...เห็นภาพข่าวชาวนาแย่งน้ำแล้วทำให้หดหู่ใจยิ่งนัก ด้วยตัวผู้เขียนเองเป็นลูกชาวนาทั้งสายเลือดเลยล่ะ แม้นวิถีการทำนาในแต่ละพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกัน และแต่ละยุคสมัยก็คงจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคงจะไม่พ้นความทุกข์ของชาวนา

...และการไม่มีน้ำทำนาน่าจะเป็นความทุกข์ของชาวนาที่นำมาแห่งความทุกข์ในทุกๆด้านติดตามมาเหลือคณานับ ภาพการใช้เครื่องสูบน้ำเป็นสิบๆเครื่องลากท่อพระยานาคจ่อลงไปในคลองส่งน้ำ เพื่อสูบน้ำขึ้นคลอง ก่อนจะกระจายไปตามที่ของแต่ละคน

...นั่นคือส่วนอยู่เหนือน้ำก็จะได้กันไปก่อน แต่ชาวนาที่อยู่ใต้น้ำต่ำลงมาของพื้นที่จะเหลือน้ำให้พอบรรเทาข้าวกล้าที่กำลังรอน้ำอยู่แทบจะยืนต้นตายแล้ว

...ข่าวมาหลายวัน ชาวนาใกล้จะเปิดศึกแย่งน้ำกันแล้ว...

...ก็ได้แต่หวังว่าผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบด้านชลประทานจะสามารถควบคุมและบริหารน้ำได้อย่างเป็นธรรม...



.............

...ย้อนกลับไปสมัยเป็นเด็ก ครอบครัวผู้เขียนทำนาข้าวเหนียว ด้วยสภาพพื้นที่แห้งแล้งอย่างอีสาน ไม่มีคลองชลประทาน ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน รอน้ำฝนจากฟากฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปีหนึ่งจึงทำได้เพียงปีละครั้ง และใช่ว่าจะทำได้ทุกที่ ที่ดอนบางปีแทบไม่ได้ย่างกรายไปเหยียบผืนดินนั้น นาลุ่มก็ทำแบบพอเลี้ยงชีพได้ในแต่ละปี

...การที่จะทำหลายครั้งเหมือนชาวนาแถบภาคกลางไม่มีเลย การจะทำนาเพื่อธุระกิจจึงไม่มีเช่นเดียวกัน ทำไว้กินเป็นปีๆไปเท่านั้น ผู้เขียนจำได้ว่าปีไหนแล้งแม่จะพาไปหาจิ้งหรีดตามขี้ไถนาที่รอฝนจนแห้งกรัง ขุดปูตามคันนาที่เพิ่งเหือดน้ำดินหาย ตีตั๊กแตนที่พยายามกัดเล็มหญ้าที่ทนแล้งทอดยอดเป็นหย่อมๆ เซาะหอยขมตามสระหนองคลองขอดน้ำที่ยังพอให้ประทังชีวิตไปได้

...ด้วยความพอเพียงของการเป็นอยู่ ผู้เขียนไม่เคยเห็นพ่อกับแม่เดือดร้อนกลุ้มอกกลุ้มใจ จนเป็นทุกข์มากมายเหมือนข่าวของชาวนาในทุกวันนี้ ได้เพียงแต่ถอนใจโทษดินฟ้า ยอมรับกับชะตากรรม และก็ผ่านไปได้ในแต่ละปี

...ยังจำได้ คราวนอนนากับพ่อและพี่สาวคนติดกันกับผู้เขียน ตอนเย็นพ่อพาไปหากบ เดินเลาะตามห้วยน้ำที่ทอดยาวล้อมผืนนา ท่ามกลางเสียงเขียดร้องอยู่ แอ๊บๆ แอ๊บๆ ปลาที่ผุดบ้อนในห้วยเหมือนจะท้าให้จับตัวให้ได้ พ่อสอนให้เปิดรื้อหญ้าที่ปกคลุมดินปากห้วย เปิดไปเรื่อยๆเจอเขียดตัวน้อยก็จับใส่ข้อง เจอปูที่วิ่งรุดลงน้ำจับได้ก็โยนลงข้อง พี่สาวร้องดีใจสุดชีวิต เ็นครั้งแรกที่จับได้กบตัวบักเอ๊บ

...คืนนั้นพ่อต้มกบทำน้ำพริกครึ่งนึ่ง อีกครึ่งไว้ทำน้ำพริกกบรอบเช้าเมื่อแม่และพี่สาวคนอื่นๆตื่นจากบ้านมานาตอนเช้า กินข้าวมื้อเช้าเหมือนตอนเย็นพร้อมพ่อแม่พี่ๆ อร่อยไม่เบื่อแม้จะเป็นแจ่วกบตัวเมื่อคืนที่ต้มน้ำปลาร้าเหลือไว้

...............

...กลับมาเรื่องข่าวชาวนาแย่งน้ำ ด้วยทุนรอนที่ลงไปไม่น้อย ด้วยหนี้สินที่ติดตัวสลัดไม่หมดสักที ทุนนิยมหลั่งใหลมาท่วมท้นจนย้อนกลับไปเหมือนเดิมคงไม่ได้ ไหนจะต้องส่งรถที่ยังผ่อนไม่หมด ไหนจะเงินกู้ ธกส. ไหนจะส่งลูกคนเล็กเรียนในเมืองใหญ่ ลูกชายคนโตที่ทำงานโรงงาน ก็ไม่เคยส่งเงินมาให้เลยหลังแต่งงานมีครอบครัว

....แห่นางแมวหลายๆพื้นที่ คงจะทำให้ฝนฟ้าตกลงมาช่วยก่อนจะตายไปพร้อมๆกับข้าวกล้าที่ยืนต้นรอตาย....

................