ขออฐิษฐานจิต..เป็นมดงานตัวเล็กๆตัวหนึ่ง เพื่อช่วยสานต่อเจตนารมย์ของพระอาจารย์หลวงพ่อฯ.....

..

นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2557 ที่พ่อได้มีโอกาสค้นพบอริยทรัพย์ที่พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ท่านได้มีเมตตามอบให้ ........อริยทรัพย์.........ที่จะติดตามดวงจิตของพ่อไปในทุกภพทุกชาติ...

...

จากวันนั้น จนกระทั่งวันนี้

...

เกือบขวบปีแล้วซินะ...ที่หัวใจของพ่อ ยังไม่เคยละทิ้งคำบริกรรม ...คำสอนและแนวทางในการปฏิบัติสมาธิที่พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ ท่านได้มีเมตตามอบให้พ่อและเพื่อน ๆ กัลยาณมิตรได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติจนเกิดเป็นนิสัยและความเคยชิน...ในชีวิตที่เหลืออยู่....นับจากนี้ต่อไปจนถึงปลายทางเดินของชีวิต

...

..

วันนั้น....วันที่หัวใจของพ่อเชื่อมั่นศรัทธาในพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ สิ่งที่พ่อไม่เคยคิดว่าจะเกิด…มันก็เกิด สิ่งที่พ่อคิดว่า..ไม่น่าจะเป็นไปได้ มันก็เป็นไปได้ พ่อไม่อยากเชื่อเลยว่า... สิ่งนั้นมันก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง

เพียงแค่พ่อเปลี่ยนความคิดใหม่ เชื่อมั่นศรัทธาในตัวพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ และคำสอนที่ท่านได้มีเมตตามอบให้.... เพียงเท่านี้จริง ๆ….

..

สิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิด....ก็เกิดขึ้น

มันก็เกิดขึ้น...อย่างน่าอัศจรรย์ใจ…

..

และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ...พ่อไม่เคยคิดหาเหตุผลอื่นใดมาหักล้างสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้อีกเลย

..

..

พ่อเคยท้อนะ......... และคิดจะเลิกล้มความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนกลางคันอยู่หลายครั้ง เพราะเนื่องจากเหตุปัจจัยที่เกิดขึ้นกับครอบครัวซึ่งขณะนั้นถือเป็นวิกฤติของครอบครัว ที่แสนสาหัสเอาการอยู่ พ่อคิดกับตัวเองนะว่า...มันช่างเป็นความโชคร้ายของครอบครัวเรา อาจถือได้ว่าเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตที่พ่อประสบมาก็ว่าได้นะ

..

"วันนั้นวันที่แม่ของน้องดวงใจยืนสอนนักศึกษาพยาบาลที่มาฝึกงานที่โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี อยู่ ๆ และขณะที่สอนนักศึกษาพยาบาลอยู่นั่นเอง แม่ก็ล้มฟุบลงไป"

วันนั้นเป็นวันที่พ่อนั่งทำงานอยู่ในสวนหลังบ้าน ตามบทบาทหน้าที่ของชีวิต…ที่คนเป็นพ่อคนหนึ่งพึงกระทำ และเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น วินาทีแรกที่พ่อรับโทรศัพท์นั้น ….เสียงเครือ ๆ ที่ยังคงประคองสติได้อยู่ (พ่อรับรู้ได้เช่นนั้น) ความในสายโทรศัพท์ความว่า…

“พ่อมาหาแม่ด่วน” ….แม่ไม่ดีเลย……แม่พูดเช่นนั้น….!!!!และเสียงแม่ก็อ่อนลงไป ข้าพเจ้าได้ยินเสียงลาง ๆ ในสายโทรศัพท์ว่า…. เอาพี่เค้าไปโรงพยาบาลด่วน”

โดยปกติแล้ว แม่จะเป็นคนที่เข้มแข็ง ในสายตาของพ่อมาก หากมิใช่เรื่องสำคัญแล้ว แม่จะโทรหาพ่อน้อยจริงๆ …พ่อรับรู้เช่นนั้นมาโดยตลอดนับตั้งแต่เราเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกัน….และสิ่งทีเกิดขึ้นนี่คือ....จุดเปลี่ยนในชีวิตครอบครัวเรา

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา…พ่อต้องทำหน้าที่ทุกอย่างภายในบ้าน และแบกรับความปวดร้าวที่เกิดขึ้นกลางใจของตัวเองมาโดยตลอด

พ่อคิดในใจอีกว่า…ครอบครัวของเราคงมีบุญวาสนาน้อย.... หากแม่ของลูกจะต้องมีอันเป็นไป หรือกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไปไม่ได้ ….มันช่างเหน็บหนาวในหัวใจของพ่อ....อย่าบอกไม่ถูก พ่อคิดเช่นนั้นจริง ๆ !!

..

..

วันคืนล่วงเลยผ่านไป… ด้วยความตั้งใจ และกำลังใจของครอบครัว

แม่เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ........แม่เริ่มเดินได้ ฟังก์ชั่นการทำงานของแขนและขาเริ่มดีขึ้น ความเหนื่อยล้าของร่างกาย บางครั้งก็ถูกปลอบประโลมด้วยความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน การประคับประคองหัวใจระหว่างกันนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญนะ!!ในวิกฤติของชีวิตเช่นนี้......….พ่อคิดทบทวนสิ่งที่ผ่านเข้ามา …จากวันนั้นของชีวิตครอบครัวเรา

..


..

พ่อคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา.กับสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...........

..

อาชีพของแม่นั้น....แม่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลชีวิตของผู้อื่นมาตลอดชีวิตของแม่เลยทีเดียว

พ่อเคยแอบปลื้มใจในความเป็นผู้เสียสละความสุขในชีวิตของแม่ที่แม่มีมาโดยตลอดนะ... แม่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับวิชาชีพพยาบาลที่แม่เป็นอยู่ ที่บางครั้งก็เกินเลยเวลาที่แม่จะให้ครอบครัวของเราไปก็ตาม ...แต่พ่อก็รับได้...และร่วมยินดีกับสิ่งที่แม่ทำเสมอทุกครั้งไป

ถึงแม้นว่า...ตัวพ่อเองจะต้องแบกรับภาระหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูกซึ่่งอยู่ในวัยเด็กมากขึ้นเป็นทวีคูณก็ตาม พ่อก็จะบ่นน้อยนักหรือแทบไม่บ่นเลย....นั้นเป็นเพราะว่า...แม่มิใช่เห็นแค่ความสุขส่วนตัวของตัวเองเพียงอย่างเดียว เท่านั้น.... แม่คิดเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วย

มาวันนี้พ่อจึงรู้แล้วว่า...สิ่งที่แม่ได้ทำไป มันกลับเป็นบุญกุศลที่เกื้อหนุนให้กับตัวของแม่เอง ในวันที่แม่เจอวิกฤติครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตของแม่

และพ่อเองก็เชื่ออยู่เต็มหัวใจนะว่า....บุญกุศลนี้จะช่วยประคับประคองนาวาชีวิตแม่ ให้แม่เดินไปตามครรลองชีวิตของแม่ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง......... พ่อยังคงเชื่ออยู่ในใจลึก ๆ เสมอมา

..

..

และสิ่งหนึ่งที่มากกว่านั้น

นั้นคือ...

การที่พ่อได้ขออฐิษฐานจิตต่อพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ ขอให้ท่านได้โปรดมีเมตตา กับตัวพ่อและครอบครัวของเราว่า.....

..

หากพ่อมีวาสนาพอที่จะได้เป็นศิษย์ของท่าน และได้กลับเข้ามาค้นหาอริยทรัพย์ที่ท่านตั้งใจมอบให้นั้น

ขอให้ท่านมีเมตตาต่อครอบครัวของเรา พ่อขอให้แม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นภาระกับครอบครัวของเราน้อยลงกว่าที่เคยเป็น

ให้แม่ดีขึ้น..... พอที่พ่อจะห่วงแม่น้อยลง

..

และหากท่านมีเมตตา ก็ขอให้พ่อได้ค้นพบอริยทรัพย์ที่ท่านมอบให้นี้.....จนเจอ

..

..

พ่อตั้งใจไว้ว่า...หากแม่กลับมาช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น

แม่สามารถเดินทางไปทำงานโดยลำพังด้วยตัวของแม่เองได้

แม่สามารถดูแลตัวเองได้..... ตามเหตุปัจจัยที่แม่พึงมี

..

พ่อคงละวางความห่วงใยในตัวแม่ลงได้ในระดับหนึ่ง

...

และพ่อหวังว่า...พ่อคงมีวาสนาพอที่จะได้รับใช้พระอาจารย์พ่อฯ เพื่อสานต่องานของท่านมากกว่าที่เป็นอยู่

พ่อยังคงหวังเช่นนี้เสมอมา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แสงแห่งความดี



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนเมื่อ 

ขออนุโมทนาบุญและเป็นกำลังใจให้นะครับคุณแสง ด้วยบุญบารมีที่คุณแสงกำลังดำเนินอยู่ ตัวกระผมก็เชื่อเช่นกันว่าคุณแม่ของน้องๆ คงจะหายเป็นปกติในเร็ววัน


เขียนเมื่อ 


ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

เขียนเมื่อ 

หาได้ยากนักนะค่ะกับคนที่เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขของผู้อื่น ฝากชื่นชมคุณพยาบาลข้างกายของคุณแสงแห่งความดีด้วยนะค่ะ เป็นบันทึกที่น่ารักอีกแล้ว อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆค่ะ

ศรัทธานำใจสู่ความวิริยะแห่งความเพียรนี้...อนุโมทนาบุญค่ะ...

เขียนเมื่อ 

จิตที่คิดทำแต่กุศลของคุณแสงและครอบครัวจะน้อมนำสิ่งดีๆให้ผ่านเข้ามาทดแทนทุกข์แน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ