การอ่าน...กับอนาคตเด็ก..อนาคตชาติ

เริ่มต้น และวางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะที่ผ่านมา..ผมเองดำเนินการก่อนที่เขต จะกำหนดปฎิทิน นิเทศติดตามและประเมินผลเสียอีก ข้อได้เปรียบคือ ผมเองเป็นผู้บริหาร..พอเรียกนักเรียนมาอ่านรายบุคคล หรือทดสอบอ่านเป็นรายชั้นเรียน ทั้งครูและนักเรียนจะตื่นตัวมาก ..เกิดการสอนซ่อมเสริมตามมาโดยอัตโตมัติ

หลังจากเข้ารับรางวัล..โรงเรียนที่พัฒนาการอ่าน..มีผลการประเมินในระดับยอดเยี่ยม..ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ (ท๊อปเท็น) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๔ ประจำปี ๒๕๕๘ ที่มีโรงเรียนทั้งหมด ๙๓ โรงเรียน ความรู้สึกลึกๆ ก็ภูมิใจในระดับหนึ่ง..อีกความรู้สึกหนึ่ง..ก็คิดเห็นว่า..เป็นงานในหน้าที่หลัก..ของคนเป็นครูทุกคน พึงตระหนัก และพึงกระทำ..อย่างมุ่งมั่นทุ่มเท..

อีกทั้ง..จะเป็นอานิสงส์..ที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว ที่ทำให้คนไม่รู้หนังสือ ได้อ่านออกเขียนได้ ให้เด็กที่อ่านไม่ได้ หรืออ่านไม่คล่อง มีทักษะการสื่อสารติดตัวไป..เพื่อจะได้ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาทักษะชีวิตขั้นพื้นฐานได้ต่อไป และจะเป็นการดีมาก..ถ้าอ่านได้ ถึงขั้นคิด วิเคราะห์..

รับรางวัลแล้ว..ก็กลับมานั่ง ชื่นชมคนอื่นรับรางวัลบ้าง..เขตพื้นที่ฯให้ความสำคัญ มอบขวัญกำลังใจแก่โรงเรียน คงเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ทำได้ยาก..หรือ..เขตต้องการเห็นความสำเร็จ..ของการอ่าน..อย่างต่อเนื่อง..เพื่อสนองนโยบายในระดับชาติ แต่จะด้วยอย่างไรก็แล้วแต่..ก็ล้วนเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาโดยรวมทั้งสิ้น..เพราะรากฐานสำคัญ..ของการศึกษาไทย..จะแข็งแกร่ง และพัฒนาอย่างยั่งยืนได้..มากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่คนในชาติ ..อยู่ที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา..มีทักษะ..การอ่าน..ที่มีประสิทธิภาพ

นโยบายส่งเสริมการอ่าน และพัฒนากระบวนวิธีการสอนอ่าน..นับวันจะมีความเข้มข้นมากขึ้น..เห็นภาพที่เป็นวาระแห่งชาติ..อย่างชัดเจนจริงจัง..ผมคิดว่า..ความสำเร็จ..อยู่ที่..การรักการอ่านของครู..เป็นลำดับแรก..ต่อไปก็คือ ครูนั่นแหละ..เห็นความสำคัญของกิจกรรม..การสอนอ่าน..แก่นักเรียน..ที่ครูจะต้องมีความอดทน อดกลั้น และมีความพยายาม ที่จะใช้เครื่องมือที่หลากหลาย

การอ่าน..เป็นส่วนหนึ่งของ ทักษะสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ การฟัง พูด และเขียน...เชื่อว่า..ถ้าครูทำได้ครบวงจรตามหลักสูตร ช่วงวัย และศักยภาพผู้เรียน..ก็เชื่อว่า..การอ่าน..จะสำเร็จได้ไม่ยาก

เมื่อการอ่าน..เป็นทักษะ นั่นคือ..เป็นสิ่งที่ต้องทำบ่อยๆ ซ้ำๆ และเป็นระบบ ทำด้วยหัวใจ ที่อยากเห็นคววามสำเร็จเกิดขึ้นในตัวเด็ก..จึงไม่แปลกใจเลย ที่เขตพื้นที่ หันมาเล่นเรื่องนี้อย่างจริงจัง และรีบเร่งดำเนินการตั้งแต่ต้นปีการศึกษา เพราะ..การอ่าน..เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลา

เริ่มต้น และวางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะที่ผ่านมา..ผมเองดำเนินการก่อนที่เขต จะกำหนดปฎิทิน นิเทศติดตามและประเมินผลเสียอีก ข้อได้เปรียบคือ ผมเองเป็นผู้บริหาร..พอเรียกนักเรียนมาอ่านรายบุคคล หรือทดสอบอ่านเป็นรายชั้นเรียน ทั้งครูและนักเรียนจะตื่นตัวมาก ..เกิดการสอนซ่อมเสริมตามมาโดยอัตโตมัติ

ครับ.. ณ วันนี้..เขตพื้นที่มีแนวทางส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมรักการอ่านของโรงเรียนอย่างเข้มข้น วางแผนที่จะคัดกรองการอ่านของนักเรียนถึง ๖ ครั้งด้วยกัน..ทำให้มองเห็นภาพได้ว่า..ตลอดปีการศึกษานี้ มีแนวโน้มที่ครูทุกคนจะต้องทำให้เด็ก..อ่านทุกที่ทุกเวลา หรือ วางทุกงาน..อ่านทุกคน..อย่างแน่นอน

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

ไทยแลนด์โอนลี่ ! คนไทยยึดมั่นประเพณีแต่เทคโนโลยีก็เต็มที่นะจ้ะ !

http://www.positioningmag.com/content/60871

เขียนเมื่อ 

อ่านทุกที่ทุกเวลา หรือ วางทุกงาน..อ่านทุกคน..อย่างแน่นอน.....

อ่านเก่งแน่ค่ะ

ชื่นชมมากค่ะอาจารย์ ดีใจที่เด็กอ่อนไม่ถูกทิ้งค่ะ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ยังให้นักเรียนทำหนังสือเล่มเล็กอยู่หรือเปล่าจ๊ะ

กิจกรรมประกวดหนังสือเล่มเล็กรอบต่อไป

ขอเชิญส่งผลงานเด็กเข้าร่วมประกวดด้วยนะจ๊ะ

(รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบ...ภายหลังจ้ะ)