงินเหรียญตามศรัทธา ไหว้ศพ ๑ ดอก  ดอกไม้ ๑ กำ  น้ำสำหรับกรวด(น้ำหยาด) ๑ ขวดเล็ก  พอไปถึงบ้านงานศพก็พากันไปไหว้พระ บูชาดอกไม้ธูปเทียน ใส่ขันศีลแบบไม่ต้องจุดไฟจากนั้นก็ไปจุดธูปไหว้ศพ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ไหว้ในวันก่อนๆ  เสร็จแล้วก็นำข้าวสุก อาหารสด ขนมสดขนมแห้งไปใส่บาตรกัน เสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งที่เดิม รอพระท่านเดินทางมา มีการพูดคุยถามไถ่ ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่าง ๆ นานา รอกันไปก่อน

 

          ๒. พอรถไปรับพระที่วัดมาถึงสถานที่ประกอบพิธี  พระสงฆ์มาถึงเข้าที่นั่งเรียบร้อยแล้ว  ปู่อาจารย์นำกราบพระ อาราธนาศีล รับศีล ๕ จากประธานสงฆ์ จบแล้ว  ปู่จารย์กล่าวคำอาราธนาพาหุง บางอาจารย์ก็ใช้คำอาราธนาธรรม บางอาจารย์ก็ใช้คำว่า

“โย ธมฺมํ เทเสสิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสสิ ตมตฺถํ ภควนฺตํ อภิปูชยามิ ตมตฺถํ ภควนฺตํ สิรสานมามิ” พระสวดพาหุง มหากา ภวตุฯ ช่วงนี้ชาวบ้านที่มาร่วมบำเพ็ญบุญนั่งประนมมือฟังพระสวดจนจบ

 

          ๓. เจ้าภาพนำอาหารใส่ถาดมาถวายพระ เพื่อให้พระได้ทำพิธีตานขันข้าวให้ผู้ตาย  ๒ สำรับ  ๒  องค์ คำตานขันข้าวใช้คล้าย ๆ กันกับที่ใช้ในวันพระสำคัญวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ดั่งที่เคยเขียนไว้ในบันทึกก่อนหน้านี้แล้ว  ในสำรับนั้นประกอบด้วยข้าวสุก ขนมสด ของหวาน สวยใส่ธูป ๑ คู่ ซองปัจจัยประมาณ ๔๐ บาท ที่จะขาดไม่ได้ก็คือรายชื่อของผู้ที่ญาติจะอุทิศทานไปให้และน้ำที่ใส่ขวดพร้อมกับแก้วที่รองน้ำหยาด ๑ ชุดสำหรับให้พระท่านกรวด  เมื่อพระท่านกรวดน้ำเสร็จแล้ว แม่ครัวส่งถาดสำรับกับข้าวมาผู้ที่อยู่ด้านหน้าพระสงฆ์รับต่อ ๆ กันมาแล้วนำไปวางด้านหน้าพระสงฆ์ทุกรูป จากนั้นเมื่อเรียบร้อยแล้วให้ผู้เป็นเจ้าภาพหนึ่งท่านยกบาตรด้านหน้าพระพุทธรูปขึ้นในระดับอก  พร้อมกันนั้น

 

          ๔. ปู่จารย์นำกล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ ว่า  “นะโม ตัสสะภะกะวะโต๋ อาระหะโต๋ สัมมา สัมพุทธัสสะ ๓ รอบ) พุทธปูจา ธัมมะปูจา สังฆะปูจา  อิมังจะตุพระเพียร โภชะนะวะรัง อุทะกั๋ง วะรัง สาลีนัง สัม(ห)มา สัมพุทธะปู่จ๋า ปู่เจมะ...อิมัง...” ๓ รอบ  จบแล้วผู้ที่ยกบาตรด้านหน้าพระพุทธรูปนำบาตรไปแตะที่ฐานโต๊ะหมู่พร้อมกับยกสำรับแตะที่ฐานด้านบนของโต๊ะหมู่ เสร็จแล้วกราบ ๓ ครั้งก็ถอยออกมา

          จากนั้นปู่จารย์กล่าวคำ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์พร้อมด้วยคำแปลว่า   “นะโมตัสสะ ภะกะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓จบ)พุทธบูชามหาเตชวันโต ธัมมบูชามหาปัญญวันโต สังฆบูชามหาโภกะวะโห ติโลกนาถัง อภิปูชยามะ  อิมานิ   มะยัง  ภันเต  มะตะกะภัตตานิ  สปริวารานิ  ภิกขุสังฆัสสะ  โอโณชยามะ  สาธุ โน ภันเต ฯลฯ...ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายซึ่งมะตะกะภัตตาหาร..."(เหมือนกับภาคกลางเพียงแต่ใส่ชื่อผู้ตายเสริมเข้าไปด้วย)  จบแล้วเจ้าภาพและผู้อยู่ใกล้ ๆ พระสงฆ์ช่วยกันยกบาตรและถาดภัตตาหารประเคนพระสงฆ์ทุกรูป   พระประนมมือพิจารณาอาหารแล้วฉัน

 

          ๕. ปู่อาจารย์ นา ซวงไซ ใช้คำอาราธนาธรรม ว่า

"ธรรมดวงใดดีดี...ดอกไม้แก้ว..เต้ามาเกิดเป๋นจี๋...ผู้ข้าน้อย...เต้ามาย้อสิบนิ้ว ขึ้นก่ายกิ้วหน่อเกศา อะหังวันตา ขอกราบอาราธนา สาตุ๊เจ้า เต๊ดเตสะนาธรรม..อนุกั๋มปั๋ง ปิมัง ปะจัง อาราธทะนัง ก๋าโรมะ"  

ปู่อาจารย์ บางท่านก็ใช้ว่า

“กาโล  ยันเต๋  มหาวีระ  สัทธัมมะเทสะนัง  อะนุกั๋มปิมัง ป๊ะชัง อาราธธะนัง ก๋าโรมะ”

 พระ ๑ รูป แสดงธรรมกัณฑ์มหาวิบากในขณะที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่กำลังฉันภัตตาหาร

 

          ๖. ปู่อาจารย์นำกล่าวคำสูมาครัวตาน  กำสูมาครัวตาน ของ ปู่จารย์นา ซวงไซ ว่า

 

"นะโมตัสสะ ภะกะวะโต๋ อาระหะโต๋ สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ รอบ)  สาตุ๊ ๆ มะทุบุปผาราจาดวงดอกข้าวตอกดอกไม้และน้ำสุกัณโฑ...ตะก้ะจะละตั้งหลายมวลฝุ่งนี้..ก็เปื่อว่าจักมาขอสูมาสะปะมาตุ๊ต๋อเลโต๋สัง ขะมันตุ๊โน ...สาตุ๊ ๆ มะทุบุปผาราจาดวงดอกข้าวตอกดอกไม้และน้ำสุกัณโฑ...ตะก้ะจะละตั้งหลายมวลฝุ่งนี้..ก็เปื่อว่าจักมาขอสูมาสะปะมาตุ๊ต๋อเลโต๋สัง ขะมันตุ๊โน  สาตุ๊ ๆ มะทุบุปผาราจาดวงดอกข้าวตอกดอกไม้และน้ำสุกัณโฑ...ตะก้ะจะละตั้งหลายมวลฝุ่งนี้..ก็เปื่อว่าจักมาขอสูมาสะปะมาตุ๊ต๋อเลโต๋สัง ขะมันตุ๊โน”

มีตัวอย่างจากคลิปวิดีโอมาให้ฟังกันครับ...

 

 ส่วนคำสูมาครัวตานของ อาจ๋ารย์ เกษม ทามา นั้นมีความแตกต่างจากคำของ อาจารย์นา ซวงไซ อยู่มากพอสมควร คำกล่าวว่าดังนี้

          “สาธุ ๆ  โอกาสะ อาหังวันตา  สาธุอหังวันตะสะปะวัตถุตานัง  ข้าแด่สะปะเยี่ยงเครื่องครัวตานตั้งหลาย บัดนี้หมายมีมูลราทสัทธาผู้ข้าหน้อยตั้งหลายจู่ผู้จู่คนก็ปากั๋นสล๋งโขงขวายหามาได้ยังมะทุบุปผาราจาดวงดอก เข้าตอกดอกไม้และสุกั๋นโทตะกะ กือว่าน้ำส้มป่อย ก็ได้เอามาสูมาการะวะคัวตาน เป๋นเจ้า บัดนี้  ผู้ข้าตั้งหลายจู่ผู้จู่คนจู่ใหญ่น้อยจายญิงได้ข้ามตี่ต่ำ ได้ย่ำตี่สุงคัวตานเป๋นเจ้าก็ขอลารดปดโตษอย่าหื้อเป๋นอะโหสิกัมมีวัณนะทัมอันแก่นกล้า ขออย่าห้ามเสียยังเมืองฟ้าและเนละปาน แก่ผู้ข้าตั้งหลาย นั้นจักมีเตี่ยงแต้ดีหลี...ก๋ายะกั๋มมัง วะจีกั๋มมัง มะโนกั๋มมัง สัปปะปาปั๋ง ขะมันตุโน”

 

          จากนั้นปู่จารย์จะนำกล่าวคำเวนตานเฮือนน้อย(บ้านน้อย)และตานครัวตานทั่วไป (ยกตัวอย่างคำกล่าวของ อาจ๋ารย์ เกษม ทามา) ว่า

          “นะโม ตัสสะ ภะกะวะโต๋ อะระหะโต๋ สัมมา สัมพุทธตัสสะ...(๓ จบ)  สาธุ ๆ โอก๋าสะ ข้าไหว้แล้ว พระแก้วเจ้าจื่อว่าโคดมสมปานต้านจิ่งคาดแค้วลงมา  เอายอดพระยาอินตาอันเลิศแล้ว พระนั่งแต่แก้ว ผะจ๋นแป้แล้วทุ่งหมู่มารมวญสุระนันตุเตวะ สังขาโย ฟังละจุ่งฟังลาต่านต้าวพรมมะสิกด่านด้าวเขตโขงไข ตังพระอริยะเมตไตย๋ต๋นอยู่ฟ้าโลกลือตานกับตั้งอินธิราชเจ้าเก้าเหง้ามูลราชสัทธาบัดนี้หมายมีเจ้าเก้าเหง้า  จื่อว่า นาย...นาง...(ใส่ชื่อเจ้าภาพ)..เป๋นเก๊าก็ได้เป๋นมูลราชสัท่ธาก็ได้สล๋งโขงขวายหามาได้ เคหะหลังหนึ่ง ปายในมีเครื่องสัปปริขานตานตั้งหลายมวลฟุ่นนี้ ก็เพื่อว่าจักมาถวายหื้อเป๋นตานกับพระรัตนะดวงผ่านแผ้วพระเจ้าแก้ว ๓ ประการ แต้ดีหลี...

          บ่อเต้าแต่นั้น  ก็ยังได้ปู่จาธรรมดวง ๑  จื่อว่านิปปานะสูตร ก็หากประมวล ก็จักอุทิศส่วนหน้าบุญอันนี้ไปหา ป้อ...แม่...ผู้หนึ่งมีนามก๋รจื่อว่า...(ใส่ชื่อและสกุลผู้ตาย)....แม้นว่า....นาย...นาง....สกุล..(ผู้ตาย)...ไปต๊กอยู่ตี้ใกล้ก็มารับเอาเสียยังตันใจ๋ แม้นว่าไปต๊กอยู่ตี้ไกล๋ เจ๋ตะนามาบ่อลอด ผู้ข้าขอฝากขียายังเตวะบุตและเตวะดาต๋นมีริดถีแก่นกล้า นำเอาหน้าบุญกลตานอันนี้ไปจู่จอดรอดเถิงต๋นตั๋วแห่ง นาย...นาง...สกุล(ชื่อผู้ตาย)..หื้อได้กิ๋นได้บริโภค หื้อได้ป๊นตี่ฮยากหื้อได้ผากตี่ตุ๊กข์หื้อได้เถิงตี่สุงเมือแก้วยอดมหาเนระปานนั้น จุ่งจักมีเตี่ยงแต้ดีหลี...

          แม้นว่า  นาย...นาง...นั้นไปต๊กอยู่ตี่ใกล้ขอหื้อมารับเอาเสียยังตันใจ๋แม้นไปต๊กตี่ไกล๋ เจ๋ตะนามาบ่อลอดผู้ข้าขอฝากยอดมเหสิกขา เตวะบุตและเตวะดาเจ้าฝู่งนี้ไปลอดยังต๋นตั๋ว  นาย...นาง...  หื้อได้กิ๋นได้บริโภค ยังสัปปะเยี่ยงเครื่องครัวตั้งหลายมวนฝู่งนี้ แต้ดีหลี...บ่อเต่าแต่นั้น  สัปปะเยี่ยงเครื่องครัวตั้งหลายไปลอดเมื่อเจ้าก็ขอผากฎเป๋นดั่งเข้างาย ไปลอดเมื่อขวาย หื้อเป๋นดั่งแผ่นเสื้อ และแผ่นผ้า  ไปลอดเมื่อหล้าขอหื้อเป๋นดั่งข้าวติ๊บสิบประก๋ารนั้นจุ่งจักมีเตี่ยงแต้ดีหลี...

          แม้นว่าเครื่องครัวตานฝุ่งนี้ไปลอดแล้วก็จักแผ่ผายหน้าบุญกุณตานฝู่งนี้ไปหายังเตวะบุตและเตวะดา อั้นรักษาเคหะหอเรือนบ้านเมืองเหมืองฝายและเนื้อต๋นตั๋วแห่งมูลราชสัทธา เตวะบุตและเตวะดาต๋นไปก่อนหน้าและต๋ามหลังป่างซ้ายและป่างขวา กือว่ารุกขะเตวะดา ปัตถาเตวะดา อะกาสะเตวะดา สอกามมะจะระเตวะดา รุกขะเตวะดา พระยาอินพระยาพรมพระยายมมะราช ต้าวเวสสุวรรณปะระมัยใอสวน  กุดนาคน้ำ แม่นางนาคไท้ธรณี สลีกุดอามาท ต๋นจ๋ำบุญและต๋นจ๋ำบาป จ๋นจดเส้นน้ำหยาดหมายตาน ต้าวจุ่งอะนุโมทนาตานเจ้าเก้าเหง้ามูลราชสัทธาหื้อตานแล้วในตีคาการะนี้  จุ่งจักมีเตี่ยงแต๊ดีหลี...

          อิตังโน ยาวะ จะ อัทธาระนะ สัพปะโลกิยะ โลกุตตะละ สักขะสัมปะฏินัง อะระหันต๋า อาระหันตี๋ มัตตาขะพาระ นิปปานะ ปัจจะโย โหนตุโน....(จบ)”

ท่านแปลจากตัวเมืองอีกทีหนึ่งจดมาให้และเขียนไว้ตอนท้ายว่า “ผิดตัวไหนขออภัยด้วย...เพราะตัวหนังสือสวย...จาก อ.เกษม ทามา” พร้อมลงลายเซ็นท่านน่ารักมาก...

 

จากนั้น...พระสงฆ์รูปแรกโยงสายสิญจน์ไปทางพระรูปท้าย ๆ จนครบแล้วนำพิจารณาบังสุกุลว่า

          “อนิจจา วะตะสังขารา อุปปาทะวะยะ ธัมมิโน อุปัชชิตตะวา นิรุชฌันติ เตสังวูปะสะโมสุโข”  ๓ รอบ  แล้วก็ม้วนเก็บด้ายสายสิญจน์คืนมาไว้ที่เดิมใกล้ฐานโต๊ะหมู่

 

          ๗. ปู่จารย์นำกล่าวคำถวายปัจจัยตั้งนะโม ๓ จบ ต่อด้วย “สุตินนัง วตเม ทานัง  อาสวักขยาวหัง นิพพานัง โหตุ...ทุติยัมปิฯ...ตติยัมปิ สุทินนัง วตเมทานัง ปัจจยทานัง อา นิพพานัง ปัจจโย(เพิ่มรอบสุดท้าย) โหตุ” จบแล้วเจ้าภาพถวายปัจจัยปัจจัยพระสงฆ์ทุกรูป  พร้อมกับนำสายสิญจน์ที่โยงจากบ้านน้อยด้านล่างขึ้นมาด้านบนบ้าน น้อมเข้าไปถวายพระผู้เป็นประธานสงฆ์แล้วถอยออกมาเตรียมน้ำเพื่อที่จะได้กรวดอุทิศให้ผู้ตาย

 

          ๘. พระให้พร กรวดน้ำอุทิศทานให้แก่ผู้ตาย(หยาดน้ำ) กราบลาพระ พระเดินทางกลับ ก็ถือเป็นเสร็จพิธีหรือขั้นตอนทั้งหมด

 

 สรุปขั้นตอนทั้งหมดสั้น ๆ ดังนี้

๑. ชาวบ้านไปถึงบ้านงานไปไหว้พระบูชาดอกไม้ธูปเทียนแบบไม่ต้องจุดไฟจากนั้นก็ไปไหว้ศพ จากนั้นก็นำข้าวอาหารแห้งไปใส่บาตรกัน

๒. ปู่จารย์นำกราบพระ อาราธนาศีล รับศีล จบแล้ว อาราธนาพาหุง พระสวดบทพาหุง มหากา ภวตุฯ

๓. นำอาหารใส่ถาดมาทำพิธีตานขันข้าวให้แก่ผู้ตาย  ๒ สำรับ

๔. ปู่จารย์นำกล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ ภัตตาหารพระสงฆ์และแปล ยกประเคน พระพิจารณาอาหารแล้วฉัน

๕. ปู่อาจารย์อาราธนาธรรม พระแสดงธรรมกัณฑ์มหาวิบาก

๖. ปู่จารย์กล่าวคำสูมาครัวตาน...พระพิจารณาบังสุกุล

๗. ปู่จารย์นำกล่าวคำถวายปัจจัย...ถวายปัจจัย...ถวายบ้านน้อย(เฮียนน้อย)พร้อมเครื่องครัว ด้วยด้ายสายสิญจน์แด่พระสงฆ์

๘. พระให้พร กรวดน้ำ(หยาดน้ำ) กราบลาพระ เสร็จพิธี

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ

ขอบคุณโกทูโนว์

หมายเลขบันทึก: 555391เขียนเมื่อ 4 ธันวาคม 2013 20:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 ธันวาคม 2013 12:12 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (9)

ขอบคุณความรู้ที่แบ่งปันจ้ะ

-สวัสดีครับพี่หนาน

-ตวยมาอ่านเพิ่มความฮู้ครับ

-บ้านผมกะฮ้องว่า"ป่าเฮ่ว"ครับ

-ขอบคุณครับ

...วาระสุดท้ายของชีวิต ...มีคติสอนใจคนรุ่นหลังมากมาย...หลายคนที่ตายจากโลกนี้ไปโดยปราศจากพิธีกรรมใดๆก็มี ...และอีกหลายๆคนก็ได้รับการประกอบพิธีกรรม ตามประเพณีอย่างครบถ้วนนะคะ...

ขอบคุณคุณครูมะเดื่อที่นำภาวาดสวย ๆ มาฝากมากครับ

ขอบคุณคุณเพชรน้ำหนึ่ง..ที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจตลอดมา..พี่หนานก็ย่องเข้าไปอ่านบันทึกบ่อย ๆ ตอนที่ไม่ได้เข้าระบบ ได้ความรู้ดีมาก

ขอบคุณอ.ดร.พจนา แย้มนัยนามากครับ...สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนที่เกิดมา..บางคนก็ได้ประกอบพิธีทั้งที่ยังมีร่างกาย บางคนประกอบพิธีทั้งที่หาตัวตนไม่ได้...บางคนก็ก็ไม่ได้ประกอบพิธีทั้งที่ยังมีร่างกาย บางคนร่างกายก็ไม่มี แถมยังไม่ได้ประกอบพิธีอีก...มีความแตกต่างกัน...ฉะนั้นแล้วก็อย่าประมาทใช่ไหมครับ

ขอบคุณอาจารย์จากใจแม้ว่าจะอยู่ไกลกัน...แต่ก็เหมือนอยู่ใกล้ใช่ไหมครับ

เคย ไปร่วมกิจกรรม บ่อยๆๆ เพิ่งเข้าใจ อย่างถ่องแท้ วันนี้เอง

ยินดีครับ ผอ.ที่ให้กำลังใจและเห็นว่าเกิดประโยชน์

 อยากถามว่า ถ้ายังไม่ตายแต่ อยาก จะทำเฮือนตานไว้เป็น ปัจจัยภายหน้าได้หรือไม่ 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี